[Code Geass] All or Nothing
posted on 27 Oct 2008 00:38 by sarail in FictionType: One Shot
Fandom: Code Geass
Pairing: Suzaku x Leulouch
Rate: PG-13
Warning: Shonen-ai
Time: แน่ล่ะ..ว่าหลังตอน25อีกแล้ว TT TT
Note: [1] เรียงลำดับเหตุการณ์ตามหมายเลข แต่อ่านไปแบบนั้นแหละสวยหรู = =b
[2] ช่วง IV จะมีบทสนทนาเยอะมาก เพราะไม่รู้จะบรรยายยังไง ฮา..
[3] PG-13 ใช้กับเรทส่อวายก็ได้นะฮะ ไม่จำเป็นต้องคิสเสมอไป = =b
[4] เรื่องแรกของกีอัสที่...จบแล้ว = ='''
----------------------------------------------------------------
II
ราวกับว่าร่างนั้นผินหน้ากลับมาตามเสียงเรียก
ชื่อที่ไม่ได้ยินมานาน...
ของใครคนหนึ่ง
คนสำคัญ...
คำถามเดียวที่ปรากฎในความว่างเปล่าของหัวใจ
คือ
ทำไม
"ไม่คิดว่าจะเจอนายในที่แบบนี้นะ"
เสียงทุ้มที่คุ้นเคยของเพื่อนสนิท
เด็กหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนยืนอยู่โดดเดี่ยวหน้าอนุสรณ์อันปรักหักพัง ที่หนึ่งซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นถึงสัญลักษณ์แห่งแอเรีย11
เพราะอะไร
เพื่ออะไร
คนถูกพูดด้วยหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่
คล้ายไม่แน่ใจสายตาตนเอง ว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า คือคนคนนั้นของเขาจริงหรือไม่
หากเปรียบกันแล้ว
ร่างที่ดูเหมือนศพไร้วิญญาณ น่าจะเป็นเจ้าของลมหายใจเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้เสียมากกว่า
"ล..."
ลำคอแห้งผาก ราวยากจะเปล่งเสียงตอบรับ
เหมาะสมแล้ว
"ครั้งเดียวก็พอ"
นัยน์ตาคู่สวยช้อนมองอย่างขำขัน
กับ
"อย่าลืมสิ...คนๆนั้นตายไปแล้วนะ...."
ราวกับว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยมิได้หมายถึงใคร
ซากที่ไร้ชีวิต
คู่สนทนาหยุดริมฝีปากตนไว้แค่นั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอีกประโยคหนึ่ง
ไร้ตัวตน
"ผมเอง...ก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเธอ"
ไร้หัวใจ
"เหรอ"
รอยยิ้มบางปรากฏที่ริมฝีปาก
"งั้นเรา ก็มาเจอกันโดยมิได้นัดหมายสินะ?"
ไม่มีเสียงตอบรับ
จากคนที่ถูกเหมาเรียกว่า 'เรา'
"อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ"
"จะให้ผมยิ้มได้เหมือนเธอ...คงเป็นไปไม่ได้"
คนหน้าเครียดเอ่ยเสียงเข้ม สองขาย่างก้าวเข้ามาใกล้ หมายจะรั้งตัวอีกฝ่ายไว้
ทว่า มือที่เอื้อมไปจะแตะที่ไหล่บาง กลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า
"ลูลูช..."
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว ครั้งหนึ่งที่ถ้อยคำเช่นนี้ มักถูกใช้ในเวลาที่อีกฝ่ายอ่อนใจ
ราวเป็นคำขอร้องลมแล้งๆ
กับความหวังเพียงเล็กน้อย
ที่เห็นความจริงตรงหน้าเป็นประจักษ์พยาน
"คิ้วแทบจะชนกันแล้วนะ สึซาคุ"
ลูลูช แลมเพอรูจ พูดพลางกลั้วเสียงหัวเราะ
สิ้นหวัง
งั้นหรือ
นายคาดหวังอะไรอยู่?
ทั้งที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่อาจจับต้อง
"ทำไม..."
