[Denunci]Chapter 30-I

posted on 08 Jun 2009 00:00 by sarail  in Fiction

Title: Denunci, this love must betray

Fandom: KHR

Pairing: XS

Rate: PG-13

Note: 1. รันเลขไม่ตรงกับในเล่ม

         2. มาให้ค้างคา(?)

         3. ... หึหึหึหึหึ!!!

 

 

 

 ----------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 30

 

 

    Until the End

        We spend time too much for farewell

        Loveless like Cain and Abel

        Twin of God who fallen and fall again

 

        Face against to the angel with Red wings

       


           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมแกถึงไม่บอกฉันแต่แรก?”

          

“แกไม่รู้เองนี่หว่า!ปกติฉันจะนั่งอยู่เฉยๆบนเตียงรอให้เจ้าม้านั่นมาคอยเสิร์ฟเรอะ!! เคยสังเกตกันบ้างรึเปล่า!

           

ถ้อยคำงอนง้อของอีกฝ่ายทำให้นภาจำแลงตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วตนรู้เรื่องของอีกฝ่ายไม่ถึงครึ่งกับที่ฉลามคลั่งเข้าใจตนดีแค่ไหน หรือความจริงที่ว่า...เขาไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำว่าเจ้านี่เปลี่ยนไป

 

            “กลับ! ถ้าหมอที่วาเรียรักษาไม่ได้ฉันจะจัดการมันเอง!

 

            “ไอ้บอสเง่า ก็เจ้านั่นนั่นแหละที่รักษาฉัน!

 

            “แล้วแกมีความคิดดีกว่านี้รึไง รอให้ม้าพยศพาแกไปเปิดตัวในฐานะนายหญิงเรอะ..."

 

            “... จะอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้ฉันยังกลับไม่ได้” ฉลามคลั่งยื่นคำขาด นายเหนือหัวกำลังจะเอ่ยปากค้านทว่าร่างโปร่งรีบอธิบายทันที

 

            “เจ้านั่นมันเป็นคนดูฉันมาตลอด ฉันคิดว่า...มันรู้ว่าต้องทำยังไงฉันถึงจะหาย เพียงแต่มันไม่ทำเท่านั้นเอง” เสียงทุ้มเอ่ยตอบทั้งน้ำคำเคร่งขรึม ชายหนุ่มผู้ฟังชะงักไป นานครั้งเหลือเกินที่จะได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยอย่างมีเหตุผล แต่นั่นยิ่งทำให้ตนไม่พอใจ เพราะคำตอบกลายๆของมันก็คือ ไม่ว่าเขาจะฉุดกระชากลากถูอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของไอ้สวะนี่ได้!

 

            “ถ้าอย่างที่แกพูด เค้นคอมันก็สิ้นเรื่อง”

 

            ร่างสูงเอ่ยทั้งที่นัยน์ตาคู่นั้นแอบมองค้อนตนมาอยู่ลึกๆ จะให้เขารับรู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไป....

 

            ในเมื่อดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเขาอย่างตรงไปตรงมา สะท้อนภาพตนเช่นกระจกเงาอย่างซื่อสัตย์และภักดี

 

            เรือนผมแห่งสัตย์สาบานนั้นถูกตัดไปแล้ว แต่อะไรกันที่ยังเชื่อมโยงเขาสองคนไว้ด้วยกัน?

 

 

 

 

            ฉันไม่คิดว่าคนแบบนั้น... มันจะยอมเปิดปากง่ายๆหรอกนะ

 

            ฉลาม คลั่งแย้งอยู่ในใจ แต่หาได้เอ่ยคำกล่าวอะไรอีก การตัดสินใจของแซนซัสเป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสควอลโล่ตระหนักว่าหากคนตรงหน้าเค้นคอเจ้าโรคจิตนั่น เสร็จเมื่อไหร่คงจบลงด้วยความตายของผู้ที่อาจหาญมายุ่มย่ามเรื่องของเขากับ นภาเป็นแน่

 

 

 

 

 

            “แซนซัส..นายจะเชื่อใจฉันได้มั้ย”

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝีเท้าหนักก้าวลงจากรถยุโรปคันหรู ชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตนยืนตระหง่านอยู่หน้าทางหินลาดปูไปถึงศาสนสถานหินอ่อนบนเนินเขา

 

 

            สายลมพัดผ่านชั่ววูบ ราวกับตอบรับการมาเยือนของท้องนภากระนั้น

           

