[Special]::Black Bird::V
posted on 02 May 2009 22:15 by sarail in Fiction
Black bird :: V
เข็มนาฬิกาเดินวนจนครบรอบ
ทำความผิดซ้ำซากเหมือนย้ำรอยเท้าบนเส้นทางเดิน
ชายหนุ่มคนช้อนเงินทวนเข็มนาฬิกา น้ำตาลทรายที่ก้นแก้วละลายเป็นส่วนหนึ่งของของเหลวใสตรงหน้า มือเรียวยกถ้วยกระเบื้องเคลือบขึ้นจิบราวช่วงเวลาน้ำชายามบ่ายของผู้ดีอังกฤษ ร่างโปร่งนั่งเอนหลังอยู่กับเก้าอี้นวมของชุดรับแขกในล็อบบี้โรงแรม นัยน์ตาคมกริบหรี่มองร่างบอบบางตรงหน้าที่ยังซับน้ำตากับกระดาษทิชชู่ สาวสวยผมทองตาสีฟ้าคงจะตรงสเป็คใครหลายๆคน แต่ไม่ใช่พ่อหนุ่มผมดำท่าทางซังกะตายคนนี้แน่
“ฮึก...อึก..กระซิกๆ...”
เจ้าหล่อนหยุดงอแงแล้ว แต่ตัวเขาเองมากกว่าที่อยากออกอาการเด็กเอาแต่ใจ
ทั้งที่อยากจะนอนฆ่าเวลากลางวันไปก่อนจะเที่ยวกับแสงสีของแดนยุโรปที่ไม่เคยหลับใหล กลับกลายเป็นว่าต้องมาฟังปัญหาชีวิตอดีตคนที่ควรได้เป็นเจ้าสาวซะนี่...
“หมดรึยัง?”
“ฮือ.. ขออีกสามสิบวิ..” แองเจล่าปาดน้ำตาก่อนจะขยำกระดาษที่เปื่อยยุ่ยนั้นทิ้งลงกับตะกร้าสานที่ใช้แทนถังขยะของโรงแรม มิเกลแค่นหัวเราะ ก่อนจะวางแก้วลงกับจานรอง เสียงกระทบกันของภาชนะกระเบื้องกลืนหายไปกับเสียงจ้อกแจ้กจอแจของบรรดาแขกที่เดินกันขวักไขว่ในโรงแรมหรู
นัยน์ตาสีเทามองนาฬิกาโรเล็กซ์ที่ข้อมือ สามสิบวินาทีผ่านไปแล้ว..
“เขาทำงานให้ฟอเรสต้า... แล้วพวกนั้นว่าเขาทรยศเลยส่งเป็นด่านหน้ารับศัตรู แล้วก็...” สาวเจ้ากลับมาพูดจารู้เรื่องอีกครั้งตามเวลานาฬิกาบอกเป๊ะ พอดีกับที่ร่างโปร่งเอ่ยต่อคำอย่างทันท่วงที
“ตาย?”
“โฮ!!!”
“ขอโทษ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วน ร่างสูงกว่าเบ้หน้าเมื่อเห็นว่าบรรดาสาวแก่แม่ม่ายอีกมุมหนึ่งพากันจับกลุ่มซุบซิบนินทาราวกับว่าเขาเป็นต้นเหตุที่สาวต่อมน้ำตาแตกคนนี้ไม่หยุดปล่อยโฮเสียที
“ทั้งที่..ทั้งที่...เราวางแผนจะแต่งงานกันตั้งหลายปีแล้วแท้ๆ เพราะมันคนเดียว!!” ผู้หญิงที่ร้องไห้งอแงอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นตวาดกร้าว เสียงหวานแหลมสูงปรี๊ดยิ่งได้ฟังสดๆไม่ใช่ผ่านโทรศัพท์ยิ่งทำให้คนฟังสะดุ้งเฮือก
“แล้วเขาทรยศจริงรึเปล่าล่ะ?”
“...ฮึก ชั้นจะไปรู้ได้ยังไงล่ะมิกกี้!!”
แองเจล่าหยุดพร่ำเพ้อ หญิงสาวตระกูลมาเฟียสะบัดปลายผ้าเช็ดหน้าสีขาวลายลูกไม้ด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งหงส์ สัญญาณอันตรายเตือนมิเกลว่าคนตรงหน้ากลับเป็นราชินีจอมวางมาดที่เขาแสนจะชิงชังเสียแล้ว
นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ชอบผู้หญิงผมทอง..
ถ้าเป็นสาวใสไร้สมองเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้คงจะน่ามองกว่านี้
“มีบุหรี่มั้ย?” เสียงหวานเอ่ยนุ่มนวลพลางกรีดกรายปลายนิ้วไปยังคนที่เปลี่ยนเป็นนั่งกอดอกไขว่ห้าง สายตาเฉยสนิทของหนุ่มที่เหมือนภาพถ่ายขาวดำไม่ได้ทำให้สาวน้อยขี้แยเมื่อครู่หวั่นไหวแม้แต่นิด
“ไม่ดีกับเด็กในท้องนะครับ..แองเจล่า” น้ำเสียงเรียกชื่อเปลี่ยนไปอย่างเคร่งขรึม ร่างโปร่งไม่ปล่อยให้มือตัวเองวางกับโซฟาหรือพื้นโต๊ะที่อีกฝ่ายจะจับต้องได้ง่ายๆ หญิงสาวนามนางฟ้าที่ตอนนี้ไม่เหลือคราบน้ำตาบนใบหน้าไล่ปลายเล็บทาสีเคลือบกับริมฝีปากสีชมพูพร้อมรอยยิ้มหวานปานเทพธิดาจำแลง
“รู้ได้ยังไงน่ะ?”