เอ่ยไม่ทันจบประโยค นิ้วเรียวของร่างโปร่งใส ก็มาหยุดที่ริมฝีปากคม
คำตอบแรกที่เห็น คือรอยยิ้มบางเบา
ก่อนริมฝีปากบางจะเอื้อนเอ่ย
"เรื่องบางเรื่อง...ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกนะ..."
I
เป็นเพียงเศษซากของความทรงจำที่ค้างคา
เรื่องที่ผ่านมาในวันเก่าๆ
ระหว่าง
"เรา"
สองขาก้าวหยัดบนผืนดินอ่อนนุ่ม
วันหนึ่งในความทรงจำ ของคุรุรุงิ สึซาคุ เคยมาเหยียบย่าง ณ ที่แห่งนี้
กับเทพธิดาประจำใจเขา ที่ในเวลานี้คงเฝ้ามองตนอยู่บนสรวงสวรรค์
น่าขำ
แต่สำหรับเซโร่'คนปัจจุบัน'
คงไม่มีเรื่องใด ทำให้ใบหน้าใต้หน้ากากนั้นขยับรอยยิ้ม
ต่างกับ'คนก่อน'เสียเหลือเกิน
สิ่งแรกที่นัยน์ตาสีแมกไม้สังเกตเห็น
หาใช่นภาสีฉานราวโลหิตที่หยาดหยด
หรือสีน้ำตาลแดงของใบไม้ที่ร่วงหล่น
แต่เป็น....
ร่างที่คุ้นเคยของเพื่อนสนิท
ผู้ซึ่งตนลงดาบประหารด้วยมือตนเอง
คนที่เห็นแก่ตัวที่สุด
คนที่เสียสละที่สุด
คนที่โหดร้ายที่สุด
งดงามกว่าใคร สูงส่งกว่าใคร ยากจะเข้าถึงจิตใจได้มากกว่าใคร
อ่อนโยน
เปราะบาง
และแตกสลายได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าใครๆ
"...ลูลูช...."
ไม่อาจร้องขอ
ไม่อาจอ้อนวอน
ความต้องการเพียงชั่วชีวิตหนึ่งที่ดับสูญไป
"บอกแล้วไงว่าอย่าเรียก"
ร่างโปร่งก้าวเท้าผละจากอีกฝ่ายไป ไม่ทิ้งรอยเท้าไว้บนผืนดิน
ไม่มีแม้แต่เงาจากแสงสะท้อนของอาทิตย์อัสดง
เป็นเพียงอากาศธาตุ
ที่พร้อมจะมลายหายไปกับสายลม
แค่อยากเห็นหน้า
แค่อยากสบตา
แต่ไม่อาจเรียกขาน
มองฉัน...
ไม่ใช่คำสั่ง
แต่เป็นความหวังที่หลบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
รับรู้หรือเปล่า
เข้าใจมันบ้างไหม
เหตุผลที่ฉันยืนอยู่ตรงหน้านายในตอนนี้
"ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินมานานแค่ไหนแล้วนะ"
ถ้อยคำเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศ
"........."
"สวยนะ สึซาคุ"
...ทั้งที่ตัวเองเป็นคนบอกไม่ให้เรียกแท้ๆ...
"ก็ฉันจะเรียก"
เสียงทุ้มเอ่ยราวล่วงรู้ความในใจ
ก่อนจะทิ้งตัวเหยียดขากับผิวดิน
"นั่งสิ"
อัศวินหนุ่มทำตามคำสั่งเจ้าชีวิตตนช้าๆ เว้นระยะห่างระหว่างร่างโปร่งบางที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมกลับไม่อาจแตะต้อง
"นายเปลี่ยนไปเยอะนะ"
"ถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่นั่งฟังฉันพูดคนเดียวแบบนี้ใช่ไหม"
"แต่เธอไม่เปลี่ยนไปเลย...ลูลูช"
"ดูตรงไหนล่ะ"
ฝ่ามือหนาเอื้อมมาที่ผิวแก้ม
แน่นอนว่าไม่อาจแตะต้อง
"ใบหน้านี้...รอยยิ้มนี้...นัยน์ตาคู่นี้...ตัวเธอยังเป็นเธอ..."
