[Special]::Black Bird::II

posted on 25 Apr 2009 02:12 by sarail  in Fiction

 

 

 

 Black bird :: II

 

 

 

 

 

                นเราจะเริ่มอยากได้อะไรเมื่อตอนไหนงั้นเหรอ?

                ก็คงเป็นตอนที่มองไป..แล้วอะไรนั่นมันไม่ใช่ของเราเท่านั้นเอง

 

 

            จากที่ตอนแรกแค่อยากได้...

 

                อะไรที่เห็นอยู่ทุกวันจนชินตา แต่ก็เอื้อมคว้ามาไม่ได้สักที

 

 

            ก็เปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น...

 

               

 

 

 

 

                ขอโทษที่รบกวน...ขอบคุณสำหรับที่พัก แต่เราหมดธุระกันแค่นี้ล่ะ” ร่างโปร่งเอ่ยเสียงห้วนก็จะยันกายลุกจากเตียง ทว่าทันทีที่เท้าเปล่าแตะพื้นชายหนุ่มก็แทบเซถลาแนบหน้ากับพื้นพรม ยังดีที่คว้าหลักยึดไว้ได้ก่อน..

 

                หลักยึดที่ว่าเลิกคิ้วเล็กน้อยราวกับไม่เข้าใจประโยคที่เขาพูดไปเมื่อครู่ ทั้งที่คนตรงหน้าไม่มีทางจะแกล้งเซ่อได้แท้ๆ ใบหน้าคมคายของราชสีห์หนุ่มแห่งฟอเรสต้ายังเรียบเฉยเช่นทุกครั้งที่เคยได้เห็น ทว่าคนประเภทเดียวกันย่อมดูออกว่าในนัยน์ตาคู่คมนั้นแอบมีประกายทอรอยยิ้มอยู่จางๆ

 

                “...ไม่นับหรอกนะ” มิเกลว่าอย่างหงุดหงิด คนความดันต่ำถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสังเกตได้ว่าตนสวมเชิ้ตขาวสะอาดไม่ได้เปื้อนเลือดเช่นเมื่อคืน แต่กางเกงตัวเดิมเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัย(?) แต่ว่า...สูทตัวนอกที่โดนถอดทิ้งไปตั้งแต่กลางถนนนั่นมันมีทั้งกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ อะไรต่อมิอะไรสารพัดเลยน่ะสิ!

 

                “ให้ไปส่งมั้ย” เสียงทุ้มยื่นข้อเสนอ มิเกลไม่นึกอยากอยู่ในรังสิงโตไปนานกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว อย่างน้อยๆตอนนี้ที่ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยว เขาก็ไม่ได้นึกพิศวาสผู้ชายที่รูปลักษณ์ติดลบในจินตภาพรสนิยมตนเองแม้แต่น้อย ทว่าในเวลานี้ คนที่ไม่ได้ปล่อยให้เขานอนตายอยู่ข้างถนนก็พอจะดูดีขึ้นมาบ้างในเกจวัดความชอบของเขา

 

                “...ผมไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” ร่างโปร่งเอ่ยเหตุผลน่าเชื่อถือ ทว่านัยน์ตาคู่คมที่มองแล้วร้อนๆหนาวๆขึ้นมานั่นก็เลื่อนมาหยุดที่เชิ้ตผ้าไหมนุ่มลื่นสีขาวบริสุทธิ์.... ไม่จำเป็นต้องพูดลำเลิกบุญคุณ เพราะของมันเห็นๆกันอยู่ว่าคนพูดกลืนน้ำลายตัวเองอยู่ขนาดไหน

 

                มือเรียวปลดกระดุมเสื้อออกอย่างรวดเร็วทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ ขณะที่คนยืนมองเฉยๆเอ่ยขึ้นราวกับรู้ใจ

 

                “เสื้อตัวเก่าของนาย ฉันทิ้งไปแล้วนะ”

 

