[Special]::Black Bird::III
posted on 27 Apr 2009 01:56 by sarail in Fiction
Black bird :: III
ตอนแรกก็แค่คิดว่า...
น่าสนุกดีนี่...
3 มกราคม
แสงไฟสีฟ้าสลับแดงเป็นประกายแวววาวสะท้อนจากแชนเดอเลียสไตล์โมเดิร์นขนาดย่อม สถานที่อโคจรแต่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคอกลางคืนมีระดับคลอไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สจากเครื่องกระจายเสียงให้แขกเหรื่อได้ยินกันอย่างทั่วถึง ถึงจะใช่ผับบาร์เกรดต่ำที่ลูกค้ามองเห็นเพียงเรือนร่างกันและกัน แต่แสงสลัวทั่วบริเวณนั้นกลับทำให้บรรยากาศดูน่าค้นหาเพื่อนดื่มในยามค่ำคืนเสียจริง
มุมหนึ่งที่ไกลจากฟลอร์เต้นรำพอควร เหมาะสำหรับคนที่รักความสันโดษแต่ก็หลงใหลในแสงสีของยามราตรี บาร์เครื่องดื่มที่เรียงรายด้วยเก้าอี้ว่างรอพร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนในค่ำคืนนี้ บาร์เทนเดอร์หนุ่มผู้โดดเด่นด้วยสีขาวสลับดำทำหน้าที่อย่างแข็งขัน มือเรียวเทส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้วจากเชกเกอร์ใส่ลงในแก้วทรงเหลี่ยมมนที่รอรับอยู่ ก่อนจะตวัดมือส่งให้ลูกค้าที่นั่งอยู่หัวมุมของโต๊ะยาวที่ขัดมันจนมองเห็นภาพสะท้อนใบหน้าตนเอง
“วันนี้ก็ลีลาดีเหมือนเดิมนี่ คุณชาย” เสียงแหบต่ำเอ่ยจากบุรุษที่นั่งตรงกับเค้าท์เตอร์ ร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงที่ไล่ย้อมสีทองตรงปลายทำให้เหมือนเปลวไฟลุกไหม้บนศีรษะ นัยน์ตาสีน้ำทะเลเข้ากับเชิ้ตแขนสั้นลายฮาวาเอี้ยนผิดกับกางเกงแสล็คสีดำ คนมองไม่ได้ดูไปถึงคอนเวิร์สสีเขียวแมนดารินที่เท้าก็ถอนหายใจยาวกับรสนิยมคนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยปากว่าพอเป็นพิธี
“มาหาผมถึงที่นี่ จะช่วยแต่งตัวให้เข้ากับสถานที่หน่อยไม่ได้รึไงครับ?”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มในชุดทางการว่าพลางจิกสายตาไปบนลายดอกชบาบนเสื้ออีกฝ่าย หนุ่มหัวไฟหัวเราะกับคำเหน็บแนมนั้น ก่อนจะวางมือบนโต๊ะมันปลาบรับแก้วค็อกเทลที่อีกฝ่ายพึ่งชงให้เสร็จสรรพพอดี
“อุตส่าห์รีบคาบข่าวมาบอกนายเชียวนะ ยังจะว่าอีกเหรอ” ชายหนุ่มว่าเสียงออดอ้อนก่อนจะยกเครื่องดื่มสีแปลกตาขึ้นซดหมดในคราวเดียวจนคนเสิร์ฟนึกหมั่นไส้ลึกๆ แถมคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ลูกค้าที่เขาต้องบริการด้วย เพราะคราวนี้มิเกลสรุปได้ว่าคงไม่พ้นตนต้องจ่ายเหมือนทุกครั้ง
“อีกสองชั่วโมงร้านจะปิด ไว้ค่อยพูดตอนนั้นก็ได้”
“แหม ฉันไม่ว่างขนาดนั้นซะด้วย”
“งั้นก็ว่ามา ผมติดเครื่องกวนสัญญาณไว้แล้วไม่มีใครดักฟังได้หรอก” ร่างโปร่งเอ่ยพลางเท้าคางกับโต้ะมันปลาบ ทำท่าจดจ่อตั้งใจฟัง ทว่าหนุ่มหัวไฟผิวปากเบาๆเมื่อเห็นสาวสวยผมทองเดินผ่านหน้าเขาไป..
ฉึก!!!
