[SF]Boys Next Door:I
posted on 07 Mar 2009 23:51 by sarail in FictionTitle: Boys Next Door
Fandom: KHR
Pairing:Xanxus * Squalo
Rate: SM,Psycho,Dark,R
Note: เรื่องนี้ได้ชื่อมาจากผลงานของ อ. Kaori Yuki ซึ่ง... เนื้อเีืรื่องหาได้เอี่ยวกันแม้แต่น้อย OTL
AUนะฮะ-A-...
มีลากขาวด้วยนะเอ้อ = =b
-------------------------------
Boys next Door;
แชะ....
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมฉายชัดบนริมฝีปากชายหนุ่มวัย24ปีซึ่งก้าวเท้าเดินต่อไปเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก...ที่คนอย่างแซนซัสมีช่างภาพแอบตามตัวโดยมิได้บอกกล่าว
แต่นี่เป็นครั้งแรก ที่เขาจับไม่ได้ว่าคนคนนั้นคือใคร...
ฝีมือดีนี่...
ชายหนุ่มวางกระเป๋าเอกสารไว้กับเก้าอี้ ทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวยาวในห้องพักนักศึกษา ใครเล่าจะไปนึกว่าทายาทบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นประดับใบหน้าเป็นสัญลักษณ์จะเลือกเรียนในสายอาชีพที่ไม่เข้ากับใบหน้าเลยสักนิด
สายการแพทย์...
นั่นเป็นเรื่องปกติ ที่คนอย่างเขาจะกลับห้องไม่ตรงเวลา เป็นกิจวัตรธรรมดาอีกเช่นกัน ที่ชายหนุ่มนักศึกษาแพทย์อนาคตไกลจะเป็นที่สนใจของสาวๆ ทั้งนี้ใบหน้าเย็นชากับรอยยิ้มเหยียดราวจะเย้ยหยันกระทั่งคนไข้หาใช่ปัจจัยทำให้สตรีเพศหลงใหล แต่เพราะบุรุษผู้นี้มีกลิ่นอายของความเป็นผู้นำให้ผู้ตามต้องคล้อยสายตามองแม้อีกฝ่ายจะเดินจากไปไกลแล้วก็ตามต่างหาก
และเพราะเช่นนั้น... การถูกแอบถ่ายรูป จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาเจอจนชาชิน
ทว่า...
ความสนใจพุ่งเข้ามาเรื่อยๆ เขารับรู้ได้ว่าเจ้าของสายตาที่อยู่หลังเลนส์ซึ่งจับจ้องมาที่เขานั้นไม่ละสายตาจากตนมาเป็นเวลากว่าร่วมเดือนแล้ว ซึ่งตัวแซนซัสเองก็ไม่ได้ประพฤติอะไรผิดศีลธรรมให้ถ่ายรูปไปแบล็คเมลล์ได้ แต่น่าแปลกที่เจ้านี่ยังไม่ละมือจากเขาเสียที สำคัญคือเขาทำอย่างไรก็ไล่จับช่างภาพลึกลับคนนี้ไม่ได้อีกต่างหาก...
เห็นทีจะต้องหาทางกำจัดอย่างจริงจัง
รอยยิ้มเยียบเย็นประดับที่ริมฝีปาก ก่อนมือหนาจะกดบนโทรศัพท์มือถือ ขึ้นชื่อเรียงเบอร์สตรีที่ไม่เคยแม้แต่แลตามอง ถึงตอนนี้คงต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้มหน่อยเสียแล้ว...
“อ๊ะ...อา...ฮ้า...แซนซัส...” เสียงหวานครางเครือเมื่อร่างสูงไล้ริมฝีปากไปตามเนินอกขาวผ่อง ร่างอรชรแนบชิดไปกับประตูห้องซึ่งเธอคงจำได้แค่สีของเพดาน อารมณ์คาวโลกีย์จากผู้เจนจัดทั้งที่ไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นทำให้ตัวล่อในคืนนี้ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
เจ้าของชื่อคว้าตัวเจ้าหล่อนทำสิ่งที่ต้องทำทันที ผิดคาดไปบ้างที่เขายังสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ทว่า...ในเมื่อกล้าท้ามาคนอย่างเขาก็กล้าท้าชนกลับเช่นกัน
นัยน์ตาคู่คมจ้องผ่านหน้าต่างบานกว้างซึ่งแง้มผ้าม่านไว้เพียงน้อยนิด แต่เขาเชื่อว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เฝ้ามองตัวเขาอยู่ต้องเห็นทุกอย่างทีเกิดขึ้นในห้องนี้แน่ ริมฝีปากคมเหยียดยิ้มก่อนจะทิ้งอารมณ์ทุกอย่างให้เป็นไปตามเกมส์
ดูซิ....แกจะทนได้แค่ไหนกัน...
