[Special]::Black Bird::VI
posted on 15 Jun 2009 00:15 by sarail in Fiction
Black bird
Chapter :: VI
“คิดว่าไงล่ะมิกกี้?” เสียงหวานเอ่ยพลางโอบกอดร่างโปร่งจากเบื้องหลัง สุภาพสตรีในชุดสีสดดูตัดกับที่คุมขังสีเทาดูไม่เข้ากับสถานที่แบบนี้เลยสักนิด
เจ้าของชื่อถอนหายใจพลางกรีดสายตามองสภาพนักโทษในชุดพาดขวางท่าทางอิดโรย แต่สายตาหลุกหลิกอย่างทอประกายราวกับเชื่อว่าคนที่มีสิทธิ์มีเสียงถึงขนาดเข้ามาในห้องขังนักโทษระดับเอสได้แสดงว่าต้องไม่ธรรมดา หรืออาจจะมีอำนาจขนาดพาพวกตนออกจากหลังกรงเหล็กนี้ได้
“หมายถึงอะไรล่ะครับ?” ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวทวนถามอย่างเฉยเมย อีกฝ่ายพาตนมาในที่แบบนี้ก็ชวนให้คิดหนักกว่าเดิมอยู่แล้ว หรือจะพามาทัศนาสภาพนักโทษในที่กักกันกันแน่?
“วัตถุดิบยังไงล่ะ เธอเห็นอะไรดีๆบ้างมั้ย”
“อา...เรื่องนี้เอง” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ มือเรียวรับแฟ้มสีดำในมือสตรีข้างกายมาพลิกผ่านๆ รายชื่อของใครบางคนสะดุดตาแต่แรกเห็นด้วยภาษาที่ไม่คุ้นชิน นัยน์ตาสีเทาละจากกระดาษรายงานขึ้นมามองนักโทษห้องขังเดี่ยวที่นั่งหลบอยู่มุมห้อง ไม่สนใจการมาเยือนของเจ้าแม่นักค้าอาวุธเลยสักนิด
มิเกลหรี่ตาลงเล็กน้อย ซักพักหนึ่งร่างโปร่งจึงส่งแฟ้มคืนให้เจ้านายของเขาในเวลานี้
“หลี่หวงเยว่” ริมฝีปากได้รูปทวนชื่ออีกฝ่ายเบาๆ พลางสังเกตเรือนผมสีดำสลับเทาดูแปลกตา เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองคนเรียกตัวเอง นัยน์ตาฝ้าฟางที่หมกตัวอยู่กับความมืดเหมือนเห็นแสงเจิดจ้าจากเบื้องหลังอีกฝ่ายจนแทบหลบสายตาไม่ทัน
ขณะเดียวกันนั้น คนถูกมองไม่ได้ตกใจกับปฏิกิริยาของนักโทษในที่คุมขังสักเท่าไหร่ แต่ร่างโปร่งกลับแปลกใจกับใบหน้าที่ยังไม่มีริ้วรอยตีนกาตามสีผมเสียมากกว่า
“คนเอเชียหน้าอ่อนอยู่แล้วล่ะมิกกี้” สการ์เล็ตช่วยไขข้อข้องใจของชายหนุ่มให้เสร็จสรรพ มิเกลรู้สึกว่าคนตรงหน้าดูอย่างไรก็อายุไม่น่าเกินวัยเบญจเพศ แต่แฟ้มข้อมูลที่เห็นผ่านตาเมื่อครู่ระบุเลขวงปีไว้เสร็จสรรพ
“อาการผิดปกติของเซลล์สี...ไม่ก็เลือดไปเลี้ยงไม่พอ แต่ดูน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า” ร่างโปร่งพึมพำก่อนจะได้บทสรุปเสร็จสรรพ ชายหนุ่มหันไปสบตากับสุภาพสตรีข้างกายอย่างอ่อนใจ
“คนนี้ก็ได้ครับ”
อยากออกไปจากที่แบบนี้เร็วๆ...
ที่สำคัญ...
ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนตนกำลังเลือกซื้อปลาในตลาดสดอยู่ก็ไม่ปาน...