“ปกติคุณกลัวหนาวที่ไหนกัน แต่คราวนี้ใส่เสื้อคลุมมาด้วย..แสดงว่ายังอาลัยพ่อหนุ่มคนนั้นอยู่สินะ?” นัยน์ตาคู่คมไล่มองไหล่บางที่คลุมด้วยเฟอร์ขนสัตว์ชวนให้นึกถึงเค้าท์เตสที่เขาพึ่งมีเรื่องไปหมาดๆ เพียงแต่ว่าเธอคนนั้นเป็นดั่งนางพญาตลอดเวลา ขณะที่คนตรงหน้า...เป็นแค่ ‘บางเวลา’ เท่านั้นเอง
หญิงสาวเอวคอดกิ่วในชุดกระโปรงสั้นหัวเราะเบาๆ เธอนั่งไขว่ห้างอวดถุงน่องสีเนื้อที่รัดไปถึงต้นขาเรียวสวย มือขาวใต้ถุงมือผ้าซาตินสะบัดเรือนผมที่คลอเคลียข้างแก้มออก เผยให้เห็นช่วงคอขาวเกลี้ยวเกลาประดับด้วยเพชรเม็ดงาม ก่อนสาวเจ้าจะโน้มตัวลงมาเท้าคางด้วยมือทั้งสองข้างพลางจับจ้องคู่สนทนาอย่างเปี่ยมความหมาย
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่มิเกลนั่งตรงข้ามกับหญิงสาวคนละข้างโซฟา ทำให้มุมก้มของหล่อนเห็นทรวงอกอวบอัดที่เบียดเข้าหากันได้ชัดแจ๋ว
“สนใจมาเป็นเจ้าบ่าวให้ฉันมั้ย มิคาเอล” เสียงหวานเอ่ยอย่างยั่วยวนพลางปล่อยให้เสื้อที่คลุมไหล่นั้นหลุดไป โชว์ไหล่มนเนื้อเนียนอย่างผิวสาวสวยแม้ยามหน้าหนาว
“ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์กับใครทั้งนั้นล่ะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยปัดทันที
“ใจดำเหมือนเดิมเลยนะ”
“ถ้าอยากได้คนเอาใจ ก็ไปอ้อนเจ้าหัวไฟนั่นดีกว่า” มิเกลเอ่ยพาดพิงถึงคนส่งตั๋วเครื่องบินให้ รายนั้นทั้งออกจะติสต์แตกแต่กลับถนอมน้ำใจผู้หญิงกว่าหนุ่มผมดำตรงนี้เสียหลายเท่า
“ว่าแต่...ก็มีนักฆ่าในสเปนเยอะแยะออกไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมไม่ใช้พวกนั้นล่ะ”
“ฟอเรสต้ารวบอาณาเขตหมดทั้งสเปนแล้ว ไม่มีใครกล้าหือกับคุณชายสิงโตนั่นหรอก” แองเจล่าว่าพลางกลับไปนั่งตามปกติเมื่อเห็นว่าชายแก่บางคนน้ำลายหกเมื่อผ่านหน้าจุดที่เขากับเธอนั่งอยู่ กับมิเกลเธอก็แกล้งยั่วไปอย่างนั้น แต่กลับคนอื่นไม่มีสิทธิ์!
“ขอปฏิเสธ” ร่างโปร่งเอ่ยปัดทันทีที่อีกฝ่ายทำท่าจะยื่นข้อเสนอ สมองฉับไวอ่านออกว่าอีกฝ่ายต้องขอร้องเขาให้ไปฆ่าราชสีห์หนุ่มคนนั้นแน่
“ยังไม่ได้พูดเลยนะ”
“ผมยังติดหนี้เขาอยู่เลยแองเจล่า ให้ไปฆ่าน่ะไม่มีทาง”
“มองโลกในแง่ร้ายจังมิคาเอล ฉันไม่ได้จะให้เธอไปฆ่าเขาซักหน่อย”
เสียงหวานเอ่ยทั้งรอยยิ้ม ขณะที่คนฟังกระตุกรูปโค้งที่มุมปากอย่างรู้เท่าทัน
“ผมไม่ได้ทำตุ๊กตาแล้วนะ”
“คราวนี้ถูกล่ะ”
“ให้ตายเถอะ อย่าบอกนะว่าคุณจะเอาตุ๊กตาไปตั้งในงานแต่งแทนน่ะ!!”
“รู้ใจชั้นจัง มิกกี้เนี่ย~” แองเจล่าทิ้งท้ายอย่างล้อเลียน มิเกลลุกพรวด ขณะเดียวกับที่สาวเจ้าเลื่อนตัวจากโซฟามายืนประจันหน้ากันพอดี
“ผมบอกว่าไม่ก็ไม่สิครับ”
“นะ..เธออยากให้ฉันเป็นผู้หญิงที่โดนแขกในงานมองว่าโชคร้ายงั้นเหรอ? ฆ่าสามีตัวเองงั้นเหรอ??” ร่างสมส่วนก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะดันให้ชายหนุ่มที่สูงกว่าติดผนัง ส่วนสูงสาวยุโรปบวกกับรองเท้าส้นสูงทำให้เธอแทบจะสูงกว่าอีกฝ่ายอยู่แล้ว
“มิกกี้..น้า..”