            ศัตรูที่รอคอยยืนอยู่หลังแท่นพิธี ร่างสูงโปร่งในสูทสีขาว ตัดกับเรือนผมสีดำสนิท นัยน์ตาสีเทาเหลือบเงาเหมือนกระจกสะท้อนภาพตนที่ย่างก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณของอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด

 

 

            เป็นครั้งที่ 2.... ที่เราได้เจอกันแบบนี้นะครับ เสียงนุ่มเอ่ยทักทายพลางผายมือเชื้อเชิญ ราวกับตนเป็นเจ้าของสถานที่ ซึ่งดูเหมือนว่าคำนั้นจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริงเท่าไหร่นักในเมื่ออยู่ๆ ประตูที่แซนซัสก้าวเข้ามาก็ปิดลงกลอนสนิทโดยสมบูรณ์ราวกับเป็นความตั้งใจของ คนตรงหน้า

 

 

            แสงเทียนวูบไหวสะท้อนกับแผ่นหินเย็นเยียบ

 

            ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะครับมิคาเอล สเตลลาโน่ ฉายา the Creator มือซ้ายในนามของอควิล่าแฟมิลี่ที่คุณถล่มซะราบเมื่อเดือนก่อน

 

        ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเศษสวะที่กำลังจะตายอย่างแก แซนซัสกระชับประกับปืนประจำตัว ปลายปากกระบอกโลหะเหล็กนั่นจ่อไปที่ศีรษะเป้าหมายอย่างแม่นยำไม่สนแม้กระทั่งว่าระยะห่างระหว่างตนกับมันจะไกลแค่ไหน

           

คนมองเพียงแค่เลิกคิ้ว นัยน์ตาสีเทาทอเป็นประกายราวขำขัน แม้รอยยิ้มบนใบหน้าจะเป็นริมฝีปากเหยียดเย้ยหยันเหมือนเดิมก็ตามที

           

คุณยังไม่ยิง...เพราะคิดว่าผมมีทางรักษาฉลามคลั่งใช่มั้ยล่ะ? เสียงนุ่มเอ่ยพร้อมกับที่ขายาวก้าวจากแท่นพิธีลงสู่พื้นพรมแดง

 

แซนซัสจับจ้องศัตรูของตนไม่วางตา นัยน์ตาสีโลหิตเพ่งพินิจราวกับว่าจะมองให้ทะลุลูกเล่นตุกติกที่อาจแอบแฝงอยู่ ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยจากปากร่างสูง นักฆ่าหนุ่มย่อมรู้ดีว่าในยามศึกสงคราม คนที่ดีแต่เอ่ยปากนั้นไม่มีทางรอดกลับไปทั้งครบสามสิบสอง

 

ระวังตัวจังเลยนะครับ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก...คู่ต่อสู้ของคุณไม่ใช่ผม

 

เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้น ก่อนชายหนุ่มจะปรบมือเสียงดังราวกับเป็นคำเชื้อเชิญ

 

!!!

 

 

สวบ!!

 

 

ชั่วขณะที่แซนซัสสงสัยในท่าทีอีกฝ่ายอยู่นั้น นัยน์ตาสีโลหิตพลันเบิกกว้างทันทีเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆที่เริ่มหลั่งไหลจากช่องท้อง จิตสังหารในชั่วพริบตาเลือนหายไปทันที โชคดีที่ชายหนุ่มไหวตัวทันพอที่จะเอี้ยวตัวหลบในไม่กี่องศาที่คลาดเคลื่อนไป

 

ปลายประบอกปืนเปลี่ยนเป้าหมายไปยังศัตรูอีกคนเบื้องหลังทันที!

 

!!!???

 

แก..!?!!”

 

 

นัยน์ตาสีโลหิตเบิกกว้าง กลิ่นคาวของเลือดสดๆที่หลั่งไหลยังไม่อาจหยุดมโนสติให้ชะงักไปกับภาพตรงหน้าที่เห็นได้

 

นัยน์ตาสีฟ้าเย็นเยียบราวทะเลสาบน้ำแข็ง ไม่มีแม้แต่ภาพสะท้อนของตน ร่างโปร่งบางในชุดสีดำสนิทตัดกับเรือนผมสีเงินประบ่าที่เขาเป็นคนตัดไป เพชฌฆาตแห่งห้วงทะเลลึกซึ่งงดงามและน่าสะพรึงกลัวในคนเดียว

 

ฉลามคลั่งในรูปแบบที่เขาไม่ได้เห็นมานานปี

 

ท่าทีนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคนที่เฝ้ามองอยู่นาน

 

เอาสิ..แซนซัส

            แสดงให้เห็นหน่อยสิ.... พลังของคุณน่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันทำดีที่สุดแล้วสินะ...