นั่นเป็นการพบกันครั้งแรกของพ่อหนุ่มมือซ้ายกับคนที่ได้เป็นมือขวาของอควิล่าในเวลาต่อมา
ถ้าถามมิเกลล่ะก็ นั่นไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าประทับใจซักเท่าไหร่
แต่ถ้าถามเพื่อนสนิทของพ่อหนุ่มจอมวางมาดคนนี้แล้ว คงได้คำตอบว่าคนตรงหน้าเคยพอใจกับอะไรด้วยงั้นหรือ?
แดดแยงตาเสียจนคนขี้เซามุดเข้าไปใต้หมอน เหมือนตัวตุ่นที่ถูกไล่เขี่ยดินที่ฝังหน้าอุโมงค์ออกจนต้องหนีไปไกลลึกสุดกู่ แต่ถ้าให้เปรียบกับชายหนุ่มซึ่งเหมือนเทวทูตคนนี้ คงเรียกได้ว่าเป็นแวมไพร์หนีแสงอาทิตย์ที่จะเผาไหม้ตัวเองเสียมากกว่า
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ก่อนจะดับลงไปใหม่ แล้วดังขึ้นด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะกลายเป็นระบบลำโพงฝากข้อความด้วยเสียงของโอเปอเรเตอร์ที่ยิ่งทำให้ต้นทางกรีดร้อง
“มิคาเอล สเตลลาโน่!!ตื่นได้แล้วตาบ้า!!”
ให้ตายสิแองเจล่า ซักวันผมจะผ่านกหวีดในคอคุณออกฟรีๆเลย
ร่างโปร่งตอบอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ลุกจากเตียงไปรับมือถือแต่อย่างใด เมื่อวานเขาถอดเสื้อปุ๊บก็โยนทิ้งไว้บนกระเป๋าเดินทาง ไม่ได้ไปเจรจาหารืออะไรกับใครอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคายของเก่าออกแล้วยัดของใหม่เข้าไปแทน ร่างกายที่ทำหน้าที่ของมันจนถึงขีดสุดแล้วก็หมดสภาพในทันที
“ถ้าใน 5 นาทีนี้นายไม่ออกจากโรงแรมล่ะก็ตายแน่!! ตาตี๋นั่นตามรอยเจอแล้วนะยะ!!”
คนสลบอยู่กับเตียงลุกขึ้นนั่งก่อนจะพลิกตัวลงยืนกับพื้น ร่างโปร่งรีบคว้าโค้ทที่ใส่มือถือกับกระเป๋าใบเล็กที่แยกต่างหากเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน มือเรียวกดรับโทรศัพท์แบบไม่ต้องรอให้สัญญาณ ก่อนจะกรอกเสียงตอบรัวเร็ว
“แองเจล่า คุณรู้ได้ยังไง”
“ก็ชั้นถูกจับเป็นตัวประกันน่ะสิ!”
“ตัวประกันบ้านคุณล่ะมั้งคุยมือถือคล่องปร๋อแบบนี้”
“เอารองเท้าส้นเข็มฟาดคนขับรถสลบไปแล้วย่ะ!เจ้านั่นลงมาเองเลยนะ เธออยู่ชั้นไหนน่ะ?”
“11 ลิฟต์ประมาณ 5 นาที… กะเวลาถูกเหมือนเดิมเลยนะ” ริมฝีปากได้รูปเอ่ยเหมือนจะชื่นชม แต่คนฟังรู้สึกถึงความประชดประชันเสียมากกว่า มิเกลรีบวางแผนในสมองแล้วคว้าบุหรี่จากซองในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาทาบกับริมฝีปาก ไฟแช็คจุดปลายมวนสีขาวเป็นสีแดงวาบ ก่อนมือเรียวจะยกขึ้นจ่อเครื่องตรวจจับควัน
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!
เสียงหวีดของสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นจนคนอยู่ใกล้สุดต้องปิดหู สายน้ำสาดจากผนังเพดานในไม่กี่วินาที ไม่เหลือเวลาให้มองผลงานตัวเองมิเกลรีบรุดออกจากห้องแล้วดิ่งไปประตูทางหนีไฟทันที!
แองเจล่าเหลือบมองนาฬิกาพลางนับเวลาถอยหลัง ความสามารถพิเศษเรื่องเดียวของลูกสาวนักการเมืองที่เบื้องหลังเป็นมาเฟียคือการจับเวลา ริมฝีปากสีสดพ่นควันสีเทาจากมวนยาสูบเบาๆ
เพล้ง!!!