                “ขอบคุณที่มายุ่มย่ามกับเรื่องของคนอื่นนะครับ” มิเกลพูดเสียงลอดไรฟัน ความหงุดหงิดบวกกับอาการมึนหัวทำเขาแทบคลั่ง ร่างโปร่งปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จก็เตรียมถอดหนี้บุญคุณที่ว่าออกทันที ทว่าร่างสูงกลับรั้งแขนเสื้อยาวนั้นไว้ก่อน

 

                “ถือว่านายติดหนี้ฉันแล้วกัน”

 

                “ผมไม่ได้ขอ”

               

                “ไม่ยักรู้ว่ามือซ้ายของอควิล่าจะไร้มารยาทขนาดปฏิเสธความหวังดีของบอสแฟมิลี่พันธมิตรได้ลงคอนะ...” ทั้งตำแหน่งและแฟมิลี่ถูกอีกฝ่ายล่วงรู้หมดในชั่วข้ามคืนทั้งที่เขายังไม่ได้ปริปากบอกอะไรแท้ๆ มิเกลหน้าเสียไปเมื่อนึกได้ว่าเชิ้ตที่เขาใส่อยู่ทับผ้าพันแผลที่วนรอบตัวนี่คงบอกได้แล้วว่าใครเป็นคนสวมเสื้อตัวนี้ให้!แล้วคงจะเห็นอะไรที่อยู่บนแผ่นหลังเขาไปแล้วด้วย!!

 

                “ไม่ใช่เรื่องของคุณ และกรุณาอย่าขวางประตู” ร่างโปร่งเอ่ยเสียงห้วน

 

                Red Wings งั้นเหรอ...ไม่เข้ากับนายเลยนะ หรือจะต้องให้เรียกว่าสปายของวองโกเล่ดีมั้ยล่ะ?” นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างทันทีที่จบประโยค ตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้ สมองเขาประมวลผลแย้งตั้งแต่เมื่อครู่ที่อีกฝ่ายเอ่ยปากว่าแฟมิลี่พันธมิตร ฟอเรสต้าที่อยู่แต่ในสเปนจะมายุ่งเกี่ยวอะไรกับอควิล่าได้ยังไงกัน แต่ที่พูดว่าพันธมิตร...คงหมายถึงวองโกเล่ตั้งแต่แรก แต่..เขารู้ได้ยังไงกันล่ะ!?

 

                “...ต้องการอะไรกันแน่”

 

                “วันนี้วันคริสต์มาส...” ร่างสูงเอ่ยลอยๆ “ทุกคนควรจะอยู่กับครอบครัว...นายคิดอย่างนั้นมั้ย”

               

ก็ใครกันล่ะที่ขวางไม่ให้ผมกลับบ้านอยู่ตอนนี้ ... มิเกลคิดอย่างระอาใจ ก่อนจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

               

“ถ้าโฮมซิกนักก็นั่งเครื่องกลับสเปนไปสิครับ อำนาจล้นฟ้าอย่างคุณแค่เรื่องตั๋วเฟิร์สคลาสเต็มช่วงเทศกาลคงไม่เป็นปัญหานี่”

 

รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏเป็นคำตอบฉาบบนใบหน้าของราชสีห์หนุ่ม...

 

สัญชาติญาณของผู้ชายที่เจอเรื่องร้ายมามากพอกับที่มอบโชคร้ายให้คนอื่นเตือนให้มิเกลรับรู้ในทันที ว่าต่อให้ถอนตัวตอนนี้ เขาก็ติดบ่วงคนตรงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หิมะขาวทิ้งตัวลงมาบนพื้นถนน ย้อมสีเมืองให้เป็นสีจางเหมือนภาพวาดสีน้ำ ร่างโปร่งถอนหายใจขณะย่างก้าวนำใครบางคนที่ตามติดหลังมาไม่ห่าง ไหนใครเขาว่าบอสใหญ่ของแฟมิลี่ชื่อดังควรจะงานล้นมือทั้งนั่งโต๊ะและเก็บกวาดไม่ใช่หรือไง?แล้วไอ้คนที่ทำตัวเนียนไม่รู้ไม่ชี้อยู่ใกล้ๆเขานี่เข้าข่ายบ้างรึเปล่า?