ส้อมพลาสติกปักลงกับพื้นโต๊ะระหว่างง่ามนิ้วคนไม่รู้กาลเทศะ หนุ่มหัวไฟสะดุ้งเฮือกก่อนจะมองคนที่ยิ้มเป็นนิจอย่างหวาดๆ
“จริงจังซักทีสิ” รอยยิ้มหวานพร้อมนัยน์ตาคู่คมที่คนผมแดงมองทีไรก็สันหลังวาบได้ทุกครั้ง แต่ถึงกระนั้นการได้ปะทะฝีปากกับคนตรงหน้าก็เป็นเรื่องที่เขาเคยเบื่อเช่นกัน
“เสื้อนายตัวนี้ดูหลวมไปหน่อยนะ ผิดไซส์แน่ๆ”
“พอดีตัวนี้มีคนให้มา…ที่เหลือส่งซักอยู่” ร่างโปร่งตอบเสียงห้วน ชุดที่เขาใส่อยู่ก็แค่เชิ้ตขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ จะหาตัวอื่นมาแทนก็ใส่ในงานไม่ได้เพราะเขาก็ไม่ชอบเครื่องแบบ สุดท้ายก็คว้า ‘หนี้’ ที่ติดไว้มาย้ำตัวเองอีกครั้ง
แต่จะว่าไป…ไม่เจอหมอนั่นเลยแฮะ กลับสเปนไปแล้วรึไงกัน?
“เข้าเรื่องได้แล้ว”
“สการ์เล็ตยังไม่ตาย” เสียงตอบจริงจังทำให้คนฟังที่ยังไม่ได้เตรียมใจเลื่อนใบหน้าหลุดจากฝ่ามือที่เท้าคางอยู่ มิเกลหน้าตึงไปทันที ก่อนจะสังเกตเห็นใบสั่งใหม่ที่ต้องทำงานไปด้วย ร่างโปร่งจึงหันหลังไปยุกยิกกับเครื่องมือผสมชั่วครู่ ก่อนจะวางแก้วสีฟ้าสว่างใบใหม่ที่มีเปลวไฟเป็นประกายติดตรงไส้เทียนลงบนถาดเงินให้เพื่อนร่วมงานรีบฉิวไปเสิร์ฟลูกค้า
“แล้ว…?” ริมฝีปากได้รูปเอ่ยทวงถามอีกครั้งกับคนที่คิดจะนอกเรื่องอีกที
“Blue fire’s Kiss งั้นเหรอ…สงสารสาวที่เจ้าหนุ่มนั่นจะไปแอ้มจริง” ชายหนุ่มเอ่ยพาดพิงถึงลูกค้าที่สั่งออเดอร์เมื่อครู่ ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าลูกค้าที่รับแก้วนั้นเป็นใคร แต่ก็นะ…ตอนนี้หน้าที่เขาก็แค่ทำงานตามสั่งเท่านั้นเอง
“หล่อนโกรธมาก ยังไงก็ว่าจะฆ่านายให้ได้”
“เยี่ยม” มิเกลประชดพลางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสั่นไหว มือเรียวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วพลางดูความผิดปกติ แมสเสจจากคนที่รออยู่ที่บ้านมาทวงถามเวลาเลิกงานแล้ว…
“คุณป๋าตามกลับบ้านเหรอ? ลูกแหง่ไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“ไม่ใช่เรื่องน่ะ” ร่างโปร่งหยิบกระเป๋าเหล็กใบใหญ่ขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเคาะนิ้วที่ปลายหางตาเบาๆเป็นเชิงให้อีกฝ่ายจัดการซะ
แว่นกันแดดกินพื้นที่กว่าครึ่งใบหน้าถูกสวมทับนัยน์ตาสีฟ้านั่น พลางรูปร่างของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ทีมองเห็นอยู่ฝ่ายเดียวปรากฏให้รูปกระบอกปืนบรรจุกระสุนพร้อมแม็คกาซีนสำรองในกระเป๋า หนุ่มหัวไฟร้องว้าวอยู่ในลำคอ ก่อนจะถอดเครื่องแต่งกายที่ทำให้ตนดูเหมือนคนเดินชายหาดออก
“ของดีนี่ ไฟธ่อน.. ?”