 

 

 

 

 

 

 

กริ๊ง...

 

กระดิ่งสีน้ำเงิน...

 

 

 

เหมือนเป็นสัญญาณปลุกให้ตื่นจากภวังค์

 

ทว่าภาพที่เห็นเบื้องหน้าฉลามหนุ่มหาใช่เพดานห้องกว้างที่ไม่ว่าอย่างไรกลับรู้สึกเหมือนเป็นกรงทอง...

 

แต่เป็นทุ่งดอกไม้สีขาว...ท้องฟ้าสีครามกับผีเสื้อสีน้ำเงิน....

 

 

"ตื่นยากจังเลยนะคะ"

 

เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากเบื้องหลัง

 

 

 

 

ร่างบอบบางที่ยืนยิ้มให้เขา ราวจะพลิ้วไหวไปกับกลีบบุปผชาติ

 

 

สควอลโล่หยุดนิ่งอยู่กลางแสงแดดอบอุ่นราวฤดูใบไม้ผลิ

 

 

เธอที่อยู่ตรงหน้าเขา คงเป็นนางไม้ในฝันกลางคิมหันต์ฤดู

 

 

ริมฝีปากบางเอ่ยตอบไป

 

"ไม่ได้พบกันนานนะ...เอลด้า"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครม!!!!!!!!

 

เสาหินขนาดมหึมาโค่นล้มลงด้วยแรงระเบิด เพลิงพิโรธหมายเผาทำลายทุกสรรพสิ่งที่ขัดขวางตน จะติดตรงที่ว่าสถานภาพความเป็นไปของคนในปกครองขึ้นอยู่กับไอ้สวะเจ้าเล่ห์ที่ยืนฉีกยิ้มอยู่นั่น!

 

"ใจร้อนจังนะครับ"

 

ริมฝีปากหยักเอ่ย ก่อนมือเรียวจะสะบัดไหวราวคำสั่งให้ฉลามหนุ่มพุ่งเข้าหาอดีตเจ้าชีวิตตน

 

นัยน์ตาคู่นั้นไร้ความรู้สึก

 

ขณะที่คมดาบซึ่งผ่านผิวกายตนทีละน้อยช่างเย็นเยียบ

 

แซนซัสกัดฟันกรอด พยายามเลี่ยงจุดสำคัญของร่างตรงหน้าแต่ดูจะไร้ผล การรุกรับกับเทพกระบี่โดยไม่ให้เสียเลือดเนื้อเกินความจำเป็นนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด!

 

  

"แกทำอะไรกับเจ้านี่!!??"

 

  "แค่เล่นตุกติกนิดหน่อย ยังไงผมก็เป็นตัวร้ายในสายตาคุณอยู่แล้วนี่นา"

 

"อ้อ.. แซนซัส บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ที่อยู่ตรงหน้าคุณน่ะ สควอลโล่ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน" นายตัวร้ายสัมทับ "จัดการได้ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงคุณก็ไม่เห็นความสำคัญของเขาอยู่แล้วนี่?"

 

"ไอ้สวะ!!ตาสว่างซักที!!" มือข้างหนึ่งโดนคมดาบตวัดให้ต้องสละอาวุธประจำตัวทิ้ง ปลายกระบอกที่หมายมาดไปยังตัวการของเรื่อง ที่ดูเหมือนจะไม่มีความกังวลใดๆกับสภาพโบสถ์ซึ่งพังทลายลงมาเรื่อยๆ

 

"แถมให้นะครับ ถ้าคุณจัดการสควอลโล่ไม่ได้ในหนึ่งชั่วโมงนี้ ระเบิดที่ปลอกคอเขาจะทำงานแบบอัตโนมัติเลยล่ะ"

 

นัยน์ตาคู่คมตวัดไปตามคำพูดทันที ตั้งแต่สควอลโล่ปรากฏกายต่อหน้า แซนซัสก็ได้แต่ตั้งรับไม่ลงมือโต้กลับ จนชายหนุ่มไม่ทันสังเกตเครื่องแต่งกายที่แปลกไป

 

เครื่องประดับสีเงินแวววาวดูเข้ากับคอระหง จะดีกว่านี้ถ้ามันไม่ใช่อาวุธที่พร้อมจะสังหารชีวิตผู้สวมใส่ในไม่กี่นาที!