 

มิเกลทำเป็นไม่สนใจใครที่หยุดเดินทันทีที่เขาหยุดยืนเฉยบนทางเท้า วันคริสต์มาสที่ผู้คนพากันเลี้ยงฉลองเก็บตัวอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ทำให้คนเดินถนนมีน้อย แต่ห้างร้านก็ยังพยายามโฆษณาสินค้าลดราคาเข้ากับช่วงเทศกาล ตั้งแต่ย่างก้าวจากโรงแรมที่ใครบางคน ช่วยเขาไว้ออกมา แผนที่ในสมองก็ถูกเชื่อมเข้าหากันช้าๆแต่ร่างโปร่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้การได้รึเปล่ากับสภาพสมองที่ยังปรับตัวไม่ได้กับอาการนอนไม่พอของเขานี่...

 

ว่าแต่... คนโดนกระสุนถากควรจะอยู่ ICU ไม่ใช่เหรอ?? แล้วแค่ผ้าพันแผลนี่จะไปหยุดเลือดได้ขนาดไหนเชียว ว่าแต่ทำไมเขาไม่เจ็บไม่ปวดอะไรเลยล่ะ??

 

ความคิดกับความรู้ที่มีตีกันไปมาในสมองอย่างสับสน สุดท้ายชายหนุ่มที่นิ่งเฉยตามหลังเขาอยู่อย่างไม่พูดอะไรเลยนั่นก็เป็นฝ่ายเอ่ยปาก

 

“คนอิตาลี่ที่หลงทางในฟลอเรนส์งั้นเหรอ?”

 

ร่างสูงเอ่ยเสียงเรียบเฉย ทั้งที่นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววกลั้นหัวเราะเต็มที่ คนถูกเหน็บหันไปมองค้อนทันที

 

 

“คนสเปนที่กลับบ้านไม่ได้เพราะอยากเห็นหน้าน้องชายมันก็พอกันนั่นแหละ”

 

 

“ฉันน่ะ จะกลับเมื่อไหร่ก็ได้ แต่นาย...จะกลับได้รึเปล่าเถอะ”

 

 

“เฮอะ” มิเกลพ่นลมหายใจแรงๆแล้วพยายามไม่โต้คารมกับคนตรงหน้าอีก เขาพึ่งถอนเงินผ่านตู้แสกนแบบไม่ใช่บัตรเครดิตมาเมื่อครู่ อย่างน้อยเงินในบัญชีก็มีมากพอจะซื้อมือถือกับซิมใหม่ได้ง่ายๆ แน่ล่ะ คนเตรียมพร้อมตลอดเวลาถึงจะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะพลาดท่า แต่ก็มีเรื่องที่ป้องกันไว้บ้างเหมือนกัน...

 

มือเรียวใส่ซิมใหม่ในเครื่องมือสื่อสารสีดำสนิทอย่างคล่องแคล่ว ทันทีที่เปิดระบบใช้บริการเรียบร้อย ร่างโปร่งก็กรอกเสียงไปตามหมายเลขปลายสายทันที

 

คุณพ่อ....ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าร้านกาแฟที่ไหนซักที่ตรงข้ามกับร้านหนังสือหัวมุมสี่แยก ช่วยมารับภายในหนึ่งชั่วโมงด้วยนะครับ” ไม่รอคำตอบ ร่างโปร่งทิ้งตัวลงนั่งกับบันไดร้านค้าที่ปิดอยู่เพราะช่วงวันหยุดเทศกาล อากาศหนาวทำให้คนที่สวมแค่เชิ้ตตัวเดียวต้องแนบฝ่ามือเข้าหากัน นัยน์ตาสีควันบุหรี่เหลือบมองคนที่ใส่โค้ทตัวหนาอย่างดีแล้วนึกหมั่นไส้เล็กๆ