“คายมาให้หมดเปลือกซะดีๆ” ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายคว้ากล่องเหล็กนั่นกลับไปง่ายๆ ร่างโปร่งแกล้งปัดให้หัวเชื้อแอลกอฮอล์เปื้อนแขนหนาพลางทำท่าจะจุดบุหรี่ทำเอาคนมือไวต้องรีบชักมือกลับ
“อย่าโหดนักสิ ใครว่าไม่เล่าล่ะ…”
“คุณพ่อเรียก ผมไม่ว่างอยู่คุยนานนัก” มิเกลเอ่ย คนฟังนั่งคิดถึงคำพูดที่แหย่ไปเมื่อครู่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าลูกแหง่ได้ยังไง เขาตามปั๊บก็กลับปุ๊บเนี่ยนะ…
“สการ์เล็ตล่าพวกกาเหว่าอยู่ ป่านนี้คงยุ่งจนผมหงอกทั้งหัวแล้ว เพราะงั้นคงมายุ่มย่ามกับนายไม่ได้” มิเกลพยักหน้ารับรู้ กาเหว่า…คำที่ใช้เรียกพวกสปายของวองโกเล่ที่แฝงตัวอยู่ในอควิล่า คนตรงหน้าก็เป็นประเภทเดียวกับเขานั่นแหละ เพียงแต่ว่าไม่มีใครสงสัยก็เท่านั้น
“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์มาจับโกหกใครหรอกนะ นี่ยังไม่พ้นช่วงลองวีคเอนด์เลย”
“เธอเลยสั่งให้เจ้าตี๋จัดการเรื่องนายไง ระริกระรี้ใหญ่เลยล่ะ” คู่สนทนาหัวเราะเบาๆ
‘เจ้าตี๋’ที่ว่า..มือขวาของเค้าท์เตสผู้คลั่งไคล้เร้ดคัลเลอร์เป็นชีวิตจิตใจ หนุ่มใหญ่เชื้อสายตะวันออกกับผิวสีเปลือกไข่ที่หมายปองใครบางคนอยู่อย่างเห็นได้ชัด ไหนจะรสนิยมวิปริตที่ทำให้ใครต่อใครขนลุกเกรียวกันได้ง่ายๆ แต่เพราะพ่อมือซ้ายเป็นของรักของหวงบอส ห้ามแม้แต่จะให้ใครแตะต้อง ขนาดร่วมประชุมด้วยยังไม่ให้เห็นหน้า มากพอที่จะทำให้หนุ่มตาตี่ชาวจีนรับประทานแห้วไปโดยปริยาย
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ ใครบางคนที่ไม่มีอำนาจบอสคุ้มหัว ดูท่าจะต้องรับศึกหนักซะแล้ว....
“วันก่อนมีเรื่องระเบิดไป..ปิดข่าวกันให้แซด ฝีมือนายใช่มั้ย”
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะครับ..แต่ใครก็มีปัญหาเรื่องนี้อยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“พวกระดับล่าง..มันขนของทับเส้น” คนพูดเอ่ยพลางใช้มืออีกข้างวางบนกระเป๋าเหล็กราวกับลองเชิง เห็นว่ามิคาเอลไม่ได้ว่าอะไรก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเปิดปากพูดต่อ
“แล้วโดนฝั่งนั้นเล่นเข้าให้ เจ้าตี๋เลยเผาซะราบ ฉันคิดว่านายคงไม่ชอบอยู่แล้วก็เลยกรุยทางให้ตัวเองโดนย้ายไปฝ่ายเคลียร์เส้นทาง จะได้จัดการเรื่องพวกนั้นได้”
“ขอบคุณ” เสียงนุ่มเอ่ยรับอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่แค่นั้นก็มากพอจะให้หนุ่มหัวไฟยิ้มได้
“อย่างที่ว่าไป...เจ้านั่นแทบพลิกแผ่นดินตามหานาย ถ้าไม่หนีภายในช่วงวันหยุดนี่อย่าหวังเลยว่าจะรอดเจ้าตี๋นั่นไปได้” ร่างสูงเอ่ยพลางหลิ่วตา มิเกลเชิดหน้าขึ้นพลางหรี่ตามองลงเล็กน้อย มาอีหรอบนี้...
“มีอะไรจะแลกเปลี่ยนเพิ่มรึไง”
“เปล่า ฉันแถมให้ นี่!” มือกร้านโบกตั๋วเครื่องบินสองใบพร้อมพาสปอร์ตอยู่ไหวๆ ร่างโปร่งเลิกคิ้วพลางรับมาอย่างไม่แน่ใจ มือเรียวเปิดดูรายชื่อแล้วกระพริบตาปริบๆ ไม่นึกว่าคนความละเอียดอ่อนเป็นศูนย์นั่นจะเตรียมพร้อมให้ขนาดนี้
“เฟิร์สคลาสไปสเปนพรุ่งนี้”
“ไม่นึกว่าคุณจะทำมาให้พร้อมสรรพเลยนะ” มิเกลหัวเราะเบาๆพลางปล่อยให้อีกฝ่ายดึงกระเป๋าเหล็กที่บรรจุของแลกเปลี่ยนพ้นไปจากระดับสายตา ร่างโปร่งกวาดสายตามองรายละเอียดในแผ่นกระดาษขนาดยาวนั่นอย่างรวดเร็ว ไม่มีปัญหาทั้งรหัสเลขและไฟลท์เที่ยวบิน แต่เขาก็นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะจัดการอะไรให้ง่ายดายขนาดนี้ มันดูผิดปกติไปสักหน่อย...