 

ร่างสูงกัดฟันกรอด ใจหนึ่งไม่อยากใช้วิธีนี้ แต่แซนซัสก็จำใจอีกครั้ง

 

 

ปึก!!

 

มือแกร่งฟาดหลังคอหมายให้ร่างโปร่งสลบไป ทว่า...

 

ปัง!!

 

ชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะสัมผัสผิวเนื้อ อะไรบางอย่างก็พุ่งเข้ามาแทรกให้ชายหนุ่มหยุดมือแทบไม่ทัน

 

กระสุนโลหะฝังลงบนพื้น เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่าสิ่งที่มาขัดขวางตนเมื่อครู่มาจากจุดที่สูงกว่า

 

 

 

"อย่าขี้โกงสิครับ ผมก็แค่อยากพิสูจน์อะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง..."

 

 

 

 

พลั่ก!!

 

ร่างสูงถูกแรงสะบัดให้ล้มลง ขณะเดียวกันฉลามคลั่งโถมแรงลงมาตรึงให้แซนซัสอยู่กับพื้น ดาบคมตวัดอาวุธชิ้นสุดท้ายของอีกฝ่ายกระเด็นไปแทบเท้าศัตรูอีกคนทันที

           

"แก.. ไอ้ฉลามสวะ!!"

            

 

 

            เสียงตอบรับมีเพียงสายตาเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งในทะเลสาบ ชั่วพริบตาที่ร่างสูงเห็นร่างโปร่งตรงหน้ามีรอยยิ้มที่ริมฝีปาก

 

            เสียงแผ่วเบาเอ่ยกระซิบข้างหู

 

            “ฉันควรจะทำแบบนี้มาตั้งแต่แรก...”

 

 


 

!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “กินยาซะ”

 

           มือ หนาถือแก้วใสบรรจุของเหลวอยู่ภายใน มืออีกข้างมียาแคปซูลอยู่สองเม็ด บรรจุภัณฑ์รักษาโรคที่วางอยู่ข้างเตียงที่ฉลามคลั่งนึกเวียนเหียนนักหนาวนมา อยู่ในมือคนที่อันตรายที่สุดจนได้ แต่ดูแล้วกลับเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลยกับเจ้านายที่อยู่ๆก็ทำเหมือน เอาใจใส่ลูกน้องขึ้นมา...

 

“ให้นายรู้จักรอซะบ้างก็ดีนะ” ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ ขณะที่มือหนาประคองช้อนใบหน้าได้รูปขึ้น ร่างสูงประทับจุมพิตลงบนกลีบปากบางอย่างแผ่วเบา อ้อยอิ่งราวกับเสียดาย บอกความหมายทุกอย่างทิ้งไว้ในรสจูบ

 

           อ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความเสน่หา

 

           แต่ฉลามคลั่งจะรับรู้ก็หาไม่ สควอลโล่เพียงตระหนักถึงท่าทีที่แปลกไป แต่ไม่รับรู้ความหมายโดยนัยของอีกฝ่ายเลย

 

           ตอนนี้เราเป็นอะไรกันงั้นเหรอ

 

           คำถามนั้นบ่งบอกทุกอย่างของความสัมพันธ์รูปแบบแปลกๆนี้ เกินเลยกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ไม่ใช่ของรักของหวง อาจเรียกได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยง ที่เจ้าของเป็นผู้ไล่และทวงถามกลับมาในยามคำนึงหา

 

            “ฮะฮะ..” เสียงหัวเราะสร้างความสงสัยให้แซนซัส คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนริมฝีปากคมจะเอ่ยปากถาม

 

            “มีอะไร?”

 

            “คิดอะไรโง่ๆอยู่น่ะ”

                                               ก็แค่อยากได้ยินเสียงนายน่ะ

                                                                       ฉันรักนายนะแซนซัส

 

ฉันถือว่าฉันบอกไปแล้วนะแซนซัส เพราะถึงนายจะได้ยินหรือไม่ มันก็ไม่ต่างกันหรอกใช่ไหม?

 

...ฉันรักแก...

 

เสียงเข้มที่เอ่ยในความฝันทั้งความแน่วแน่ทำให้ร่างโปร่งอยากหัวร่อ ไม่นึกว่าตนจะจินตนาการสูงส่งขนาดนั้น

 

มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน

ในเมื่อคนตรงหน้ารักแต่ตัวเองเท่านั้น

           

                                         แล้วทำไมถึงยังมารับล่ะ

                                      ถ้าไม่ต้องการจริงทำไมต้องคอยเป็นห่วง

 

ที่เขาหึงหวงนายกับทุกๆคนมันเพราะอะไรกัน?