 

“คุณว่างมากรึไง” ร่างโปร่งเอ่ยถามทั้งที่ไม่ได้หันไปมองหน้าอีกฝ่าย

 

“หืม”

 

“เลโอเน่แห่งฟอเรสต้ามีงานอดิเรกเป็นสโตรกเกอร์งั้นเหรอ”

 

“นายเองก็เหมือนกันนี่”

 

“....ฉลามคลั่งน่ารักกว่าคุณเยอะนะ คุณพี่...” หนุ่มผมดำล้อเลียน ไม่ใช่ว่ามีแต่ฝ่ายนั้นที่รู้ข้อมูลเขาสักหน่อย แต่เขาเองก็สืบประวัติใครคนนั้นมามากพอที่จะรู้ความเป็นมาเหมือนกันนั่นแหละ.. พี่ชายต่างสายเลือดที่หลงรักน้องตัวเอง สมเป็นนิยายน้ำเน่าเสียจริง...

 

ใช่..เขาเองก็เหมือนกัน...

 

“สควอลโล่...ตอนนี้คงอยู่กับแซนซัส” ร่างสูงเอ่ยลอยๆ ก่อนจะสาวเท้ามาใกล้ เงาที่ทาบทับจากคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ทำให้ร่างโปร่งหงุดหงิดมากขึ้น รวมกับคำพูดมีเอี่ยวถึงใครคนนั้นทำเอามิเกลให้คะแนนติดลบกับชายหนุ่มตรงหน้าเขามากขึ้นทะลุปรอท

 

“อยู่กับครอบครัว.....” ริมฝีปากสีซีดทวนคำที่คนว่างงานข้างๆตัวเขาพูด ครอบครัวของเขา...ตอนนี้ก็เหลือแค่คุณพ่อ ทั้งที่เคยอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่สุดท้ายก็เหลือแค่คนคนเดียว...

 

ทั้งที่เคยคิดว่าตนเองอาจจะมองเห็นก็ได้แท้ๆ แต่กลับไม่ บางทีก็อิจฉาคุณพ่ออยู่เหมือนกัน ที่แตะต้องเธอคนนั้นได้....

 

“คนพูดแบบนี้ ก็เพราะตอนเขาอยู่ใกล้ตัวไม่รู้จักคว้าไว้ต่างหาก” ร่างโปร่งเอ่ยช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ตีสีหน้าเย็นชาเสมอ มุมที่เขามองร่างสูงอยู่ทำให้นัยน์ตากับเรือนผมนั้นไม่ได้เป็นสีแบบที่เกลียด ถ้าไม่อคติซักหน่อย บอสแห่งฟอเรสต้าก็เป็นชายหนุ่มที่ดูดีกว่าบอสแห่งวาเรียในสายตาเขาหลายเท่า...

 

มันเป็นเรื่องของรสนิยม...

 

คุณพ่อเคยพูดแบบนั้น บางทีเขาอาจจะหาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วก็ได้ว่าผู้ชายอย่างแซนซัสมีดีอะไรฉลามคลั่งถึงได้ไม่ยอมทิ้งคนแบบนั้นมาซักที...

 

 

...

 

แต่ถึงยังไง เขาก็หลงผู้ชายด้วยกันไม่ลงอยู่ดี...

 

 

 

ยกเว้นไว้คนนึงแล้วกัน..

 

 

 

 

ขณะที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ร่างโปร่งก็รู้สึกถึงอะไรหนักๆอุ่นๆที่ถูกโยนมาคลุมศีรษะเขา

 

โค้ทสีเข้มที่พ่อสิงโตสเปนนั่นใส่อยู่จนถึงเมื่อครู่...

 

“จะทำตัวเป็นพระเอกซีรี่ยส์รึไงครับ?”