“รูปนายหายากเป็นบ้า แต่ช่างเหอะ”
“ถ้าผมปฏิเสธล่ะ?”
“ก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ว่าจริงๆแล้ว...ไอ้นี่น่ะแองเจล่าให้ฉันมาตั้งแต่เดือนก่อนนู้น หล่อนจะแต่งงานเดือนกุมภาไง ทีนี้ถ้าไม่ให้นายไปตั้งแต่ช่วงนี้ตารางงานนายก็ไม่ว่างทั้งปีใช่มั้ยล่ะ?”
“แฟนเก่าคุณ ผมเกี่ยวอะไรด้วย”
“ปั๊ด!! หล่อนจีบฉันเพราะเล็งนายต่างหาก!!” หนุ่มหัวไฟเริ่มหัวเสียเมื่อคนตรงหน้าระบายรอยยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ แต่อย่างน้อยมือเรียวก็หยิบของที่อีกฝ่ายให้ใส่กระเป๋าเสื้อ พลางเหลือบมองนาฬิกาติดผนัง ร่างโปร่งรีบคว้าเสื้อโค้ทตัวหนาก่อนจะจ้ำอ้าวออกจากหลังบาร์
“ผมยังไม่อยากนอนตากน้ำค้าง” มิเกลว่าพลางเสยผมอย่างหงุดหงิด คนตรงหน้าทำเอาเขาเสียเวลาจริง ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวออกมาผู้จัดการร้านก็หาคนใหม่ไปเสียบแทนที่ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไปสำหรับบาร์เทนเดอร์มือดีแต่ไม่ใช่พนักงานประจำ เข้าออกร้านตามใจแต่ฝีมือเป็นเลิศ คนในโลกเบื้องหน้าที่รู้แค่นั้นก็ถือว่าโชคดีไปล่ะนะ...
“งั้นฉันไปส่ง”
“ไหนใครว่ามีธุระไง”
แต่ถึงกระนั้น ท้ายสุดแล้วชายหนุ่มทั้งคู่ก็ยืนหยุดอยู่บริเวณสี่แยกที่ร้างผู้คน...
มิได้รับรู้เลยว่าบทสนทนาตลอดมานั่นอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอด...
“นายยังไม่ได้จ่ายที่เหลือ” หนุ่มหัวไฟว่าพลางล้วงกระเป๋า อากาศหนาวพร้อมหิมะโปรยปรายทำให้คนไม่ชินสภาพชาไปทั้งตัวได้ง่ายๆ แต่กับคนที่แทบจะกลืนไปกับหิมะขาวแค่เลิกคิ้วพลางตอบเป็นคำถาม
“ตั๋วนี่มันของแองเจล่าไม่ใช่เหรอ?”
“แต่พาสปอร์ตน่ะของฉัน” ร่างสูงเอ่ยพร้อมมองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครก่อน
“อยากได้อะไรล่ะ” มิเกลเอ่ยขณะเลื่อนขอบเสื้อลงเพื่อดูนาฬิกาข้อมือ ถ้าเสียเวลาตรงนี้อีกซักห้านาทีเขาคงไม่ได้เข้าบ้านแน่
“ขอจูบ...ได้มั้ย?”
คำขอที่ทำให้นัยน์ตาสีเทาเบิกโพลง ก่อนที่จะได้ว่าอะไรชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย ด้วยส่วนสูงที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ทำให้ใครบางคนไม่ต้องคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง แต่แน่ล่ะ..ใครคนนั้นพิศวาสเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน
“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา” เสียงนุ่มเอ่ยเชื่องช้าแต่ก็ไม่ได้ผละออกอย่างขยะแขยง ใบหน้าของเพื่อนร่วมงานอยู่ใกล้แค่เอื้อม ลมหายใจร้อนๆที่สัมผัสได้ทำให้ขนลุกเสียมากกว่าจะเคลิบเคลิ้ม ทว่าในสายตาอีกฝ่ายท่าทีนั้นดูเหมือนความเขินอายเสียมากกว่า
ทว่าก่อนจะได้ชิงรสหอมหวานจากผลไม้ต้องห้าม อะไรบางอย่างก็จ่ออยู่ที่ข้างเอว…
กระบอกโลหะสีเงินสว่างที่ปกติใช้กับศัตรูเท่านั้นถูกจ่อที่สีข้าง ความเย็นของอาวุธสังหารชั้นเลิศแผ่นซ่านมาถึงผิวกายใต้เสื้อผ้า เมื่อรู้สึกตัวก็เผลอมองใบหน้าของเทวทูตที่ยิ้มหวานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้คนคิดจะฉวยโอกาสรู้ตัวว่าทำผิดมหันต์!
“ขอโทษ...”