เสียงหวานออดอ้อนขณะเบียดหน้าอกกลมกลึงกับแผ่นอกใต้เสื้อเชิ้ต แพขนตากระพริบปริบเหมือนปีกผีเสื้อ คนมองไม่ได้ใจสั่นไปด้วยแต่อะไรต่อมิอะไรตามปกติของผู้ชายก็ตอบสนองไปอย่างช่วยไม่ได้
“แองเจล่า คุณจะแต่งงานแล้วนะ” มิเกลเสไปมองทางอื่น ใบหน้าขาวซีดมีสีเลือดขึ้นจางอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยพร้อมกับนัยน์ตาสีเทาที่ปกติดูดุนักหนาในเวลานี้กลับยิ่งทำให้คนตรงหน้าน่ามองมากกว่าใบหน้าเฉยชาหรือรอยยิ้มจอมปลอมเสียอีก
“ก็เจ้าบ่าวตายไปแล้วนี่นา...” แองเจล่าเอ่ยทั้งรอยยิ้มหวานที่ตอนนี้มิเกลแทบจะแนบเนื้อไปกับกำแพง ท่าทางประเจิดประเจ้อของคนทั้งคู่ทำเอาแขกเหรื่อแอบมองพร้อมลุ้นว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขณะที่พนักงานโรงแรมสามารถมองผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างน่าประทับใจในบริการเสียจริง
ร่างโปร่งที่ดูเหมือนจะทำใจได้แล้วเล็กน้อยค่อยๆเอื้อมมือไปโอบรอบเอวคอดกิ่วก่อนจะดันตัวสาวเจ้าออกอย่างระมัดระวัง แองเจล่าปั้นหน้าเง้างอด ก่อนริมฝีปากรูปกระจับจะเอ่ยทั้งท่าทีปั้นปึ่ง
“ไม่ทำให้ฉันงอนจริงๆด้วย”
“คุณงอนแล้วเกี่ยวอะไรกับผมล่ะครับ”
“ฉันจะบอกว่าเธอเป็นพ่อเด็กในท้อง!!”
“ตรวจDNAก็รู้ว่าไม่ใช่”
“เธอบอกให้ไปอ้อนพ่อหัวไฟนั่นไม่ใช่เหรอ”
คำตอบที่ได้นั้นทำคนฟังหน้าถอดสี สุดท้ายร่างโปร่งที่ดันตัวหญิงสาวออกได้แต่พยักหน้าช้าๆอย่างหมดอาลัยตายอยาก
มิเกลสรุปว่าผู้หญิงผมทองตาสีฟ้าคงได้เป็นลิตส์ของที่เกลียดแยกประเภทไว้อีกหนึ่ง..
“ศพยังใหม่อยู่เลยสินะ” ร่างโปร่งเอ่ยพลางมองสภาพชายหนุ่มในกล่องแก้วที่สาวเจ้าเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย แองเจล่าพยักหน้ารัวราวกับว่านี่เป็นเรื่องน่าประทับใจ ห้องใต้ดินลึกสุดของคฤหาสน์หลังใหญ่ถูกแปรสภาพเป็นห้องเย็นเก็บศพชั่วคราว มิเกลไล่สายตามองร่างสูงที่หลับใหลทั้งรอยกระสุนรัวไปทั่วตัวแต่ใบหน้ากลับไม่มีรอยแผล เป็นไปได้ว่าแองเจล่าจัดการเรื่องนั้นก่อนเขาจะมาถึงแล้วก็เป็นได้
“หัวใจหยุดเต้นปุ๊บก็แช่ปั๊บ สมองยังไม่ตายเลย” หญิงสาวหัวเราะเบาๆพร้อมยกมือขึ้นปิดปากอย่างมีจริต คนมองถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะสวมถุงมือให้เรียบร้อยพร้อมกับชุดคลุมเตรียมทำตามหน้าที่
“ขอมีดด้วย”
“ทำตัวเป็นคุณหมอไปได้” แองเจล่าจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะส่งมีดคมกริบให้ตามสั่ง มิเกลถอนใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะบรรจงกรีดไปบนแผ่นอกที่ไม่มีสีเลือดหล่อเลี้ยง เพราะเป็นศพไปแล้วเลยไม่จำเป็นต้องมีความเกรงใจ ร่างโปร่งล้วงเม็ดกระสุนโยนทิ้งไปบนถาดโลหะที่คอยท่าอยู่ พลางหันไปมองสุภาพสตรีที่นั่งบนเก้าอี้เหล็กรออยู่มุมห้องอย่างเอาเรื่อง
“ทำไมไม่เอากระสุนออกให้หมด?”
“ก็..แหม ของแบบนั้นชั้นทำแล้วเดี๋ยวเล็บหักนี่นา”
อีกฝ่ายทำท่าทีไม่รู้สึกรู้สา สุดท้ายเขาก็ต้องกลับมาก้มหน้างุดกับศพว่าที่เจ้าบ่าว...
“ของทุกอย่างมีหมดแล้วใช่มั้ย?” มิเกลว่าพลางปรายตาไปยังกล่องใบใหญ่กับลังและตู้ใส่อะไรต่อมิอะไรสารพัด หญิงสาวพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นราวกับอยากอธิบาย แต่เขาเป็นฝ่ายหันหน้ากลับมาง่วนกับเรื่องที่ทำอยู่ก่อน
“ออกไปก็ได้ อีกนาน..เดี๋ยวเด็กในท้องจะแข็งตาย” หมอไร้จรรยาบรรณเอ่ยปากไล่
“อย่ามาแช่งลูกชั้นสิ” แองเจล่าว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ทิ้งให้ชายหนุ่มอยู่กับร่างไร้วิญญาณของชายที่เคยรักยิ่ง..
เอาจริงได้ซักที...
มิเกลงึมงำกับตัวเอง ก่อนจะชโลมแอลกอฮอล์เปอร์เซ็นต์สูงลงกับมือ แล้วเริ่มทำ ‘งาน’ ที่โดนยัดเยียดมาอย่างเสียมิได้...
เวลาผ่านไปชั่วโมงต่อชั่วโมง จนสุดท้ายภารกิจก็เสร็จสิ้น
“เอาล่ะ คงพอใช้ได้” ร่างโปร่งเอ่ยพลางปาดเหงื่อ มือเรียวถอดถุงมือพลาสติกโยนใส่ถังขยะ ร่างโปร่งปาดเหงื่อที่ไหลโชกแต่เย็นเยียบเพราะอุณหภูมิ พอดีกับที่แองเจล่าเปิดประตูเข้ามา
“เสร็จแล้วเหรอ?”