 

 

 

 

 

เสียงกระซิบน่ารังเกียจดังขึ้น เหมือนกับว่าจิตใจเบื้องลึกที่ถูกกดขี่จะอยากออกความเห็นกับเขาบ้าง คงจะรันทดในที่ต้องถูกเก็บไว้อยู่ส่วนที่ลึกที่สุดตลอดมา หรือไม่ก็อยากให้ฉลามโง่รับรู้ความจริงสักที

 

ความจริงที่ผู้อื่นประจักษ์ชัด แต่เจ้าตัวเองกลับไม่เคยรับรู้...

 

            ก็แค่เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน...เป็นของหมอนั่นไปแล้วเท่านั้นแหละ....

 

            แซนซัสอาจจะไม่แยแสก็จริง แต่หมอนั่นก็ไม่เคยยกของของตัวเองให้ใคร...

 

 

 

 

                        แค่นั้น...ก็เพียงพอแล้ว...

 

 

 

 

            “แกนั่นแหละที่โง่ที่สุด”

 

 

           คำพูดของร่างสูงทำให้ฉลามคลั่งหลุดจากภวังค์ น้ำเสียงดุดันของอีกฝ่ายทำให้คิดว่าคนตรงหน้าคงโกรธาที่ตนละความสนใจจากชายหนุ่มไปเป็นแน่

 

            “แซนซัส?”

 

            อยากให้ฉันพูดว่าฉันรักแกงั้นเหรอ?

                         อยากได้ช่อดอกไม้ทุกวันรึไง?

                                   หรือว่าจริงๆแล้วแกอยากฟังคำบอกรักหวานๆเหมือนพวกผู้หญิงไร้สาระ?

 

                                             หรือแค่

 

                                         อยากรับรู้ว่าแท้จริงแล้วตนอยู่ในฐานะใดกันแน่...

 

           

 

 

แหวน สีเงินเกลี้ยงเกลาถูกสวมลงไปบนนิ้วนางข้างซ้าย หลวมกว่าปลายนิ้วบนมือเรียวเล็กน้อย ร่างโปร่งไม่อาจสัมผัสได้ว่ารูปร่างหน้าตาของมันเป็นเช่นไร แต่สัมผัสเย็นๆของโลหะที่ผ่านเนื้อผิวมาได้ทำให้ฉลามคลั่งสรุปว่ามันเป็น แหวน...

 

นาย... ริมฝีปากบางไม่สามารถเอ่ยคำต่อได้ ใบหน้าขาวมีสีเรื่ออย่างไม่อาจห้าม ขณะเดียวกับที่ร่างโปร่งนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังมองตนด้วยสีหน้าเช่นไร

 

น้ำคำกระซิบที่ข้างหู ไม่ใช่ถ้อยคำแว่วหวาน แต่พัดผ่านถึงขั้วหัวใจ

 

 

 

 

            “แกมองเห็นเมื่อไหร่ ฉันจะบอกแล้วกัน...ไอ้สวะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

            เงาของคมดาบฉายชัดในมโนสติ

 

            ภาพของฉลามคลั่งที่เปลี่ยนเป็นฉลามนักฆ่าหมายชีวิตร่างสูงเป็นสิ่งเดียวในความคิดเห็นชัดถนัดตา

                       

 

                                “ฉันรักนายนะแซนซัส..”

 

 

 

 

 

 

 

 

            ฉึก!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC > Chapter 30-II

 

มีคนบอกอยากอ่าน วะฮะฮะฮ่า..

 

อัตราการอัพบล็อกแปรผันตรงกับต้นไม้(?)

 

 

SARAIL :: จะจบแล้ว จะจบแล้ว เฮือก..

 

บอสกับหลามจะได้อยู่กันอย่างแฮปปี้เอนดิ้งหรือไม่??

 

เอลด้าโผล่มาทำอะไรเอาป่านนี้??

 

สุดท้ายมิกกี้จะงาบหลามไปกิน หรือจะต้องจับพลัดจับผลูไปถูกสิงโตตะปบที่ภพหน้า??

 

ต้องติดตาม!! 