“ดี ถอยออกไปซะ” หากใครมามองจากข้างหลังคงไม่แคล้วเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนทำเรื่องบัดสีในที่สาธารณะเป็นแน่ เจ้าของเรือนผมสีพระเพลิงกระพริบตาปริบๆพลางถอนหายใจยาวที่ตัวเองยังรักษาชีวิตมาได้ ผิดกับอีกคนที่มีบรรยากาศเหมือนไอดำล่องลอยอยู่รอบตัวประมาณว่าถ้าเข้ามาใกล้อีกก้าวเดียวล่ะก็ได้ตั๋วไปทัวร์นรกแน่!
“ขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ เพื่อนกันจะหวงอะไรนักหนา”
“อยากตายมากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“...แทนคำขอโทษ.. จะบอกให้ละกันว่าที่คนของเจ้าตี๋ไปขนทับเส้นเขาก็พวกฟอเรสต้า...”
“ขอบใจ” ร่างโปร่งทิ้งระยะห่างมาทั้งยังเล็งปืนเลื่อนต่ำลงจนคนไม่ได้ป้องกันตัวเสียววาบ รอยยิ้มระบายบนสีหน้าชายหนุ่มอย่างพึงพอใจเล็กน้อยกับข่าวสำคัญที่สุดที่คนตรงหน้าแกล้งทำเป็นลืมแต่แรก
“จูบกับผู้ชายก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่...” มิเกลเอ่ยพลางเก็บปืนใส่กระเป๋าเสื้อประโยคนั้นทำคนฟังตาค้าง จากที่นึกว่าคนตรงหน้าที่เคร่งครัดประเพณีนักหนาน่าจะไม่สนใจเรื่องแบบนี้กลับกลายเป็นว่าพูดออกมาได้หน้าตาเฉย
“ถ้างั้น..”
“แต่เขาคนนั้นท่าทางน่าอร่อยกว่าคุณเยอะ” ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆพลางตัดบทอย่างไร้เยื่อใย คำพูดที่บิดเบี้ยวนั้นทำเอาหนุ่มลำพระเพลิงหดเหลือแค่ไม้ขีดไฟ กว่าจะสำเหนียกว่าไม่ควรเล่นกับคนตรงหน้าก็เอาชีวิตตัวเองไปแขวนกับเส้นด้ายซะแล้ว!
“แยกกันตรงนี้ล่ะ..” ลมหายใจแผ่วเบาเบาบางลงไปพร้อมกับคนชอบวางมาดที่เดินลับจากเพื่อนมาโดยไม่บอกลา นิ้วเรียวแตะริมฝีปากตนเบาๆพลางนึกถึงสัมผัสที่เคยได้รับจากใครคนนั้น ทั้งที่เป็นนักฆ่าที่เจิดจ้าดั่งอาทิตย์วันฟ้าใสแต่รสสัมผัสกลับนุ่มนวลหอมหวานเสียจนนึกสงสัยว่าคนแบบนี้ไปเกลือกกลั้วกับกลิ่นคาวเลือดได้ยังไง?
ใช่แล้ว..มันอ่อนนุ่มและหอมหวานเสียจนทำให้คนที่ไม่เคยสนใจอะไรเลยถึงกับหยุดหายใจไปได้...
รอยยิ้มบางเบาระบายบนใบหน้าคมคาย ร่างโปร่งหยุดอยู่ข้างรถยุโรปสีเงินที่เป็นพาหนะส่วนตัวของตน มือเรียวล้วงหยิบกุญแจรถในกระเป๋าพลางกรีดสายตามองซ้ายขวาเช่นปกติ บรรยากาศที่เงียบสงบเกินไปจนน่าสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่ แทบไม่ต่างจากคืนที่เขาไปก่อเรื่องไว้ เพียงแต่ว่าหากมองนาฬิกาแล้วอาจจะดูเป็นคำตอบได้มากกว่า...
!!!??
พลันมองเห็นเงาดำทาบทับจากกระจกมันปลาบของรถหรูในชั่วเสี้ยววินาที มิเกลรีบหันหลังกลับพร้อมเตรียมจะหยิบปืนพกใสอกเสื้อ นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนจะถูกบดบังด้วยฝ่ามือหนาในชั่วเสี้ยววินาที รู้สึกถึงอ้อมแขนที่ดึงรั้งตนไปแนบชิดกับบุคคลลึกลับที่อยู่ๆก็เข้ามาจับตัวเขา ขณะที่มือข้างที่จับปืนถูกจับล็อคราวกับรู้ใจ
“อ๊ะ...!!!??”
