[Denunci]Ch.28 Part2

posted on 13 Mar 2009 17:50 by sarail  in Fiction

Title: Denunci, this love must betray
Fandom: KHR
Pairing: XS
Rate: PG
Note: อีกสองตอนจบ =_,=

-----------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

สัมผัสเบาบางที่ริมฝีปาก นุ่มนวลเหมือนกลีบดอกไม้ไหว...

 

            ดีโน่?...

 

            ไม่สิ...

 

 

 

 

            อือเสียงครางดังขึ้นในลำคอขณะที่ร่างโปร่งพลิกตัวไปอีกด้านของเตียงนุ่ม ก่อนจะคิดทบทวนอะไรบางอย่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

            จูบ?...

 

 

            !!!??

 

ร่างโปร่งลุกพรวด มองซ้ายมองขวาเห็นแต่สีดำสนิท คิดได้ว่านี่น่าจะเป็นตอนกลางคืนแล้ว แต่....ค่ำคืนที่ไม่มีแม้แต่แสงดาวทำให้ตระหนักความจริงได้อีกข้อ....

 

            ตอนนี้เขามองไม่เห็น....

 

            ใช้คำว่า มองไม่เห็นและ ตอนนี้ดูจะดูดีกว่าการที่จะสรุปว่า ตาบอดสำหรับฉลามคลั่ง

 

            ถึงจะเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ...แต่อย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่กี่อย่างที่ประคองจิตใจอันบอบช้ำของร่างนี้เอาไว้ได้...

 

            ทั้งที่รู้ว่ามองไม่เห็น แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับลืมตาที่จะมองสีของความมืดรอบตัว ในเวลาแบบนี้กลับนึกถึงใครอีกคนขึ้นมาเสียมิได้

            ...เธออยู่กับความมืดมาตลอดเลยสินะ?

 

เหมือนกรรมตามสนองตนเอง...ที่ทำผิดกับใครบางคนไว้อย่างนั้น...

 

 

            ตื่นอยู่เหรอครับ? เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทักทายไม่ไกลนัก ฉลามหนุ่มเดาเอาว่าอีกฝ่ายน่าจะยืนอยู่ไม่ไกลนัก สควอลโล่หาวหวอดก่อนจะยันกายลุกจากเตียง มือคลำตามผนังวอลเปเปอร์เป็นสิ่งนำทางไปหาอีกฝ่าย

            กี่โมงแล้ว ร่างโปร่งถามอย่างหงุดหงิด

            23นาฬิกา 47นาที ชายหนุ่มตอบพลางกลั้วหัวเราะ ไม่ได้ขุ่นเคืองกับน้ำเสียงเอาเรื่องของคนตรงหน้า พลางนึกชื่นชมที่อีกฝ่ายสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพ แบบนั้นได้อย่างรวดเร็วอยู่ในใจ เวลาคุณตื่น ต้องถามเวลาตลอดเลยรึไงกัน?

            ดีโน่ล่ะ? สควอลโล่ไม่ตอบ ไพล่ถามถึงอีกคนแทน ถ้าม้าพยศหนุ่มอยู่คงไม่ปล่อยให้เจ้านี่เข้าๆออกๆห้องที่เขาพักอยู่ตามใจแน่ มิเกลสาวเท้าไปหัวเตียงขณะตอบคำถาม เตรียมการพรุ่งนี้อยู่น่ะครับ

            พรุ่งนี้มีอะไร

            พาคุณไปเปิดตัว

            ห๊ะ…!?”

            ในฐานะสมาชิกคาวัลโรเน่แฟมิลี่ อดีตศัตรูเอ่ยหยิบถุงยาประจำตัวอีกฝ่ายขึ้นมาดู คุณไม่ได้ทานอาหารเย็น เพราะฉะนั้นเดี๋ยวอีกซักพักก็ช่วยทานยาด้วยนะครับ

            แต่…” ริมฝีปากบางสวนอย่างไม่เข้าใจ ทว่าคำพูดของตนที่เอ่ยปากไปกลับทำให้สมองกลับมาคิดทบทวนอีกรอบ ใช่สิ...ตอนนี้เขาไม่ใช่คนของวาเรียแล้วนี่...

            นัยน์ตาคู่คมหรี่มองบานหน้าต่างซึ่งปิดสนิทซ้ำยังปกคลุมด้วยม่านสีเข้ม แปลกใจอะไรอยู่เล็กน้อยแต่ก็มิได้เอื้อนเอ่ย พลางนึกถึงสารท้ารบที่ส่งไปให้ใครบางคนเมื่อตอนบ่าย ทั้งที่เขาคิดว่าคนคนนั้นคงไม่ทนนั่งเฉยอยู่กับเก้าอี้ได้ แต่น่าแปลกที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมาแม้แต่น้อย

            เงียบไปทำไม ฉลามหนุ่มเอ่ยขึ้นราวจะเรียกความสนใจจากคู่สนทนา มิเกลกระพริบตาถี่เหมือนว่าตนหูฝาดไป ว่าอะไรนะครับ?