“เดี๋ยวผมจะกลับมาจัดการใหม่ วันนี้เอาแค่ข้างในก่อน” มิเกลนวดไหล่ตัวเองเบาๆ อาการเมื่อยล้าสะสมกับการต้องยืนเป็นชั่วโมงจัดการกับกลิ่นคาวเลือดที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่อ ชายหนุ่มสังเกตเห็นหยดเลือดกระเด็นมาเปื้อนแขนเสื้อเชิ้ตขาวที่พับขึ้นก่อนจะถอดใจเพราะซักยังไงก็ไม่มีทางออก
เห็นว่าหญิงสาวมองตาไม่กระพริบ ริมฝีปากได้รูปจึงเอ่ยอย่างสงสัย
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
“มิกกี้...สีเลือดน่ะ เข้ากับเธอมากๆเลยนะ” คนตรงหน้าที่เหมือนภาพขาวดำตลอดเวลาทำให้รู้สึกจืดชืด ถึงจะมีเสน่ห์แต่ก็เหมือนขาดอะไรไป พอเห็นอีกฝ่ายตัวเปื้อนสีฉานแบบนี้กลับทำให้ดูเข้ากันอย่างประหลาด ราวกับกลีบกุหลาบแต่งแต้มบนพื้นผ้าขาวจนคนมองอดหลงใหลไปเสียมิได้ ทั้งที่คนโดนชมปั้นหน้ารับไม่ถูก
“มันไม่ดูแปลกไปสำหรับคำชมเหรอ?”
มิเกลพยายามจะหัวเราะ แต่มันเหมือนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาคิดไปเองรึเปล่านะว่าประโยคที่อีกฝ่ายพูดมีความหมายอะไรมากกว่านั้น?
แต่มันก็เท่านั้น
แองเจล่าเองก็เป็นคนน่าสงสัยไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วด้วย
หญิงสาวเดินนำชายหนุ่มขึ้นมาจากห้องใต้ดิน แสงไฟสีนวลทำให้เห็นว่าข้างนอกมืดสนิททั้งที่ตอนมายังเป็นยามกลางวัน บทสนทนาเอ่ยสั้นๆพอเป็นพิธีขยายความ
“ถ้าแค่ยืนรับแขกในงานล่ะก็ ปรับข้อต่อหน่อยก็ได้แล้ว”
“ไม่ตั้งใจเลยนะ” แองเจล่าเบ้ปาก แต่เมื่อครู่เธอก็เห็นแล้วว่าคนตรงหน้าจริงจังกับหน้าที่ขนาดไหน ถึงจะไม่เต็มใจก็เถอะ...
“ไปส่งได้มั้ย?” มิเกลเอ่ยพลางทรุดตัวกับเก้าอี้ ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มากว่าครึ่งปีทำเอาฝืดไปหมด ทั้งที่เขาคิดว่าจะไม่ทำอีกแล้วแท้ๆ...
พอตกลงเสร็จสรรพ การ์ดชุดดำของสาวเจ้าก็ลากตัวเขาขึ้นรถโดยไม่บอกกล่าว อุปกรณ์ก็มีเท่าที่จำกัด ไม่รู้กี่ชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ แต่ความคิดเดียวของชายหนุ่มในขณะนี้...คือ ป่านนี้จะกลับไปทันมื้อค่ำของโรงแรมรึเปล่านะ?...
“ไม่อาบน้ำก่อนเหรอ นอนที่นี่ก็ได้นะ”
“กับคุณ...อันตรายเกินไป” ร่างโปร่งเอ่ยจริงจังทำเอาแองเจล่าระเบิดเสียงหัวเราะ
เป๊าะ!
“อ๊ะ” เหมือนภาพตรงหน้าเบลอไปชั่ววูบ เสียงดีดนิ้วกังวานอยู่ในศีรษะ มือเรียวยกขึ้นทาบกับใบหน้าราวกับมึนหัว แต่จริงๆแล้วเพราะมันไม่มีอะไรเลยแม้แต่อาการเวียนศีรษะทำให้ร่างโปร่งสับสนกับตัวเองที่มีปฏิกิริยากับเสียงนั้นเสียมากกว่า
“มิคาเอล เป็นอะไรรึเปล่า?” แองเจล่าหันมาเห็นคนที่เดินมาด้วยกันหน้าซีดกว่าปกติ เธอดีดนิ้วเรียกให้ลูกน้องเรียกแท็กซี่เตรียมพาแขกกลับไปส่งโรงแรม กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายทำท่าเหมือนคลื่นไส้จะอาเจียนเสียให้ได้
นี่มัน...
ร่างโปร่งทรุดตัวลงเป็นเล็กน้อย ทว่ามือเรียวยันโซฟารับแขกหน้าบ้านไว้ได้ แองเจล่าปราดเข้ามาด้วยอารามตกใจ ทว่าเห็นอีกฝ่ายที่ก้มหน้านิ่งอยู่ๆก็หัวเราะในลำคอพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่าง
“ฮะฮะฮะ..แบบนี้เองเหรอ...เข้าใจคิดนะ”
ท่าทีของคนตรงหน้าทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าแปลกไป แต่ถึงอย่างนั้นแองเจล่าก็ทำใจดีสู้เสือ
“มึนหัวเหรอ?”