สายตาที่มองไม่เห็นนั้นทำให้ไม่อาจรับรู้ แต่สัมผัสร้อนรุ่มที่ริมฝีปากเป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี ปลายลิ้นหอมหวานประหนึ่งน้ำผึ้งเคลือบยาพิษฉกฉวยอากาศจากร่างโปร่งไปเสียหมด คนที่หนีเสือปะจระเข้มาหมาดๆได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายชักนำไปจนสมองพร่ามัวในชั่วเสี้ยววินาที ไม่เหมือนรสสัมผัสที่เคยลิ้มลองมาเลยสักครั้ง ทั้งร้อนแรงกว่า ลึกล้ำกว่า ทั้งยังดูดดื่มกว่า แต่ก็กดดันเสียจนราวกับว่าผู้กระทำนั้นจะบดเบียดรสสัมผัสนี้จนกว่าเขาจะตายคามือ
รสชาติของ Blue fire’s Kiss ฝาดเฝื่อนในโพรงปาก ร้อนแรงประหนึ่งเปลวไฟสีน้ำเงิน แม้ว่าจะมอดดับไปในถ้วยแก้ว แต่กลับจุดเพลิงอารมณ์ให้ลุกโหมเสียจนโดนเผาผลาญร่างกายให้หลอมละลายเหมือนหิมะในรุ่งเช้า คนเคยชินกับรสแอลกอฮอล์แต่ไม่ใช่รสจูบแทบคลั่งตายกับการขาดอากาศหายใจ...
ปัง!!!
เพราะกระบอกปืนเก็บเสียงที่ใช้ประจำนั้นโดนอีกฝ่ายปัดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อครู่ ทำให้เสียงจากลูกกระสุนที่ถูกยิงลงไปฝังกับพื้นถนน เหตุการณ์เกิดขึ้นในชั่วพริบตา ร่างโปร่งผลักคนตรงหน้าออกด้วยมืออีกข้างที่เหลืออยู่ ก่อนมือนั้นจะหยิบปืนอีกกระบอกยิงไปที่ผู้คุกคามตนเมื่อครู่ทันที
เงามืดของทางเดินที่ร้างราผู้คนทำให้เห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัด ถึงจะได้ชื่อว่าสายตาเฉียบคมแค่ไหนแต่กับรสแอลกอฮอล์ดีกรีแรงขนาดฆ่าเชื้อในกระเพาะได้บวกกับสติที่ยังไม่กลับเป็นปกติเพราะเรื่องเมื่อครู่ทำให้มิเกลยิงพลาดไปได้ง่ายๆ แต่ก็ส่งผลมากพอจะทำให้อีกฝ่ายยอมปล่อยมือจากเขา..
น่าขยะแขยงที่สุด...
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่อุกอาจกับตนคงไม่พ้นเป็นบุรุษเพศแน่ แต่มิเกลก็มั่นใจอยู่ว่าเขาไม่ได้ดูเหมือนพวกหนุ่มขายบริการในช่วงค่ำคืน แถมยังมือที่จับล็อคเขาไว้ราวกับรู้ว่าต้องโดนต่อต้านเป็นแน่ แต่ที่สำคัญ... รสชาติของเครื่องดื่มที่เขาผสมเองกับมือและเสิร์ฟเพียงแก้วเดียวในค่ำคืนนี้ทำให้ร่างโปร่งรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องได้ยินบทสนทนาของเขากับคนขายข่าวแน่!
พวกของเจ้าตี๋นั่นรึไง? หรือว่าคนที่เหลือของสการ์เล็ต..
พลันตั๋วกระดาษที่ได้รับจากเพื่อนร่วมงานเมื่อครู่ปลิวตกลงบนพื้น มิเกลไม่คิดจะหยิบเพราะหากละสายตาจากคนที่มองเห็นหน้าไม่ชัดนี้เพียงชั่วครู่ดีไม่ดีอาจได้เสียใจไปจนตายแน่ ถ้าใช้กำลังเข้าประชิดตัวเขาไม่มีทางชนะได้เลย
“คุณลูกค้า...จะช่วยให้เห็นหน้าชัดๆหน่อยไม่ได้รึไงกันครับ” ร่างโปร่งสูดหายใจลึกก่อนเอ่ยอย่างข่มสติอารมณ์ แต่ใบหน้าคมคายไม่สามารถปั้นสีหน้าแย้มยิ้มได้อย่างเคย ถ้าเป็นคนรู้จักมาเห็นล่ะก็ สภาพในตอนนี้ของมิคาเอลคือคนที่พร้อมฆ่าได้ทุกเมื่อ ซึ่งดูเหมือนว่าคนที่ทำให้เป็นแบบนั้นจะไม่ทุกข์ร้อนอะไรเท่าไหร่นัก
ร่างสูงย่างก้าวมาอยู่ใต้แสงไฟ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอย่างเป็นปกติของเขา
“ใส่เสื้อที่ฉันให้ด้วยเหรอมิกกี้?”