 

มิเกลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้โค้ทตัวหนานั้นเลื่อนไปตามแขนเพรียว แล้วยื่นกลับคืนให้อย่างสุภาพ อย่างน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นพอที่จะรักษามารยาทอย่างที่ควรจะกระทำ

 

“กลัวจะเป็นหนี้เพิ่มขึ้นขนาดนั้นเชียว”

 

“คุณที่เย็นชาขนาดนี้ ถึงจะเป็นเสื้อผ้า ใส่เท่าไหร่ก็ไม่อุ่นหรอก” ร่างโปร่งยิ้ม ความรู้สึกดีๆหักลบกับรสนิยมส่วนตัวไปได้ชั่วครู่ ขณะเดียวกัน รถแอสตอนมาร์ตินสีเงินก็เลื่อนตัวมาจอดข้างทางถนนอย่างเงียบเชียบราวกับรู้ใจ สารถีคนเก่งเลื่อนกระจกที่นั่งข้างคนขับลงช้าๆ ก่อนจะส่งสายตาดุๆเป็นเชิงให้ขึ้นรถ

 

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจากคุณ ผมไม่ลืมบุญคุณแน่...”

 

            คนเราจะเริ่มอยากได้อะไรเมื่อไหร่กัน

ใช่เพราะว่าเห็นจนชินตาแต่ไม่อาจครอบครองหรือเปล่า?

 

หรือเพราะอยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่เขาเป็นของคนอื่น

 

 

หรือเพราะว่าโอกาสที่ผ่านมามีแค่ครั้งเดียว ถึงได้อยากจะตีตราเป็นเจ้าของตั้งแต่ตอนนั้น

 

 

 

นกน้อยสีดำสนิทที่เกาะบนกิ่งไม้ แค่เพียงลมพัดวูบหวิวก็บินหายไป

 

 

 

                “มิเกล”

 

                เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกชื่อร่างโปร่งเป็นครั้งแรก ขณะที่คนนั่งบนเก้าอี้ด้านข้างของรถแล้วเลื่อนกระจกลงมาช้าๆ พร้อมเลิกคิ้วเป็นคำถาม

 

 

 

 

 

 

 

            “อย่าลืมจ่ายดอกเบี้ยล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

Black bird smiling with white skin

And win lion’s heart with heartless mind

 

 

 


 

 

 

 

“อย่างกไปหน่อยเลยน่า เลโอเน่”

 

 

 

 

 

Red blood wings fallen from twilight sky.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC :: Black Bird III(ยังจะมีต่อ?)

 

อยากอ่านลาก = =;;  

 

/me อยากแต่งเรท กร๊ากกกกกกก

 

จำที่เคยพูดเรื่องมิกกี้ไว้ข้างหลังของเล่มหนึ่งได้รึเปล่าเอ่ย พ่อหนุ่มปีกแดง~ (?) ฮา...

 

จับทางเลโอคุงไม่ถูก แต่ถ้าให้สรุปง่ายๆ.. ก็คือคริสต์มาสแทนที่จะอยู่บ้านดีๆกลับมาแอบสโตรกหลาม กร๊ากกกก นั่นสินะ สโตรกเกอร์สองคนเจอกันคงสะใจดีพิลึก(?) ดีนะมิกกี้เลิกทำแล้ว(แน่เรอะ?) แต่ก็นึกภาพสองคนนี้โฟ่กันเรื่องหลามประมาณโอตาคุคุยเรื่องฟิกเกอร์ไม่ออกอยู่ดี... OTL (ภาพพจน์อันสูงส่งของเลโอคุง เอิ้ก..ย่อยยับ? กร๊ากกก)

 

ตอนแรกว่ามิกกี้คุณชายแล้วนะ แต่เจอเลโอคุงเข้าไป+สปอยล์จากท่านมุก...ให้ตาย เลโอคุงคุณชายกว่าจริงๆด้วย OTL!!!