“แองเจล่า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อหล่อนทำให้สาวเจ้าต้องก้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ
ทว่าอยู่ๆมือเรียวนั้นกลับรั้งใบหน้าหวานสวยเข้ามาประกบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกกว้างกับสัมผัสที่ไม่เคยได้รับจากคนตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้ผลักไสอย่างรังเกียจ รสจูบหวานหอมลึกล้ำเสียจนเธอแทบละลายทำเอาคนตกใจเปลี่ยนเป็นเคลิบเคลิ้มพลางยกมือขึ้นโอบรอบคอชายหนุ่มให้กดจุมพิตนั้นลงมาบดเบียดมากยิ่งขึ้น
“..อือ...อ...อีกทีได้มั้ย” ทันทีที่ถอนริมฝีปากออกแองเจล่าปรือตามองอย่างเย้ายวน ทว่ามิเกลไม่มีอารมณ์จะเล่นกับเธออีกต่อไปแล้ว ร่างสูงยิ้มหวานให้พลางปาดริมฝีปากตนกับหลังฝ่ามือเบาๆ
“นั่นจูบขอบคุณ...ที่ทำให้ผมนึกอะไรดีๆออกนะ” มิคาเอลยิ้มพลางก้าวขาไปขึ้นรถที่เตรียมรอมาจอดเรียบร้อย ปล่อยให้สาวเจ้าที่ยังไม่ได้สติกับรสสัมผัสวาบหวามเมื่อครู่ได้แต่ยืนอึ้ง
“อ๊ะ..เดี๋ยวก่อนสิ!” แองเจล่ากรีดเสียงก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าถ้าปล่อยอีกฝ่ายไปตอนนี้ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าคนตรงหน้าจะกลับมาอีก ทว่ามิเกลหัวเราะเบาๆก่อนจะโยนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หน้าตาเหมือนโทรศัพท์มือถือไปให้
“ใช้ไอ้นี่....ฝึกเลยก็ได้มั้ง ความจริงผมทำเสร็จแล้วน่ะ”
ร่างโปร่งกระซิบให้โชเฟอร์ออกรถทันที ไม่สนใจเสียงแหลมแปดหลอดของสาวเจ้าที่ไล่หลังมา อย่างน้อยเขาก็เชื่อถือแองเจล่าได้ว่าคงไม่สั่งให้ลูกน้องไล่แจกกระสุนใส่รถที่เขานั่งอยู่แน่
“แต่ปัญหาก็คือ...” มิเกลพึมพำกับตัวเองจนคนขับรถหันมามองอย่างสงสัย มือเรียวเพียงโบกปัดไป นัยน์ตาคู่คมเสมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงสีของนครที่ไม่เคยหลับใหลเคยทำให้เขาอยากท่องไปเป็นผีเสื้อราตรีเสียเหลือเกิน เพียงแต่ในยามนี้ภาพตรงหน้ากลับไม่มีความสำคัญเท่ากับสิ่งที่คิดอยู่ในตอนนี้
สงสัยว่าเขาจะทานมื้อเย็นไม่อร่อยซะแล้ว...
วันนั้น…ผู้ชายคนนั้น…จูบ
มิเกลตื่นขึ้นมาในสภาพที่จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แต่เรื่องที่เขากลัวที่สุดคือ…หลุดปากอะไรออกไปบ้าง...
ร่างโปร่งแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ตนเองเปิดค้างอยู่ ข้อมูลทุกอย่างที่เขาเฝ้ารวบรวมมาแรมปีถูกเปิดทิ้งไว้ราวกับว่าจะเป็นพยานว่าความลับภายในรั่วไหลไปจนหมด ระหว่างที่ปวดเศียรเวียนเกล้ากับความคิดที่ว่าจะทำอะไรต่อไปดี หรือเขาเพียงแค่ฝันไป ไฟล์วิดีโอของผู้ชายคนนั้นก็แทนที่หน้าจอโปรแกรมที่เขาเปิดค้างอยู่ทันที
“ถ้านายตื่นขึ้นมาแล้วเห็นวิดีโอนี้กับสภาพที่เกิดขึ้น...นายคงจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ว่าที่ฉันเอาไปไม่ใช่แค่ข้อมูลหรอกนะ”
แค่เห็นหน้าก็ชวนให้หายใจไม่เป็นจังหวะ ความขยะแขยงที่ปาดป้ายไว้บนริมฝีปากตนแล่นเข้ามาจนอยากเอาไฟเผา พลันความคิดที่ว่าคนตรงหน้าทำได้อย่างไรในเมื่อเขาล็อคพาสเวิร์ดไว้ทุกส่วน ต่อให้บรมเซียนนักแกะรหัสที่ไหนก็เจาะข้อมูลไม่ได้
พอดีกับที่คนในวิดีโอนั้นฉายรอยยิ้มพลางเอ่ยประโยคที่ทำให้เขากลัวที่สุด
“นายเป็นคนบอกฉันเองนะ...ว่าพาสเวิร์ดของข้อมูลพวกนี้คืออะไร..ไม่สิ นายเองไม่ใช่เหรอที่เปิดมันต่อหน้าฉันเองน่ะ มิเกล จะว่าไปแล้ว จริงอยู่นะว่ารหัสล็อครวมกับไวรัสที่นายทำไว้จะทำให้เสียเวลาอยู่บ้าง แต่ถ้าคนผูกเป็นคนแก้เอง มันก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรใช่ไหม?”
เขาเหมือนได้ยินเสียงสะท้อนของตัวเองจากที่ไกลๆ อากาศในปอดเบาโหวงไปถนัดตา...
ความสับสนกับเรื่องจริงที่ได้รับสดๆร้อนๆทำเอาร่างโปร่งแทบตั้งตัวไม่อยู่ ทว่าความคิดที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนั้นถูกแทนที่ด้วยเรื่องจริงอีกประการ เรื่องที่อีกฝ่ายเชี่ยวชาญการสะกดจิตและใช้ยาพิษนักหนา ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนอย่างเขาจะลืมทุกอย่างที่กระทำไป เพียงแต่ว่าราชสีห์หนุ่มแห่งฟอเรสต้าไม่น่าวางแผนตื้นขนาดให้เขาตื่นมารับความจริงแล้วคลั่งไปง่ายๆ น่าจะมีอะไรมากกว่านั้นที่ทำให้คนอย่างเขาหมดท่าอย่างสมบูรณ์แบบ...