ปัง!!!!!
“ใครใช้ให้เรียกชื่อนั้นกัน”
กระสุนอีกนัดผ่านตำแหน่งที่ร่างสูงเคยยืนอยู่ไปฝังบนกำแพงอิฐอย่างเหมาะเจาะ เสียงปืนทำให้ผู้คนเริ่มเปิดหน้าต่างมาดู ขณะที่ตัวปัญหาทั้งคู่ดูจะไม่ยินดียินร้ายเท่าไหร่นัก
เลโอเน่โน้มตัวลงเก็บกระดาษตั๋วที่หล่นบนพื้นของร่างโปร่งพอดีเลยหลบกระสุนนัดนั้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะจนคนยิ่งยากจะคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
“อยากได้ไกด์นำเที่ยวมั้ย?”
“นี่คุณว่างขนาดมาสโตรกผมอีกคนเลยรึไง!?” ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านเสียจนคุณชายที่เคยพูดจาสุภาพใกล้จะวีนแตก เส้นประสาทที่ขมึงเป็นเกลียวตั้งแต่เจรจาการค้ากับเพื่อนร่วมงานเมื่อครู่ทำเอามิเกลไม่มีอารมณ์จะเล่นลิ้นเช่นที่เคยคุยกันอย่างดีเมื่อวันก่อน ร่างโปร่งสูดหายใจลึกถี่เสียจนรู้สึกว่าร่างกายปั่นป่วนไปหมด ยิ่งเห็นท่าทางไม่รู้สึกรู้สาของคนตรงหน้าที่ถือวิสาสะเก็บตั๋วเขาใส่กระเป๋าเสื้อตนเองเฉยยิ่งทำให้ฉุนขาด
“ไม่สมเป็นนายเลยนะ” ร่างสูงหัวเราะเบาๆ มิเกลเริ่มรู้สึกถึงอาการแปลกๆของตนเอง มือที่จับปืนอยู่สั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งสายตาที่มองเห็นคนตรงหน้าเป็นภาพซ้อน หยาดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าราวกับว่าเขาจะเป็นลมไปเสียตรงนั้น.. บ้าน่า!!??
“Blue fire’s Kiss... แรงเกินไปสำหรับนายใช่มั้ย? ถ้าขนาดบาร์เทนเดอร์เองยังรับไม่ไหว ก็ไม่น่าจะเป็นเมนูให้ลูกค้านะ”
ทั้งที่เคยเป็นฝ่ายใช้เล่ห์เหลี่ยมสารพัดจนจับตัวนักฆ่าอันดับหนึ่งจากวาเรียได้ แต่กลับมาถูกพิษของตัวเองเล่นงานกลับแบบนี้มันเสียเชิงเสียจนน่าหัวร่อ มิเกลคิดจะลั่นไกให้ตัวเองรู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ปืนคู่ใจก็ถูกอีกฝ่ายรูดออกจากมือไปอย่างง่ายดาย
“ไม่ใช่...นี่มัน...” ร่างโปร่งพึมพำไม่ได้สติ รสแอลกอฮอล์ร้อนแรงจนแทบจะเผาลำคอไม่น่าติดทนอยู่นานขนาดนั้น ..
ฟอเรสต้าเชี่ยวชาญด้านการใช้พิษและสะกดจิต..
ความจริงเรื่องของแฟมิลี่นั้นทำให้มิเกลคิดได้ ถึงเขาจะมีงานอดิเรกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แต่ก็ใช่ว่าจะสู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับของแบบนั้นมาตลอดได้ง่ายๆ ไม่แปลกเลยที่ร่างกายจะทนทานกับแอลกอฮอล์รสแรง หรือมันก็อาจจะไม่แปลกอีกเช่นกันที่คนแบบนั้นพร้อมจะวางยากลับให้เข้าใจผิดได้ง่ายๆ
“ขนของทับเส้นฟอเรสต้า...” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทวนคำเบาๆแม้จะเริ่มมองไม่เห็นภาพตรงหน้าแต่คนฟังหูผึ่ง แต่..เขาแน่ใจว่าอุปกรณ์ดักฟังหรืออะไรต่อมิอะไรนั่นไม่มีทางใช้ได้แล้วนี่??
มิเกลค่อยๆทรุดแนบไปกับประตูรถ มือเรียวกุมอยู่ที่รอบลำคอ ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟเผาจนทำไม่ได้แม้จะอ้าปากพูด ทั้งยังดึงดูดแรงที่มีไปเสียหมด ขณะร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้
“คงต้องสอบสวนกันหน่อยล่ะมั้ง?” เสียงกระซิบเข้าใกล้เสียจนแทบลืมหายใจ ความตื่นตระหนกเข้าแทนที่ ร่างโปร่งหลับตาลงช้าๆก่อนจะรวบรวมสติที่เหลือเพียงน้อยนิดลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง อีกฝ่ายแตะบนกระดุมเชิ้ตตัวขาวที่เขาสวมใส่อยู่เบาๆราวจะชี้ให้เห็นอะไรบางอย่าง..