ลูลูช แลมเพอรูจ
ลูลูช วี บริตทาเนีย
เซโร่...
"ให้ผมเห็นสิ่งแบบนี้ทำไมกัน.... ทั้งที่ผม....ทำใจได้แล้วแท้ๆ..."
ดั่งว่าผู้เอ่ยขาน
บีบหัวใจตนเองช้าๆ...
รอยยิ้มบางเบา หายไปจากสีหน้าของร่างบาง
"ทำใจงั้นเหรอ?"
เสียงทุ้มเปลี่ยนโทนเป็นเสียงสูง ราวกับคำถามย้อนจากประโยคเมื่อครู่
"เวลาผ่านมานานขนาดนี้ นายก็ยังขังตัวเองอยู่สินะ สึซาคุ"
"อะไร.."
"ขังตัวเองไว้ใต้ชื่อของเซโร่ หน้ากากของเซโร่ ความแข็งแกร่งของเซโร่.."
เด็กหนุ่มค่อยๆหยัดกายลุกขึ้น คู่อเมทิสต์ในนัยน์ตาจับจ้องที่คู่สนทนาอย่างระอาใจ
ฉันมาทำอะไรที่นี่นะ
"สึซาคุ"
ฉันทำอะไรอยู่
"หันหน้ามาซิ"
เพื่ออะไร
ร่างสูงผินกายมาอย่างแช่มช้า
นัยน์ตาคู่คมที่เคยเปล่งประกายกล้าด้วยความปรารถนาจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้จาก
ภายใน ดวงตาของอัศวินอันดับหนึ่งเคียงบัลลังก์จักรพรรดิ
กลับไร้ซึ่งแววตาของสิ่งมีชีวิต
เพราะอะไร
หากมีประโยคหนึ่งที่เรียกว่าคำถาม
ฉันพร้อมจะเอ่ยปากเพื่อขอคำตอบ
"สึซาคุ...นายไม่เคย..."
กัดกร่อน
บ่อนทำลาย
นายไม่เคยเลิกคิดถึงเรื่องนั้นใช่ไหม...เหตุการณ์ที่เกิดในวันนั้น....
จากภายใน
ไม่สิ...
เศษเสี้ยวของหัวใจ
พังทลายลงไปช้าๆ
"นายยังเสียใจอยู่ใช่ไหม?"
คำถามนั้นดั่งดาบทิ่มแทงลงกลางใจ
มนุษย์ที่ไร้ความหวัง
เย็นชืดและเฉยชายิ่งกว่าร่างไร้วิญญาณ
"ไม่ว่าเธอจะเป็นภาพหลอน วิญญาณ... หรืออะไรก็ตาม..."
คุรุรุงิ สึซาคุ เอ่ยตอบเสียงแผ่ว
"คำตอบก็คือ..... ใช่....."
IV
เพราะอยากได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา
บนใบหน้านั้นถึงได้มีรอยยิ้มอยู่เสมอ
ได้ยินเสียงนกร้องเรียกพวกพ้องกลับรังนอน
เพียงแต่เขาเป็นวิหคไร้รัง
แผดเผาหัวใจตนเองด้วยเพลิงแค้น...
ชั่วกัลปกัลย์......
"ฉันเคยสงสัยว่าสมองนายกลายไปเป็นกล้ามเนื้อซะหมดรึเปล่า?"
เด็กหนุ่มหัวเราะขำขัน ราวกับเรื่องที่เอ่ยเมื่อครู่ไม่มีความหมาย
"แต่ฉันก็คิดว่า การที่นายทำตามแผนการนั่นจนสำเร็จ ก็ใช่ว่าหัวนายจะมีแต่ขี้เลื่อยซะทีเดียว"
คนฟังขมวดคิ้วเล็กน้อย
"โลกนี้มันไม่สวยงามอย่างที่นายต้องการแล้วอย่างนั้นเหรอ สึซาคุ? โลกที่ไม่มีศัตรูคู่แค้นคนฆ่าเจ้าหญิงยูเฟเมียของนายน่ะ?"
"ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้วล่ะ...ลูลูช"
"เรื่องอะไรล่ะ?"
"ตอนที่เธอช่วยผมจากคดีลอบสังหารเจ้าชายโคลวิส...ตอนที่เธอว่าถามให้ผมร่วมมือกัน...."
"นายปฏิเสธ ทั้งที่ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เป็นศัตรูกับนายด้วยซ้ำ..แล้วจะมาเรียกร้องอะไรอีก?"
"ผมแค่คิดว่า ถ้าตอนนั้น...เธอถอดหน้ากากเซโร่ออกแล้วพูดอีกครั้ง...ผมจะทำยังไงนะ"
"นายไม่ชอบคำว่า'ถ้า'ไม่ใช่รึไง?"
เพราะมันหมายถึง....
เราไม่สามารถเลือกกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผ่านมาแล้วได้....
นายคงทำทุกอย่าง...เพื่อให้ฉันเลิกเป็นเซโร่?....
ไม่ใช่ตอนนั้น แต่ทุกๆครั้งที่เราได้เจอกัน ภายใต้หน้ากากสีดำกับเกราะของอัศวิน...
ถ้าเพียงแต่รับรู้ว่าอีกฝ่ายเป็น 'ใคร'
สถานการณ์จะเปลี่ยนไปสักแค่ไหนนะ?
ก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอ...
"แต่สุดท้ายเราก็ร่วมมือกัน"
"นั่นเป็นผลลัพธ์ที่เธอต้องการ แต่ไม่ใช่สำหรับผม"
"อ้อ ฉันลืมไป ท่านไนท์ออฟราวด์อยากใช้ชีวิตอย่างมี่ความสุขกับองค์หญิงของเขา"
ร่างบางเอ่ยเหน็บแนม พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันที่ริมฝีปาก
"และเธอ...กับนานาลี่ด้วย"
ก็แค่ประโยคบางเบา
ที่เป็นเหมือนลูกกุญแจไขสลักหัวใจของใครสักคน...
สวบ!
อ้อมแขนที่เคยคว้าได้แต่ความว่างเปล่า
บัดนี้มีโอกาสได้แตะต้องอากาศธาตุ
เส้นร่างของความมีตัวตน เห็นเด่นชัดในสายตา
อ้อมกอดของอัศวินในชุดสีดำ
อบอุ่น...เสมอ
ก่อนที่จะรู้อะไร ใบหน้าคมก็ซุกลงกับไหล่บาง
"ฉันไม่คิด..ว่านายจะแตะตัวฉันได้นะ..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่ว ราวไม่แน่ใจ
ทว่าสัญญาณที่ดี คือร่างนี้ไม่ขัดขืนอย่างที่ควรจะทำ
ต่อต้านเสียงเรียกร้องของหัวใจเสมอมา
"เธอตัวเย็นมากเลยนะ"
"ก็ฉัน'ตาย'ไปแล้วนี่"
"ผมอุ่นมากพอสำหรับเราสองคน"
"พูดมาได้"
สัมผัสของฝ่ามือหนา วางทาบอยู่ที่แผ่นหลัง
ลมหายใจที่เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิต
แม้จะไร้หัวใจ
แต่ใช่ว่าจะไร้วิญญาณ..
"ผมฝันไปรึเปล่า?"
"คนแตะตัวผีได้ในโลกจริงรึเปล่าล่ะ?"
"นั่นสินะ"
สึซาคุเผลอยิ้มขึ้นมา ลูลูชยังเป็นลูลูชจริงๆ...
คนตรงหน้าดูจะแปลกใจไม่น้อย ที่เห็นริมฝีปากคมระบายรอยยิ้มบนสีหน้า
"นายยิ้มแล้ว?"
"อืม"
"อีกทีสิ"
"...."
"ฉัน...ไม่ได้เห็นนายยิ้มมาตั้งนานแล้วนะ"
เพียงได้ยิน รอยยิ้มบนสีหน้าก็เหมือนจะมลายหายไป
"ถ้างั้นก็มาหาผมบ่อยๆสิ ผมจะยิ้มให้เธอทุกครั้งที่ต้องการ"
"ไม่คิดว่าฉันเป็นผีแล้วเหรอ?"
เจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์ได้แต่กลั้วหัวเราะ ก่อนมือบางจะแตะบนใบหน้าอีกฝ่าย
"ผมไม่สน"
"นายคิดได้แบบนั้นฉันก็ดีใจ"
รู้ไหมสึซาคุ
ไม่จำเป็นต้องนึกถึงฉัน...ในตอนที่ฉันตายหรอก
ฉันอยากเป็นฉันที่มีความสุข...ในความทรงจำของนายมากกว่า.....
"ผมเข้าใจแล้ว...สิ่งที่เธอต้องการ..."
อ้อมกอดแน่นขึ้น ราวจะตรึงร่างนี้มิให้จางหาย
"ถ้าผมพูดว่า...อยู่กับผมเถอะนะ... มันจะเห็นแก่ตัวเกินไปไหม"
"ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่นายไม่ใช่"
แขนเพรียวละจากใบหน้าคม ก่อนจะโอบรอบแผ่นหลังกว้างเป็นการตอบรับ
"ไม่ต้องทำหน้าเศร้า แค่นายคิดถึง เดี๋ยวฉันก็มาใหม่"
"แต่ผมคิดถึงเธอทุกเวลา..."
"เน่ามาก ป่านนี้ยูฟี่คงจ้องฉันอยู่แน่ๆ"
"ฮะฮะ... ไม่หรอกมั้ง..."
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยบอกใคร...
ตั้งแต่เสียยูฟี่ไป...ผมก็มีแต่เธอเท่านั้น....
ทั้งที่คิดว่า...จะปกป้องให้ได้แท้ๆ...
"ฉันต้องไปแล้ว..."
ปลายเสียงหายไป ขณะที่ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยช้าๆ
เพราะนายคือความฝันของฉัน...
ยิ้มให้กับโลกที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือฉันเถอะนะ..
แค่เท่านั้น
โลกที่ทุกคนมีความสุข....
สิ่งนั้น...แค่เท่านั้น....
มากเกินพอ
เพราะนาย ก็เป็นหนึ่งในคนที่ฉันอยากให้มีความสุขเช่นกัน
V
อ้อมแขนของตนโอบกอดแต่ความว่างเปล่า...
ลูลูชหายไปแล้ว...
"คนที่เห็นแก่ตัวที่สุด...คือผมต่างหากล่ะลูลูช..."
แสงสุดท้ายของวันลับหายไป แทนที่ด้วยนภายามราตรี
พร่างพราวด้วยแสงดวงดารา
รู้สึกถึงของเหลวใสที่หลั่งไหลจากนัยน์ตาคู่คม
"ไม่ได้เห็นมานานแค่ไหนแล้วนะ..." ริมฝีปากพึมพำกับตนเองเบาๆ
ฟิ้ว...
สายลมเย็นพัดผ่านผิวกายให้สะท้านไปทั้งร่าง
ถึงโลกนี้จะงดงามขนาดไหน...
แต่ก็เป็นโลกที่ไม่มีเธออยู่ดี....
- F I N -
SARAIL : วันนี้ไปเที่ยวกับมายลู สอบTU แล้วก็ได้ของขวัญจากพี่เฟียร์... สุดยอด.... TT^TT
- ไปแฟนตาเซียมา ซื้อซาวด์แทรกกีอัสมาฮะ แปลงMP3แล้วด้วย สนใจขอหลังไมค์ เพราะราคา... ฮืออออ
- สั่่งฟิกม่าลู่ไปตัวละ2,900 ผู้รู้แจ้งทีว่าราคาเกินจริงรึเปล่า??
)

สุลู่ ถ้าเป็นคู่นี้ล่ะก็ ไม่อาจจินตนาการเมะโฉดได้เลยหลังจากตอนจบ ( ฮา ) ความรักที่ไม่อาจอยู่ด้วยกัน แต่แสดงออกที่การกระทำนั้น ซาบซึ้งนักเจ้าค่ะ
#1 By ruk21us on 2008-10-27 02:20