อย่างที่ใครบางคนคิด เจ้าของสายตาหลังเลนส์ผงะไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดมุ่น พร้อมกับใบหน้าที่ดูเหมือนสีจะเลือนหายไปกับเส้นเลือด...
“ทำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...” เด็กหนุ่มปีหนึ่งพึมพำขณะสูดหายใจทำใจอยู่ครู่ แล้วซูมเลนส์ระยะไกลให้ใกล้เข้าไปอีก จนเห็นหน้าใครบางคนที่ตนแอบตามมาหลายวันอย่างชัดเจน ใบหน้าที่หยาดเหงื่อผุดพราย คิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันอย่างอดกลั้นอารมณ์ ริมฝีปากคมเฉียบที่ไม่มีแม้แต่เสียงความพึงพอใจดังจากลำคอ เสื้อเชิ้ตขาวที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนไป เผยให้เห็นผิวกายใต้เนื้อผ้า แค่มองก็ทำให้รู้สึกหน้าแดงขึ้นมาดื้อๆ
ทว่า อยู่ๆสายตาคู่นั้นกลับตวัดมายังโฟกัสเลนส์ราวกับรู้ว่าถูกจับจ้อง ร่างโปร่งผงะไป รอยยิ้มเย้ยหยันของชายตรงหน้าทำให้อุณหภูมิในกายร้อนรุ่ม เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น...
ชายหนุ่มก็แทบจะหลอมละลายไปหลังเลนส์....
หายไปแล้ว....
แซนซัสสรุปกับตัวเองในใจ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ เขาไม่สนใจหรอกว่ารูปพวกนั้นจะถูกแพร่ไปรึเปล่า เพราะเท่าที่ดูมาเจ้านั่นก็ไม่เคยเอารูปของเขาไปขายต่อที่ไหน ดูเหมือนพวกตามถ่ายด้วยความชอบส่วนตัวเสียมากกว่า....
เสียงปิดประตูดังปังจากห้องคนข้างๆซึ่งแซนซัสไม่เคยสนใจสักทีว่าเพื่อนข้างห้องเป็นใครกันแน่ แต่ดูท่าทางจะหัวเสียไม่น้อย แซนซัสดูสภาพห้องที่มีสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือเตียงยับยู่ยี่ ไม่มีแม้แต่กลิ่นน้ำหอมติดเป็นคราบของประสบการณ์เมื่อครู่
ชายหนุ่มไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงคนไหน เพราะพวกเธอเป็นฝ่ายขึ้นสวรรค์แล้วลาลับไปในชั่วข้ามคืน...
เจ้าของเรือนผมสีเงินทิ้งตัวลงกับหมอน เสียบสายต่อคอมพิวเตอร์กับกล้องตัวโปรด รอให้มันประมวลผลแล้วพิมพ์ออกมาเองตามโปรแกรมที่เซ็ตไว้...
ดวงตาคู่นั้น...ที่ไม่เคยจ้องกลับมาเลยสักครั้ง...
ทว่าแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น...เขาก็แทบคลั่ง....
ริมฝีปากบางแห้งผาก ลิ้นนุ่มไล้เลียกลีบปากบางช้าๆ ขณะมือหนึ่งคว้ารูปที่พึ่งพิมพ์ออกมาสดๆวันนี้มาดู....
หากได้สัมผัสริมฝีปากนั่นจะเป็นยังไงนะ...
หากได้รับการโอบกอดจากวงแขนนั้นจะรู้สึกยังไงนะ
หากถูกเขาคนนั้นกลืนกินเข้าไป...
คงมีความสุขไม่ใช่น้อย....
“แซนซัส...” แผ่นหลังบางพิงกับหน้าต่างที่ปิดสนิท ก่อนมือเรียวจะปลดกระดุมเสื้อสีดำตัวบางที่ตนใส่ออกทีละเม็ด จินตนาการถึงร่างสูงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็เหมือนไกลจนทำได้แค่มองห่างๆ ริมฝีปากบางขบนิ้วเรียวที่จำแลงเป็นริมฝีปากร้อนรุ่มของอีกฝ่าย อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นราวกับว่าคนคนนั้นมาปรากฏต่อหน้า
“...อา...” ใบหน้าเนียนเรื่อไปด้วยสีฉานของแรงอารมณ์ ลมหายใจติดขัดทั้งที่ตนเป็นคนกระทำเองแท้ๆ ราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นมาชักนำให้ร่างกายรุ่มร้อนไปกับมายาภาพที่สร้างขึ้นมา เข็มขัดถูกปลดถอดไปพร้อมกับกางเกงขายาวราวกับรอให้ใครมาปลดปล่อยความแข็งขืนของร่างกาย มือบางสัมผัสแก่นกายที่ถูกไฟปรารถนาเผาไหม้จนแทบไม่เหลือสติอยู่ เพียงแค่นึกว่าเงาสีดำที่ทาบทับตนเป็นเค้าร่างของเขาคนนั้น ร่างโปร่งก็เผลอแยกเรียวขาออกด้วยความต้องการ อยากให้อีกฝ่ายเติมเต็มให้...แม้ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม
“แซนซัส...แซนซัส...” เสียงพร่ำชื่อราวจะให้สงบสติอารมณ์ นัยน์ตารื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่ามือนุ่มกับหยุดค้างไว้เมื่อใกล้จะถึงฝั่งฝัน เขามันต่อไม่ได้... เขาไม่รู้จะทำยังไง...