พอคิดสะระตะได้คนที่เกือบหัวใจวายไปเมื่อครู่ก็กลับมาใช้ความคิดอีกครั้ง ร่างสูงเปิดเผยให้เห็นถึงความเป็นไปทุกอย่างที่อีกฝ่ายรับรู้ ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกันที่เขาไม่จำเป็นต้องกระวนกระวายว่าอะไรหายไปบ้าง อย่างน้อยก็รู้ว่ามันอยู่ในมือคนคนนั้นจนหมด…
ทั้งที่พยายามจะใจเย็น แต่ความหงุดหงิดก็แล่นปราบอย่างช่วยไม่ได้
“สุดท้ายฉันขอมอบของขวัญอีกอย่างให้นายแล้วกัน”
เป๊าะ!
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นในวิดีโอ ก่อนไฟล์ทุกอย่างที่เปิดค้างอยู่จะทำลายตัวเอง!!
“เฮ้ย!!” คนที่พึ่งตั้งสติได้เมื่อครู่นิ่งอึ้งได้ไม่ถึงวินาที มือเรียวรีบไล่กดรหัสแก้ระบบไปตามคีย์บอร์ดราวกับเชื่อว่าการกู้ข้อมูลจะยังพอทัน ทว่าช้าไปสำหรับคนที่นั่งเพ่งสมาธิกับวิดีโออยู่นานจนไม่ทันได้ตั้งตัว สุดท้ายหน้าจอที่เต็มไปด้วยโปรแกรมเมื่อครู่ก็เหลือแต่สีดำสนิท
ให้ตายสิ!!!
มิเกลกรีดร้องอยู่ในใจ ความผิดหวังกับความสับสนถาโถมจนแทบหายใจไม่ออก ยังจะความกดดันของคนที่ใช้ชีวิตตามกฎเกณฑ์ทุกอย่างราวกับว่าโลกนี้พังทลายเพียงเพราะความประมาทชั่ววูบของตนเอง สมเป็นเลโอเน่ ฟอเรสต้า เรื่องแผนการปั่นป่วนทางจิตวิทยาขนาดเขาที่เรียนสายนี้มายังสู้ไม่ได้เลย
ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วแทบไม่เหลือสีเลือด หยาดเหงื่อเย็นเยียบไหลลงมาข้างแก้มทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องยังทำงานตามปกติ ภาพที่เห็นตรงหน้าราวกับพร่าเลือนไปชั่วขณะ
มิเกลสูดหายใจช้าๆพลางนับเลขอยู่ในใจ ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ก็ยังพอทำให้เขาประคองสติไว้ได้
อยู่ๆหน้าจอที่มืดสนิทก็รันอักษรขึ้นมาเป็นคำสั่งสั้นๆ
มองที่ประตูสิ
ร่างโปร่งเผลอทำตามสั่งโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าร่างกายสูญเสียความควบคุมตัวเองไปจนหมด
พลันนัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในวิดีโอนั่นตลอดยืนอยู่ที่ประตูนี่เอง ร่างสูงพิงผนังราวกับว่ารอนานแล้วให้อีกฝ่ายทำตามที่ตนต้องการ
เป๊าะ!
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะได้ทำอะไรตอบโต้ มิเกลรู้สึกเหมือนอยู่ๆแสงรอบตัวก็ดับมืดเหลือเพียงเสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินกระซิบข้างหู
“เมื่อฉันให้สัญญาณ นายจะทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
!!!!!
รสชาติของยาสีฟันโรงแรมค้างเติ่งในโพรงปากกว่าหนึ่งชั่วโมงจนแทบไม่เหลือฟองให้เกิดปฏิกิริยา ชายหนุ่มคายของเหลวใสผสมฟองขาวนั่นทิ้งลงกับอ่างล้างหน้าพลางราดน้ำขวดจากศีรษะลงมาให้ตื่นเต็มตาซักที
ร่างโปร่งซับหน้ากับผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม ก่อนจะโยนยาสีฟันที่บีบจนบี้แบนกับขวดที่ว่างเปล่าของน้ำยาบ้วนปากใส่ถังขยะ ถ้าไม่หมดซะก่อนเขาคงแปรงจนปากเปื่อย แต่ตอนนี้เท่านี้ก็ถือว่าพอใช้ได้
นายจะลืมมันไปได้จริงๆอย่างนั้นหรือ?
เสียงทุ้มนุ่มกระซิบจากส่วนลึกของจิตใจราวปิศาจล่อลวงให้ตกลงสู่ความมืดมิด ร่างโปร่งรู้สึกเหมือนทั้งตัวเย็นวาบอีกครั้ง ก่อนขาเรียวจะรีบผลุดกับไปที่อ่างล้างหน้าพลางวนเวียนกับท่าทีเดิมๆอยู่เป็นชั่วโมง
มันไม่เหมือนที่จูบกับฉลามคลั่ง…คนคนนั้นทั้งที่ออกจะใจร้อน ขี้โวยวาย แต่กลับให้ความรู้สึกว่านุ่มนวลกว่าเมื่อสัมผัสริมฝีปาก ไม่มีความรังเกียจหรือขยะแขยงเลยสักนิด
“แบบนั้นน่ะ ไม่ใช่จูบหรอกนะ”
สุดท้ายคนคิดมากไปเองตัดสินใจยกหูโทรศัพท์โรงแรม
“รูมเซอร์วิสครับ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงกลอนเปิดประตูทันทีราวกับรอท่า เด็กหนุ่มผู้ทำหน้าที่ตามปกติแอบกลั้นหายใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าเจ้าของห้องอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตัวเดียว เขาโดนกำชับนักหนาว่าห้ามขัดใจลูกค้าของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอย่างดีก็คือโดนหักเงินเดือน ร้ายสุดคือไล่ออกทั้งที่ยังก้าวขาไม่พ้นพรมหน้าห้องแขกคนนั้นเสียด้วยซ้ำ!
“เข้ามาสิ” ร่างโปร่งเอ่ยพลางเปิดประตูให้กว้างขึ้นทำเอาเด็กหนุ่มหน้าขึ้นสี ก่อนจะรีบตอบเสียงรัว
“ไม่ได้หรอกครับ..!กฎของโรงแรม...”