            ฉันถามว่าเงียบทำไม ร่างโปร่งว่า ก่อนยกมือขึ้นกอดอก ทั้งที่มองไม่เห็น แต่ก็มั่นใจว่าเจ้าคนปากดีต้องยืนอยู่ต่อหน้าเขาแน่ๆ

            ไม่นึกว่าคุณอยากคุยกับผม เสียงนุ่มมีร่องรอยความประหลาดใจปนขำขัน พร้อมถาม เหงาเหรอครับ?

สควอลโล่สะบัดหน้าพรืด ปฏิเสธโดยอัตโนมัติ แต่ท่าทางนั้นบอกได้อย่างดีว่าใจจริงของเจ้าตัวคิดอะไรอยู่

            จริงๆผมก็อยากอยู่กับคุณหรอกนะ แต่ถ้าทำอย่างนั้น ผมคงโดนทั้งแส้ทั้งลูกไฟ ร่างสูงพูดติดตลก ก่อนจะจับมือลากอีกฝ่ายไปหยุดอยู่กับเตียง แล้วผลักคนตรงหน้าให้ฟุบไปกับผ้าห่ม แต่ถ้าคุณเหงา ผมว่าคืนนี้มีคนอยู่เป็นเพื่อนแน่

            ใครว่าฉันเหงา!!” ฉลามหนุ่มลุกขึ้นนั่งกับเตียงนุ่มทำท่าจะลุกหนีคำพูดแซวของอีกฝ่าย แต่รู้สึกน้ำหนักเตียงที่ยุบลงมา คนปากดีที่ว่านั่งอยู่ข้างๆนี่เอง

            ผมเดาเอานะ... บางที ที่นี่...อาจจะมีผีก็ได้มิเกลเอ่ยพลางมองผ้าม่านที่วูบไหวทั้งที่ไม่มีลมจากภายนอก เสียงเครื่องทำความร้อนในห้องครางเบาๆราวกับจะตอบรับคำพูดเพ้อเจ้อของชายหนุ่ม แต่ดูท่าฉลามคลั่งจะไม่สนุกไปด้วย

            ห๊ะ... แม้นักฆ่าจะสังหารคนมามากก็จริง แต่สควอลโล่ยังไม่เคยเจอเรื่องลึกลับแบบจะจะเข้าสักที ถ้าจะมีก็เรียกว่าตัวเองหลอนไปเองมากกว่า

แต่ไหนแต่ไรมามนุษย์กลัวความมืดที่สุด ตัวเขาที่ทำงานกับยามค่ำคืนจึงไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่ว่าตอนนี้... มันไม่เหมือนปกติ...

            สิ่งที่ชายอกสามศอกกลัวมากที่สุด ก็คือสิ่งที่จับต้องไม่ได้นี่แหละ!

            แกเอาอะไรมาพูด ฉลามหนุ่มทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่เม็ดเหงื่อผุดตามรูขุมขน ทำเอาคนมองอดขำไม่ได้ มิเกลแค่ยิ้มหวานให้อย่างเคย ก่อนจะผละตัวลุกไป

            กินยาด้วยล่ะครับ...แล้วก็...ราตรีสวัสดิ์ เสียงนุ่มเอ่ยลา แล้วร่างสูงก็หยุดอยู่หน้าประตูราวจะรอคำตอบรับของอีกฝ่าย ถ้านอนคนเดียวเหงา ยังไงผมก็อยู่ห้องข้างๆนะครับ

            ถ้าดีโน่มันไม่ให้แกอยู่แถวนี้ แล้วทำไมแก... ไม่ทันขาดคำ เสียงเปิดและปิดประตูก็ดังขึ้นในคราวเดียว ไม่ต้องแปลกใจว่าตอนนี้พ่อคนช่างยุคงออกไปหัวเราะอยู่นอกห้องแล้วแน่ๆ...

            สควอลโล่คิดว่าเจ้าโรคจิตนั่นคงลืมนึกไป ว่าตัวเขามองไม่เห็นแบบนี้แล้วจะกินยาได้อย่างไร...