อะไรบางอย่างที่มิเกลไม่เคยสังเกตเลยว่าเสื้อตัวนั้นกระดุมทุกเม็ดเป็นสีขาว ทว่าเม็ดบนสุดกลับเป็นสีเงินเลื่อมประกายจาง พลางมีแสงสว่างวาบสีแดงกระพริบอยู่ภายใน เพราะทั้งร้านที่เขาไปทำงานนั่นมีไฟสีแดงอยู่แล้วเลยทำให้ไม่สังเกตเงาสะท้อนกับชุดตัวเอง ไม่นึกว่าตนจะมาติดกับง่ายๆกับเครื่องดักฟังที่ติดอยู่กับอกเสื้อแบบนี้..
นัยน์ตาสีเทาตวัดมองค้อนอย่างแค้นเคือง ก่อนจะหลุบหายไปใต้เปลือกตาที่ปิดลงมาอย่างช่วยไม่ได้
พร้อมกับมโนสติที่ดับวูบลงกับประโยคสุดท้ายที่ได้ยิน...
“ฉันก็แค่..มาทวงหนี้เท่านั้นเอง”
TBC :: Black Bird III
:: จะมีต่อมั้ยฟะ... ทำไมทีแบบนี้ล่ะขยันมาก.. แต่งแต่ล่ะทีระทึกกับตอนต่อไปเรื่อยๆ = =;;;ในที่สุดมิกก็โดนตก(?)แบบเดียวกับที่ทำกับหลาม ฮา... แต่ยาของคุณสิงโตคงแรงกว่า OTL ... จริงๆแล้วเขาเดินตามมาแต่แรกแล้วล่ะ แล้วก็ได้เห็นฉากชวนเข้าใจผิด(?)และเพราะแบบนั้น..เอิ๊ก...
วะฮะฮ่าๆๆ เพราะคุ่นี้เป็นอะไรที่ว่าแต่งตามใจฉัน กะจะโหดโฉดจิตแบบสะใจคนเครียดไปเลย
แต่พอดูคอมเม้นต์ตอนที่แล้วว...
เฮือก!
พี่รักอ่าน ห้ามเรท
พี่เดียร์จะเอาหวาน
ท่านมุกแอบมาไซโคหัวเราะจิตๆกันอยู่สองคน
ถามว่าคุณลูกจิ้นเป็นยังไงก็อยากไปแท็คมือด้วยจริงๆ รสนิยมเราตรงกัน..-//-
กับคนอ่านที่น่ารัก ขอบคุณที่ชอบนะฮะ แต่ว่า..
แต่
แต่
จะทำยังไงให้ออกมาถูกใจทุกคนล่ะ??
สุดท้ายก็คิดได้ว่าการทำตามอะไรที่คนอ่านต้องการเนี่ยมันคือแฟนเซอร์วิสงั้นเหรอ?
ส่วนตัวนะ..ไม่ใช่ เพียงแต่ความคิดที่ว่าคนชอบแบบนี้เขาจะอ่านแล้วเม้นต์ก็มีอิทธิพลกับคนเขียนมากพอดูล่ะ... ใครจะอยากให้คนอ่านฟิคตัวเองหายจ้อยไป พี่รักก็เป็นคนที่เรานับถือด้วย (กระซิกๆ..) ฮือ..
เพราะงั้น.. เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว!!!
ดังนั้น.. ใครใคร่อ่านอ่านไป แต่อ่านแล้วไม่ถูกใจยังไงจะบอกกันก็ได้นะฮะ 555 แต่จะปฏิบัติตามหรือไม่นั้น อีกเรื่อง OTL (เด็กไม่ดี = =...)
edit @ 27 Apr 2009 23:11:33 by SARAIL::llWynfrieda@BT

ดูผู้ดี๊ผู้ดี~ เรทนิดหน่อยไม่มีปัญหา พอให้ก๊าวใจ
หวานนิดหวานหน่อยให้สครีมเล่น และมีความจิตๆเป็นยาชู (ฮา)
เชื่อใจเราอยู่แล้ว แต่งไปเถอะ (ที่สครีมมันแค่เสี้ยน กร๊ากกก)
มิกกี้เกะ อิส เวรี่ กู๊ดดดดด บัด เลโอ ทวงหนี้ อิส ออสซั่ม
#1 By dearchan on 2009-04-27 03:24