“ผมเป็นนักเปียโนน่ะ จะให้ยกถาดคงทำไม่ได้ ช่วยวางตรงนี้ได้มั้ย” มิเกลเอ่ยทั้งรอยยิ้มกับเรื่องโกหกซึ่งๆหน้าที่คิดสดเมื่อครู่ อีกฝ่ายทำหน้าอึ้งก่อนจะรีบโค้งศีรษะขออภัยอย่างรวดเร็วแล้วก้าวเข้าไปวางจานบนโต๊ะตัวเล็กริมกระจกกั้นระเบียง
แกร๊ก!
เสียงลงกลอนประตูฉับพลันทำให้หนุ่มพนักงานเหวอเสียอีกรอบ
“ผมอยากได้เพื่อนคุยอะไรหน่อยน่ะ อยู่ด้วยกันก่อนได้มั้ย”
รอยยิ้มของเทวทูตที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับบัตรเครดิตการ์ดสีแพลตินั่มในมือทำให้คนมองขนลุกขึ้นมาเสียง่ายๆ
“นั่งสิ”
ทั้งที่ไม่ได้มีน้ำเสียงกดดัน แต่ประโยคที่เอ่ยจากริมฝีปากได้รูปนั้นราวคำสั่งที่หากไม่ปฏิบัติตามจะโดนกิโยตินทิ้งดิ่งลงมาสับระหว่างศีรษะกับลำตัว
นักเปียโนงั้นเหรอ ทำไมโหดขนาดนี้ล่ะครับ!!??
“มีแฟนรึยัง?” คำถามแรกเริ่มมาก็ทำให้คนฟังหน้าเสีย เจ้าของรอยยิ้มเชือดเฉือนนั้นเอ่ยเชิญให้เขานั่งบนเก้าอี้ข้างหน้าต่างนั้นก่อนตนจะนั่งลงอีกฟาก ร่างโปร่งนั่งไขว่ห้างพลางกรีดปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปากได้รูปราวกับใช้ความคิดกับเกมที่ต้องใช้สมอง ก่อนจะเริ่มบทสนทนาชวนหวาดเสียวอยู่ลึกๆ
“อ่า... เอ่อ..”
“ผู้หญิงใช่มั้ย?” ไม่รอให้ตอบ ท่าทีอึกอักของพนักงานที่ถึงคราวโชคร้ายอย่างช่วยไม่ได้ทำให้มิเกลยิงคำถามต่อ
ว่าแต่…เขาจะถามทำไมนะ?
คิ้วเรียวขมวดมุ่นกับอะไรที่ตีกันเองในสมอง พร้อมกับเสียงตอบของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา
“คะ..ครับ!!”
รอยยิ้มหวานจนเกินจะทนทานทำให้คนมองรู้สึกถึงรัศมีเจิดจ้าจนแสบตา เพียงแต่ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนเห็นปีกสีดำอยู่ไหวๆล่ะ??
“เคยจูบรึเปล่า?”
“ถามอะไรแบบนั้นล่ะครับ!!! หวา!?” อยู่ๆมือเรียวสวยนั่นก็กระชากไทต์สั้นของเครื่องแบบพนักงานมาหยุดต่อหน้า ระยะห่างระหว่างเด็กหนุ่มกับเค้าหน้าเนียนละเอียดของเทวทูตทำเอาหนุ่มน้อยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่อารามตกใจมีมากกว่าจะเผลอไผลไปกับลมหายใจที่ปะทะใบหน้า
“นายจูบกับแฟนแบบไหน?”
เป็นคำถามที่ล่อเป้าเสียเหลือเกินในสถานการณ์แบบนี้ เสียแต่ว่าพนักงานอ่อนต่อโลกไม่สามารถพิเคราะห์ความเป็นไปของตนเองได้ทันเกมของชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าที่ขึ้นสีเลือดฝาดทำให้ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ
“เอ่อ…”
“หน้าตาใช้ได้นี่ ...มีปัญหาเรื่องเงิน? ก็คงใช่ ไม่งั้นอายุอย่างนายน่าจะยังเรียนอยู่ อืม” คนพูดเหมือนพึมพำกับตัวเอง ครู่หนึ่งร่างโปร่งก็ผละใบหน้าที่ตนพึ่งเอ่ยว่าใช้ได้ออก ก่อนจะลุกไปนั่งกับเตียงพลางหันไปมองหนุ่มน้อยที่รีบลุกจากเก้าอี้เช่นกัน แต่เด็กคนนั้นก็ทำได้แค่ยืนอึ้ง จะรีบหนีออกจากห้องก็เกรงเลขหลักเงินเดือนจะหายไปซักสองสามหลัก แต่จะให้ทำอะไรต่อก็ตอบได้คำเดียวแค่ว่าไม่รู้…
“เอ่อ…ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณผู้ชายมีปัญหาแบบไหน แต่ว่า…”
เสียงสั่นเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ ขณะที่คนมองดูจะตั้งอกตั้งใจกว่าเมื่อครู่
“ว่ามาสิ”
“ถ้าสนใจเรื่องนั้น ลองเปิดไปช่อง69 สิครับ” คนพูดหน้าแดงแจ๋ราวท่องสคริปขณะที่คนฟังเลิกคิ้ว
มือเรียวกดรีโมททีวีไปตามหมายเลขนั้นทันที ขณะที่คนพูดนึกอยากตบปากตัวเอง
ชี้โพรงให้กระรอกชัดๆ!!
“อ๊ะ..อ๊า!”
นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างกับสารที่ได้รับจากหน้าจอทีวี ภาพของหญิงสาวและชายหนุ่มกอดรัดฟัดเหวี่ยงก่อนเสื้อผ้าทุกชิ้นจะถูกดึงทึ้งไปกองกับพื้น ตามด้วยฉากจูบแลกลิ้นดูดดื่มเสียจนคนมองนึกปรามาศว่าลิ้นไม่พันกันตายหรือไง ขณะที่คนเอ่ยปากแนะนำนึกสวดอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยพาให้เขารอดพ้นไปจากแขกคนนี้เสียที!