 

 

 

 

 

            ฝ่ายคนจิตไม่ปกติที่ว่า ก็ยืนขำอยู่หน้าห้องเหมือนที่ใครบางคนคิดจริงๆ ขายาวก้าวนำไปยังห้องข้างๆอย่างที่บอกหนุ่มนักฆ่าไปเมื่อครู่ พลันนัยน์ตาคู่คมสังเกตเห็นชายผ้าคลุมสีดำพลิ้วไหวจากระเบียงห้องคนป่วย...

            “มาจริงๆ..สินะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ๊ด....

            เสียงหน้าต่างบานกว้างเปิดออกช้าๆพร้อมกับแรงลมเย็นเฉียบจากอุณหภูมิภายนอก สควอลโล่สะดุ้งเฮือก เป็นครั้งแรกที่ฉลามหนุ่มรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่มองไม่เห็น เพราะเขาก็ไม่อยากมีประสบการณ์สยองขวัญจากคฤหาสน์คาวัลโรเน่...พลางโสตประสาทได้ยินเสียงสวบสาบของฝีเท้าย่ำกับพื้นพรม ถ้าสิ่งที่อยู่ต่อหน้าตนเป็นผีอย่างน้อยมันก็ยังมีน้ำหนักตัวล่ะฟะ

            ผีจะมีขาได้ยังไงกัน..

            สควอลโล่หลับตาพริ้มทั้งที่ในใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พลางคิดสะระตะในสมอง ถ้าไม่ใช่ผีล่ะ..ผู้บุกรุก... หรือนักฆ่า?.... ดาบเขาพังไปตั้งนานแล้ว แถมตัวเขาในตอนนี้ที่ไม่มีแม้แต่มือกลอีกข้างจะทำอะไรได้...

            จะให้หนีหรือแกล้งทำเป็นหลับ นั่นก็ไม่ใช่วิสัยของเขาเอาซะเลย แต่ถ้าผู้บุกรุกเป็นนักฆ่าจริงๆก็คงจะลงมือไปแล้วสิ?...

            อยู่ๆด้านข้างเตียงก็ยุบฮวบ ผีในจินตนาการของฉลามคลั่งคงนั่งลงข้างๆนี่เอง

            ฝ่ามือร้อนรุ่มแม้ในฤดูหนาวสัมผัสลงที่ข้างแก้ม เกลี่ยเรือนผมนุ่มสลวยที่ปรกเสี้ยวหน้าของร่างโปร่งให้เห็นใบหน้าที่ไม่ได้มองเต็มตามานาน ไล้สัมผัสไปรอบคอขาว ร่างโปร่งบางที่ดูจะซีดจางไปกับแสงสลัวของห้องมืด ดูไม่เหมาะสมกับคนที่เจิดจ้าและแน่วแน่อย่างรุ่งอรุณนั่นเลย

           

            เป็นครั้งแรกที่ฉลามหนุ่มเข้าใจอะไรแจ่มแจ้งในรอบหลายวัน

           

            ชายหนุ่มพลิกตัวเข้าซุกคนตัวอุ่นกว่าที่มาโดยมิได้นัดหมายโดยอัติโนมัติ สร้างความประหลาดใจให้ผู้บุกรุกไม่น้อย

            “เดี๋ยวนี้กล้ามากนี่...” เสียงเข้มเอ่ยเริ่มบทสนทนา

            “ก็...นี่มันฝันของฉันไม่ใช่รึไง” รอยยิ้มบางปรากฏบนสีหน้าทั้งที่ฉลามคลั่งยังหลับตาพริ้ม อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้แล้วว่าไม่ใช่ผี...

            “ตัวนายจริงๆจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” ตอบทั้งที่ยังแนบใบหน้ากับฝ่ามืออุ่น ทำเอาคนฟังกระตุกยิ้มกับความคิดงี่เง่าของอีกฝ่าย

            “ไม่ลองตื่นมาดูหน่อยรึไง คนในฝันของแกน่ะ”

            “ถึงฉันลืมตา ก็มองไม่เห็นอยู่ดีล่ะน่า” ริมฝีปากบางเอ่ยแย้ง ทว่าก่อนที่จะได้ทันตั้งตัว ใครบางคนที่คนหลับตาคิดว่าเป็นแค่ความฝันกลับดึงตัวเขาเข้าไปกอด อุณหภูมิร่างกายพร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจทำให้ยืนยันว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ผี แถมยังไม่ใช่ความฝันอีกต่างหาก...

            “แซนซัส...” ฉลามหนุ่มเพ้อชื่ออีกฝ่ายเบาๆ ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี่เป็นเรื่องจริงรึเปล่า เขาไม่ชอบถูกหลอกหลายครั้งหรอกนะ...

            ใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มวาเรียดูจะไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย คนตรงหน้าทำตัวเป็นปลาความจำสั้นไปได้ แต่เขาก็พอใจอยู่ลึกๆที่ร่างโปร่งจำได้ว่าสัมผัสร่างกายนี้เป็นของใคร...

            “แซนซัส...จริงๆเหรอ...” มือขวาลูบไปตามใบหน้าของชายหนุ่มราวกับไม่แน่ใจ รอยนูนของรอยแผลเป็นกับเค้าโครงใบหน้าคมสันได้รูปนั้นไม่มีทางเป็นของปลอมได้แน่ แต่...

            นัยน์ตาคู่สวยลืมตาขึ้นช้าๆ ทั้งที่รู้ว่ามองไม่เห็น...

 

 

 

 

 

            จริงอย่างที่คิด...

 

            ไม่มีสิ่งใดนอกไปจากความมืดมิดเช่นเมื่อครู่...

 

 

 

            คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ก่อนจะผลักคนตรงหน้าออกเต็มแรง

            “มาทำไม!!

            ร่างสูงตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆฉลามคลั่งก็วีนแตก ร่างโปร่งพยายามถอยหนีแต่ตัวเขาเองก็ไม่คิดจะปล่อยชายหนุ่มไปง่ายๆ สควอลโล่ที่ไม่สนใจแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอแค่หนีไปได้ก็พอรีบรุดลงจากเตียง ทว่าเพียงแค่ก้าวเดียวฉลามหนุ่มก็ทรุดฮวบลงกับพื้น โชคยังดีที่คนไล่จับคว้าเอวอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ก่อนแซนซัสจะลากตัวสัตว์น้ำไม่เชื่องกลับ ชายหนุ่มพิงตัวกับหัวนอนพลางดึงให้อีกฝ่ายนั่งด้านหน้า ทั้งล็อคเอวบางไว้ในอ้อมแขนเสร็จสรรพ

            “ปล่อยเซ่ ไอ้เจ้าบอสงี่เง่า!!

            ความคิดที่จะจัดการคนในอานัติเป็นอันชะงักไป เมื่อฉลามตัวดีทั้งเตะทั้งถีบสุดฤทธิ์ อย่างกับว่าขยะแขยงเขาขนาดนั้น ท่าทีแข็งข้อของร่างโปร่งกระตุ้นต่อมน้ำโหชายหนุ่มขึ้นมาตะหงิดๆ โชคยังดีที่เรื่องที่ตนต้องทำสำคัญกว่าการจะมาคิดบทลงโทษคนตรงหน้า.... อย่างน้อยรอกลับไปที่ปราสาทก่อนก็ได้...

            “แกมาที่นี่ได้ยังไง!?แล้วพวกยามของดีโน่ล่ะ” สควอลโล่ยิงคำถามหลังหยุดดิ้นเพราะคนตรงหน้าดูจะไม่ได้มาเพื่อเรื่องแบบนั้นสักเท่าไหร่ ชื่อของศัตรูหัวใจที่เอ่ยจากปากหนุ่มผมเงินทำให้แซนซัสเหยียดยิ้ม

“พวกนั้นสลบกันหมดอยู่ก่อนแล้ว”

            “หา...”

            “เลิกพูดมากซักที” ริมฝีปากคมเอ่ย “หลบตาฉันทำไม”

            “อ๊ะ..” คนนอนบนเตียงเหมือนพึ่งรู้สึกตัว ร่างโปร่งกลอกตาไปมา พลางสงสัยอยู่ในใจ ก่อนจะตอบตัวเองได้ทันทีว่าคนตรงหน้าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามองไม่เห็น...

            “เปล่า...” รู้สึกถึงนัยน์ตาคู่คมที่จับจ้องมาที่ตนเองอย่างคาดคั้น ไม่ทันให้ตั้งตัว ใบหน้าคมซุกกับไหล่บาง พลางคลอเคลียลมหายใจไม่ห่าง

            เสียงเข้มอ่อนลงเล็กน้อยก่อนจะจับมือบางขึ้นมาสัมผัสริมฝีปาก

 

“ฉันมารับแกแล้ว...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC

 

ฆ่าปาดคอ ต่อพาร์ตหน้า OTL 

 

Buon Compleanno Squalo!! ขอให้ปีนี้เลิฟลี่กับเฮียอีกนานๆ!! 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"แต่ถ้าทำอย่างนั้น ผมคงโดนทั้งแส้ทั้งลูกไฟ”
ฉันหลงรักมิเกลจริงๆค่ะซาขา ชอบประโญคนี้ของมิกกี้มากกกกกกกก