 

(เขียนเองฮาเอง กร๊าก)

 

 

 

edit @ 8 Jun 2009 00:01:18 by SARAIL::llWynfrieda@BT

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อร๊างงงงงงงงง หลามมมมม >////<


บอสขรา หวานได้อีกกกกกกกกกกกกกกก >///<

รอตอนต่อไปๆๆๆๆ (รดๆๆๆ)

#1 By Mukkuk on 2009-06-08 00:24

สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ หลามไม่ได้ได้แทงป๋า แต่ตอนป๋าแทน เพราะเก็บกดมานาน กรั่กๆๆ ไม่ใช่แหละ

ป๋าโว้ยป๋า ....อย่างแก มีสวมแหวนให้เขาเป็นด้วยรึ น่าหมั่นไส้สุดๆๆๆ เลยยย ว้ากกกกกกกก ป๋าหวานตอนนี้รู้สึกอยากถีบอยากประหลาดดด ฮ่าๆๆๆ เพราะเฮียแกสั่งสมความเกรียนมาเยอะ กว่าจะมารับเมียเสียที ฮา

ชอบป๋าหลามที่เถียงกันตอนแรกๆ น่ารักดี

ว่าแต่ รึว่าเรื่องนี้จะจบด้วย .....เอลด้าโผล่มาคาบหลามไปแดกแทน ที่เหลือแห้วรับประทานหมด เพราะชีแกเมพสุด ฮ่าๆๆๆๆ

#2 By เฟียร์ . Fiar on 2009-06-08 00:53

ปล อยู่ภาวะเกรียน เม้นท์เลยเกรียนตาม เหอๆๆ
ยังไงก็ อัพตอนต่อได้แล้วววววววว รออ่านตอนจบ ว่าสุดท้ายแล้วเอลด้าจะคาบหลามไปรับประทานสำเรจรึเปล่า ฮ่าๆ

#3 By เฟียร์ . Fiar on 2009-06-08 00:54

มารดน้ำต้นไม้ให้ล่ะ ได้อ่านนิยายเป็นของแถม คริกๆ

ปล.พูดถึงนิยาย คุณพี่เปิดบล็อกนิยายใหม่เค่อะ แต่ยังไม่ได้โปร (ไม่คิดจะโปร ขี้เกียจ) บอก Url ไว้แล้วกันเน๊าะ เผื่ออยากแวะไปอ่าน ฮุ ฮุ ฮุ
บล็ฮกนิยายนะจ๊ะ http://alkazia.exteen.com จ้า

#4 By Zeren on 2009-06-08 16:39

...หวะๆๆๆ หวานได้อีกนะค่ะ....... สวมแหวนๆๆๆๆ

อ่าส นอนดิ้นๆๆ.....นั่งจ่อรอตอนต่อไป วิ่งไปรดน้ำๆ
=[]=;!!!!!!!!! หลามแทงตัวเองงง อ้ากกกก ไม่น้าาา

/ใช่เรอะ...

มิกกี้เอาบทพระเอกไปเลย นายนี้มัน" "จริงๆ

ฉึกมันอาร๊ายยย เง้ออ แล้วสิงโตVSหนูดีสนีย์ละ??

อยากอ่านต่ออ

/รดน้ำพรนดินใส่ปุ๋ยเปิดเพลงให้ความรัก...

พอไหมค๊าาาา~~~ > w <vb

#6 By †Saji卐 on 2009-06-08 20:02

ท่านซาใจร้าย!!!!


หวานเกินไปแล้ว......อร๊ายยยยย!!!!


ป๋า!!! หวานได้อีกอ่ะ.....


มีแหวนๆ/เต้นๆ

#7 By KuLt_LuCiFeR on 2009-06-08 21:02

ยังคงยืนยันว่าพี่จะเกรียนรอรวมเล่ม = 3=

เอาเรื่องอื่นมาต่อด้วยจิ
อยากอ่านฟีลแบบ S27XD(??)
*แบมือทำตาวิ้งๆ*

#8 By dearchan on 2009-06-08 21:42

สวัสดีค่า...^w^

จริงๆตั้งใจว่าจะรออ่านรวมเล่มรวดเดียว แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวsad smile

ยังไงๆก็ขอมาอ่านที่นี่ย้อนหลังด้วยคนนะค๊า cry

ตอนที่ 30 นี่ อ่านจบแล้วแทบขาดใจ ไอ้ " ฉึก!!!!!!" เนี่ย ใครแทงใครกันแน่อ่ะค๊า??

เอิก...ว่าแล้วก็รอคอยพาร์ท II ด้วยใจระทึกต่อปาย open-mounthed smile

#9 By เพลงดวงดาว on 2009-06-20 21:07