“นี่” เสียงทักสั้นๆทำเอาเด็กหนุ่มสะดุ้งโหยง นัยน์ตาวาววับราวกับสนอกสนใจนักหนาของเทวทูตที่ตอนนี้ให้อารมณ์เป็นยมทูตเสียมากกว่าทำลายสติสตางหนุ่มน้อยไม่มีเหลือ
“ไม่มีผู้ชายกับผู้ชายบ้างเหรอ?”
เฮือก!!!
เป็นคำถามที่ตรงใจเขาตอนนี้เสียจริง!
“ช่อง 77 ขอตัวครับ!!”
คนนั่งอยู่เฉยๆมองเด็กหนุ่มคนนั้นก้าวเท้าเร็วผ่านหน้าตนไปหัวเราะเบาๆ ถึงจะอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกยังไง แต่ดูเหมือนริมฝีปากตนจะหาเรื่องให้ได้เสมอ พนักงานคนนั้นยังไม่ลืมรักษามารยาทที่ต้องปิดประตูด้วยเสียงอันเบา ระบบล็อคจากภายในทำให้ร่างโปร่งไม่มีความคิดที่จะลุกไปคล้องโซ่ซ้ำแม้แต่น้อย
มิเกลกดไปที่ช่องหมายเลขตามนั้นพลางดันตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียง ไม่วายคว้าหมอนใบใหญ่มาหนุนรองคอ ร่างโปร่งกระพริบตาปริบระหว่างรอสัญญาณ ก่อนที่ภาพจะปรากฏชัดแจ้งกระจ่างตา
“อา...คุณผู้ชาย~ อ๊ะ อ๊า...”
เสียงหวานดัดเล็กลงทำให้ร่างโปร่งนึกแปลกใจว่ามันต่างกับช่องเดิมตรงไหน ทว่าเมื่อเห็นหน้าสวยหวานราวตุ๊กตากระเบื้องของนางเอก ไม่สิ ผู้ชายชัดๆ!!??
ภาษาญี่ปุ่นพร้อมซับไตเติ้ลแล่นปราดผ่านโสตประสาท หนุ่มน้อยหุ่นบางเสียจนคนเป็นหมอมองว่าผอมโกรก ร่างเล็กใส่ชุดเมดโลลิต้าระบายฟูฟ่องถูกยัดเยียดส่วนแข็งขืนของชายร่างกำยำนั้นเข้ามาในกาย ใบหน้าหวานระบายด้วยคราบน้ำตาอย่างสุขสมขณะกลืนกินแก่นกายร้อนรุ่มนั้นในช่องทางสีพีชทำเอาคนดูอยู่กำรีโมททีวีแน่นเสียจนเส้นเลือดขึ้น
ความสนใจใคร่รู้เมื่อครู่หายไปจนเกลี้ยง!!
ยังไม่ทันจะกดปุ่มปิดทีวี อยู่ๆหน้าจอมอนิเตอร์นั้นก็ดับไปเสียก่อน
ร่างโปร่งนึกได้ว่าตารางเวลารอบดึกนี้คงมีให้สำหรับคนจ่ายเงินเพิ่มเป็นพิเศษ คงเป็นหนึ่งในบริการสำหรับคู่รักทุกรูปแบบที่มาใช้บริการ…ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มีอารมณ์จะชื่นชมเรื่องแบบนั้นในเวลาแบบนี้สักเท่าไหร่นัก
บางทีพรุ่งนี้เขาอาจต้องฝากทิปให้แม่บ้านไปถึงหนุ่มน้อยคนนั้น แต่ตอนนี้….
"อุ๊บ..."
อาการคลื่นไส้ที่ไม่ได้รักษาหายในชั่วข้ามคืนทำให้มิเกลต้องรีบผลุดไปโก่งคอในห้องน้ำ รสชาติของมื้อเย็นที่ว่าบาดริมฝีปากแล้วยังสู้ไม่ได้กับกรดในกระเพาะที่ไหลย้อนจนเวียนเหียน
สุดท้ายคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวอันตรายกับมือซ้ายของบอสแฟมิลี่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับทิ้งตัวนั่งพิงกับคอห่านอย่างอ่อนแรง
รูมเซอร์วิสที่สั่งมาจึงได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มภาคภูมิ..
TBC ::
เฮือก!!
(ตอนนี้ติดคำนี้ ถ้าอยากรู้ว่ามันอารมณ์ประมาณไหน ให้นึกถึงภาพสาวน้อยทำท่าช็อคบนเฮดบล็อกพี่ภู่ ...)
สงสารมิกกี้แฮะ 5555 แต่ชอบเลโอคุงฟีลนี้มากกว่าตอนที่แล้ว... คุณเจ้าสาวก็..เอิ้ก... คนรู้จักของมิกกี้แต่ล่ะคนไม่มีปกติเล้ย = =!! (ตัวมิเกลเองก็ไม่ปกตินี่นะ.. OTL)
พึ่งกลับจากเที่ยวทะเล เกรียม... แดดเดี๋ยวนี้สุดยอดจริงๆ= =;; 6โมงยังแสบตาเหมือนเที่ยง!
อนึ่ง ถ้าใครติดค้างชำระหนี้อยู่กับจขบ. วันที่แน่นอนว่าจะได้ออกจากบ้านคือ 9 พ.ค. 2009 แต่ถ้าก่อนหน้านั้นยังไม่แน่ใจฮะ OTL
ทำไมไม่มีช่อง 18 บ้างคะ(หึกๆ)

ว่าแต่เลโอเน่หายไปเลยเนอะ (เดี่ยวมันจะมาพร้อมคลื่นลูกใหญ่)
อยากให้เห็น สิงโตกับหนูปรึกษากันเรื่องแย่งฉลามกับลูกครึ่งเสือ(?)จังเลย
#1 By †Saji卐 on 2009-05-02 23:13