โฮร แต่พอเลื่อนลงมาเรื่อยๆ

บอสค่ะ บอสสสส บอสสสสสสสสสสส ซาคะ คุณทำให้ฉันลืม D18 "ไปเลย"

ตกห้วง XS อีกแล้วว
ตอนแรกว่าจะทำตัวเป็นนักอ่านไร้สมรรถภาพแล้ว 555
ไปๆมาๆก็แหม เธออุตส่าห์เอาลงบลอกให้
เลยมานั่งอ่านใหม่บิ้วท์อารมณ์เมนต์ :D



ใช้คำว่า ‘มองไม่เห็น’ และ ‘ตอนนี้’ ดูจะดูดีกว่าการที่จะสรุปว่า ‘ตาบอด’ สำหรับฉลามคลั่ง
^
ชอบ น่ารักดี 555 อ่านแล้วขำ แบบว่า เออเนอะ บอกว่า แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละที่มองไม่เห็น ดูเป็นประโยคปลอบใจตัวเองแบบไม่ค่อยอยากยอมรับสภาพดี

มิกกี้หลังๆได้ใจคนอ่านไปเยอะ ไม่รู้ว่าใครบ้าง แต่อย่างน้อยๆก็ฉัน(กับริกกี้#1)แน่ๆ เขาดูไม่ใช่ทำทั้งเพื่อดีโน่ หรือบอส (ไม่อยากจะบอกว่าทำเพื่อสควอล สงสารคุณน้องเอลด้า) แต่ก็ให้การช่วยเหลืออย่างดีมาตลอด แล้วยังไอ้นิสัยขี้แกล้งนั่นอีก ดีโน่เมะอยู่ในโอวาทคงไม่หยอดว่า ไม่นึกว่าคุณอยากคุยกับผม หรืออย่างบอสก็คงไม่มานั่งปั้นเรื่องผีหลอกสควอลโล่ 555

เลื่อนลงมาเรื่อยๆแทบกระอักความหวาน
บอสขาบอส เดี๋ยวนี้เคลมเมียได้หวานขนาดนี้แล้วหรือคะ ชอบให้บอสทำมากกว่าพูด แต่พอพูดทีแม่ยกคงคลั่งตายกันเลยทีเดียว


อ่า รู้ไหมว่า ถึงขนาดต้องตั้งเอ็มบีซี่มาเมนต์ให้เธอเลยนะ!

#2 By Luscinia on 2009-03-13 21:35


มันน่าจับคนเขียน ไปฆ่าหมกป่า!!!! ตัดกันแบบนี้อีกแล้ว OTL
++++

พาคุณไปเปิดตัว”

“ห๊ะ…!?”

“ในฐานะนายหญิงของคาวัลโรเน่แฟมิลี่”
<<< อ่านแล้วรู้สึกแบบนี้ดีจริงๆ ฮา

บอสโผล่หัวมาให้กระดี้กระด้าซักที ชอบช่วงแอบหวานนิดๆ ตอนที่เพิ่งเจอกันนะ น่าร้ากกกกกก พี่ล่ะแพ้ทาอารมณ์แบบนี้ดีจริง ๆ อุกี๊ซๆๆๆ

บทสนทนาก่อนหลามวีนแตก ถูกใจมากกก แต่ซา อีกสองตอนเธอจะจบ ขอเซอร์วิสคนอ่านบ้างเถอะ ฮือๆๆ

อยากเห็นสองตัวนี้ในฟิคหวานกันบ้าง หึหึหึ

รออ่านมันต่อไป = =v

#3 By เฟียร์ . Fiar on 2009-03-13 22:34

หลามจ๋า เลิกทำแง่งอนใส่บอสได้แล้ว

จับบอสกดไปเล้ย ><bbb

บอสก็มาหวานซร้า หัดง้อให้มันซึ้งกว่านี้หน่อยจิบอส

ปล. ถูกมิเกลแอบเห็นตอนมานี่แสดงว่าฝีมือย่องเบาของบอสยังไม่ขั้นเมพนะเนี่ยconfused smile

#4 By Mukkuk on 2009-03-13 23:45

ตัดจบได้โหดร้ายที่สุด โฮกกก
หลงมิเกลแล้วสิ มันช่างน่ารักอะไรอย่างนี้นะ
ว่าแต่เอลด้าจะหลอกหลอนไปถึงเมื่อไรกันหนอ
หลามยังคงความน่ารักได้เสมอต้นเสมอปลายมาก
และสุดท้าย บอสขา กรี๊ดๆๆ

ใจหวิวๆนิดๆ ยังไม่อยากให้จบเลย งือ

#5 By misszuppy on 2009-03-14 17:17