เป็นครั้งแรก...
.... แรงอีกสิ....
“อ๊ะ...อ...” ฟันขาวเผลอกัดริมฝีปากตนจนเลือดไหลซึม ทว่าเพียงเท่านั้นอารมณ์ที่ชะงักไปกลับถูกจุดไฟขึ้นมาอีกครั้ง ร่างโปร่งเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ทว่าตัวเขาไม่อยากกระทำเอาเสียเลย..แต่....
“อึ๊ก...ฮะ..อ๊ะ....” นิ้วเรียวครูดไปกับแก่นกายสีสดจนรอยกรีดสร้างบาดแผล สีโลหิตไหลซึมไปทั่วทั้งฝ่ามือ ใบหน้าชื้นเหงื่อซบกับไหล่มนขณะทื่มือยังทำหน้าที่ของมันไม่หยุด สร้างรอยแผล...ที่สรรสร้างความสุขสมมากับสีโลหิตที่ไหลย้อมเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกายตนเอง
...ไม่นะ...หยุดนะ...
“อ๊าาาาาาาา!!!” ร่างโปร่งกรีดเสียงเมื่ออารมณ์มาถึงจุดปลดปล่อย สีขาวพร่างพรายในนัยน์ตาทั้งที่ทั่วห้องมีแต่ความมืดมิด ชายหนุ่มแทบขยับตัวไม่ได้จากความเจ็บปวดที่สร้างขึ้นด้วยน้ำมือตนเอง หยดน้ำตาจากร่างกายที่ไม่สอดคล้องกับจิตใจร่วงลงกับพื้นผ้าปูเป็นวง แต่เจ้าตัวจะรู้ก็หาไม่…
“อ๊ะ...ฮะ...ฮึก...อึก....”เสียงสะอื้นไห้ปนเปไปกับความสุขสม ทั้งที่อารมณ์พุ่งขึ้นสูงแต่จิตใจชายหนุ่มกลับค่อยๆจมดิ่งสู่ความมืดมิด...
กลิ่นคาวเลือดชัดเจนในโสตประสาท...พร้อมกับลมหายใจแหบแห้งที่รู้สึกเหมือนท่อรั่ว สูดเข้าปอดเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ...
ไม่พอ...
เขาต้องการแซนซัส...ที่ไม่ใช่แค่รูปถ่าย...
มือเรียวซึ่งเปรอะไปด้วยเลือดคว้าผ้าห่มผืนบางมาคลุมไหล่ซึ่งปรกไปถึงช่วงล่าง ก่อนจะคว้ากระดาษรูปทั้งหมดซึ่งเครื่องพิมพ์พิมพ์ออกมาจนเสร็จครบหมดพอดี
แผ่นกระดาษปลิวกระจายไปทั่วห้องก่อนจะทิ้งตัวลงพื้น พร้อมกับสควอลโล่ที่ไล้ฝ่ามือซึ่งแปดเปื้อนด้วยสีโลหิตกับคราบคาวสีขุ่นไปตามใบหน้าของคนในรูป...
แสงสว่างจากจอมอนิเตอร์เป็นสิ่งเดียวที่สะท้อนให้เห็นภาพทุกอิริยาบถตั้งแต่ขนาดใหญ่ถึงขนาดเล็กซึ่งติดอยู่เต็มผนัง ทั้งที่อยู่ในกรอบรูปและวางระเกะระกะรอใส่แฟ้มอยู่บนโต๊ะและเก้าอี้
สิ่งเดียวที่ชัดแจ้งในมโนสติที่เปื้อนไปด้วยสีขาว พร่างพราวด้วยสีแดง บนฉากกั้นสีดำ...
ไม่ใช่แค่ต้องการ..
“ฮะ ฮะ ฮะ...” ร่างโปร่งแค่นหัวเราะ ราวกับจะเย้ยหยันตนเอง
เขาต้อง ‘ได้’ แซนซัสต่างหากล่ะ...
----------------------------
The End?
or
TBC ?
แต่งด้วยความจิต... ฉันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย...
edit @ 17 Apr 2009 23:06:19 by SARAIL::llWynfrieda@BT
edit @ 17 Apr 2009 23:07:06 by SARAIL::llWynfrieda@BT

ต้อง "ได้" แซนซัสมาให้ได้นะ
ปล1. ขอแบบ SM
ปล2. รออ่านต่อทั้งเรื่องนี้และดีนันซี่เล้ย >v<
#1 By Mukkuk on 2009-03-08 00:46