edit @ 25 Apr 2009 03:16:18 by SARAIL::llWynfrieda@BT

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อึก! กรีดร้องออกมาเป็นชื่อเมียรักสองคนที่กองอยู่บนโต๊ะ!!!!! ทำไม ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมพอเป็นเวอร์ชั่นนี้แล้วถึงรู้สึกว่าโซโฮกกกกกกกกก ชะมัดเลยล่ะ

อย่าว่ากันเลยนะน้องซา พี่รู้สึกเชียร์คู่นี้แบบพิลึกๆๆๆๆ กรีดร้อง e15]
( น้องซากับไอ้มุกตบบ้องหู ทีซีรี่ย์เต็มล่ะไม่อ่าน )

ปล. มีต่อสิ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โฮก โฮกกกกกกกกมากกกกกกกกกก

ปปล. นี่คืออาการสติแตกของคนที่กำลังจะหย่ากับภรรยา (หัวเราะ )

#1 By ruk21us on 2009-04-25 04:04

โฮกกกก กรี้ดดด พี่ซาค่ะ แต่งเลย!!!!
(เย้ยย) อีนี่รอเชียร์(อ่าน)อยู่ ติดน้องVSติดแฟนชาวบ้าน (โฮก) อ่านแล้วรู้สึกชอบคู่นี้มากกว่า XS ซะอีก!!!

ดอกเบี้ย อะ ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยอะไรเนี่ยพูดซะคนอ่านใจเต้นแทน =///=~ ไม่นึกว่าเลโอจะ"งก"ได้ขนาดนี้ กรั่กๆพูดถึงปีกสีแดงยังนึกภาพไม่ค่อยออกซักเท่าไหร่เลยฮะ = =;/

ปล...แท็กพี่ชวนอึ้งเล็กน้อยนะค่ะ "ราชสีห์กับหนู" 555+

#2 By †Saji卐 on 2009-04-25 10:05

กรีดร้องงงงง!!

มิกกี้!! มิกกี้!!!!!!!!!!! (เขาเป็น OC คนแรกในแฟนฟิคที่ฉันหลงรักจริงๆ)

อ้าก นอนตาย.. มิกกี้ยยยยยยย์์=[]=== *สกรีมลั่น*
รอตอนต่ออออออออ
จะ

อ่าน

หวานๆ

แหววๆ

อ่ะ

(เอาเยอะๆ)

= 3=

*มาเม้นท์เกรียนๆแล้วเผ่น*

#4 By dearchan on 2009-04-25 17:07



เมะราชา(แอบหื่น) ออกปฏิบัติการแล้ว ><!!

มิกกี้ระวังตัวให้ดีน้า ไม่งั้นอาจจะ....

#5 By Mukkuk on 2009-04-25 22:01

#1 - ดีใจที่ชอบนะฮะ*0* มีต่อ.. แน่อยู่แล้ว!! ฮาา นั่นสิ ทีเรื่องเต็มนะไม่อ่าน พี่รัก TT^TT โซโฮกกกกกกกกกก

#2 - ขอบคุณที่ติดตามค่า *-* เอ แต่ว่าเชียร์คู่นี้พร้อมๆกับXSจะดีใจกว่านะ (หัวเราะ) เพราะเป็นคู่ที่ชอบเหมือนกันเลยเปรียบเทียบความมากกว่าน้อยกว่าไม่ได้ OTL ส่วนเรื่องปีกแดง.. มิกกี้มีรอยสักรูปปีกอยู่ที่หลัง =///= ส่วนแท็ค เป็นชื่อเล่นน่ะฮะ 55

#3 - คุณลูก คุณป๋าชอบเม้นต์คุณลูกจัง

#4 - มัน
จะ
หวาน
ได้
แน่
เหรอ
คู่
นี้
กร๊ากกกกกก

#5 - อันตราย = =b

#6 By sarail on 2009-04-27 13:18