เสียงกระจกแตกดังมาจากชั้นสิบเอ็ด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่ไปตามตัวฝ่ายนั้นคงโกรธจัดจนระบายกับหน้าต่างห้องใครสักคน
พลั่ก!!โครม!!!
นัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าชายที่ถูกเธอจัดการซะหมอบถูกคนที่อยู่นอกรถกระชากตัวจากประตูแล้วโยนทิ้งกับพื้นถนนเหมือนเป็นเศษขยะ ยังดีที่อีกฝ่ายมีมารยาทพอจะไม่กระทืบซ้ำคนเจ็บ มือเรียวคว้าพวงมาลัยข้างหนึ่งขณะที่มืออีกข้างเสยเรือนผมสีกาน้ำที่ลงมาปรกใบหน้าจากการวิ่งมาราธอนเมื่อครู่
“สถิติใหม่เลยนะเนี่ย” แองเจล่าทำตาโตเอ่ยด้วยความชื่นชม คนฟังยิ้มแห้งก่อนจะเหยียบคันเร่งจนมิด
“เอาไว้ชมทีหลังแล้วกัน”
“ยอดเยี่ยม” ร่างโปร่งเอ่ยประชดขณะติดกับไฟแดงเตรียมออกนอกเมือง นัยน์ตาคู่คมหงุดหงิดเสียจนสาวงามข้างกายยังไม่อาจช่วยให้ทัศนียภาพในมโนสติแจ่มชัดขึ้นได้
“อะไรอีกล่ะ!ชั้นอยู่เงียบๆแล้วนะ!!”
“ถ้ารถติดแบบนี้ให้ตายก็ออกนอกเขตไม่รอดแน่ แต่..พวกนั้นก็คงดักรออยู่ที่สนามบินสินะ?” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองราวกับใคร่ครวญ ในเวลาแบบนี้ถ้าเป็นคุณพ่อจะทำยังไงนะ?
ถ้าไม่นับเรื่องที่ทานข้าวเย็นไม่ตรงเวลาจนนอนฝันร้าย การมองเห็นเรื่องในอดีตมาประจวบเหมาะกับเจอเพื่อนเก่าคงเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สำหรับเขา หลี่หวงเป็นมนุษย์ที่ห่างไกลกับคำว่ามิตรสหายมากที่สุด ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนร่วมโลกหรือปรโลกก็ตามที ถ้าความฝันเรียกได้ว่าเป็นลางบอกเหตุ มันคงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่มาช้าเกินไปสำหรับมิเกล..
มือเรียวล้วงเข้าไปในอกเสื้อตนเหมือนจะควานหามวนมะเร็งซักซองให้สมองโล่ง แต่ดูเหมือนว่าการรีบร้อนออกจากห้องพักในโรงแรมมาด้วยวิธีหลอกลวงประชาชีแบบนั้นจะทำให้สวรรค์ลงทัณฑ์ ไม่ใช่ความผิดของไฟแช็คที่จุดไม่ติด แต่คงเป็นความผิดของก้านบุหรี่สีขาวนั่นต่างหากที่เปียกชื้นจนไม่อาจก่อประกายไฟได้
“เอาของชั้นก็ได้นะ?” แองจี้ว่าพลางยื่นซองสีขาวขุ่นให้ แต่ร่างโปร่งส่ายหน้าช้าๆ
“ผมไม่ได้ติดนะแองจี้ ไม่ได้ก็ไม่ตายหรอก”
“เธอดูไม่ดีเลย” หญิงสาวเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ใช่ว่าจะรักกันปานจะกลืนกิน แต่อย่างน้อยถ้าคนขับรถเป็นอะไรไปตอนนี้เธอคงหนีไม่รอดพอกัน
“ก็แค่...คิดอะไรนิดหน่อย” มิเกลถอนหายใจก่อนจะท้าวคางกับพวงมาลัยหน้ารถ สมองตื้อไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก คนความดันต่ำถูกปลุกแต่เช้าแถมยังวางแผนหนีตายทำเอาใบหน้าที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอมีแต่ความขุ่นมัวจนคนมองรู้สึกกังวลแทนไม่ได้
“เลิกเถอะน่า กลิ่นสบู่เธอหอมจะตาย”
“ของโรงแรมนะครับ” ร่างโปร่งทวนคำพลางหัวเราะเบาๆ คนเป็นห่วงหน้าขึ้นสีก่อนจะสะบัดหน้าเชิดมองข้างหน้าต่างแทน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหนแต่ดูเหมือนว่านิสัยเสียจากปากตัวเองดูจะแก้ไม่หายสักที
โรงแรม?
สมองประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานอย่างรวดเร็ว พอได้สติมือเรียวรีบกดโทรศัพท์คู่ใจทันที
“ทำอะไรน่ะมิกกี้?”
“หาทางหนียังไงล่ะ” ร่างโปร่งเอ่ยพลางกดไปยังปลายสายที่เขาคาดไว้แล้วว่าน่าจะมีเบอร์อยู่ทันที แองเจล่ามองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ตามความคิดอีกฝ่ายไม่ค่อยจะทันอยู่แล้ว
“ไม่นึกว่านายจะเป็นฝ่ายโทรมาเองนะ..”
เสียงทักทายตอบจากปลายสายอย่างอารมณ์ดี น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แค่ฟังก็รู้สึกแปลกๆจะเรียกว่าขนลุกก็ไม่ใช่ทำเอาต้นสายต้องสูดหายใจลึกก่อนจะตอบอย่างไว้เชิง
“ผมก็คิดไม่ถึงว่าคุณจะเมมเบอร์ไว้ให้เรียบร้อยแบบนี้เหมือนกัน”
“อยากใช้หนี้แล้วงั้นหรือ?” คนตอบดูจะไม่ถือสาอะไรกับประโยคเมื่อครู่ แต่ดูเหมือนฝ่ายคนโทรจะนิ่งนึกไปนานเสียมากกว่า
“แค่อยากจะกู้เพิ่มเท่านั้นเองล่ะครับ”
ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆเป็นคำตอบ
แสงแดดเจิดจ้าจนแสบตาของชายหาดอันดาลูเชียทำเอาพ่อหนุ่มที่ชอบหมกตัวอยู่ในห้องไม่ต่างกับผีดิบดูดเลือดรู้สึกเหมือนโดนเผาไหม้อยู่บนพื้นถนนทันทีที่ก้าวออกจากรถ ทะเลยามฤดูหนาวอาจจะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวสำหรับประเทศอื่น แต่สำหรับสเปนที่ได้ชื่อว่ามีอากาศครบทุกภูมิภาค ชายหาดสีขาวนวลสะอาดตาจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างเห็นได้ชัด
“ใครเขาจะมาเที่ยวทะเลกันตอนปีใหม่” ร่างโปร่งบ่นพึมพำขณะที่แองจี้ค้อนอย่างเอาเรื่อง
“ไม่รู้รึไงว่าเดี๋ยวนี้เขาเวดดิ้งบีชกันหมดแล้วย่ะ!”
“คุณอยู่ในรถนั่นแหละแองเจล่า” ชายหนุ่มหันไปเอ่ยกำชับก่อนจะปิดประตูรถโครม ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่ระบบรถลักพาตัวนี้ล็อคจากภายนอก เขาจึงหมดภาระของคุณแม่ยังสาวและชีวิตลูกน้อยในท้องเธอไปอีกหนึ่ง
ร่างโปร่งยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอย่างหลากใจ คิดถูกรึเปล่าที่ทำแบบนี้? แต่ถ้ามีเจ้าบ้านอยู่ในมือไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ถือว่าโง่เต็มที แต่ถึงอย่างนั้น....คนคนนั้นถึงจะช่วยเขาหลายครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะทำแต่เรื่องดีๆเสมอไป ยิ่งหลังม่านนัยน์ตาสีป่าสนยิ่งไม่อาจคาดเดาได้ ถ้าให้พูดในสายตาของคนอย่างเขาแล้ว...
เลโอเน่ ฟอเรสต้า อันตรายเกินกว่าจะใช้เป็นตัวช่วย
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะจนปัญญาจริงๆ?
“คราวนี้จะเอาอะไรมามัดจำล่ะ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยจากเบื้องหลัง คนกำลังคิดอะไรอยู่ถึงกับสะดุ้ง ร่างโปร่งหันขวับพอดีกับที่อีกฝ่ายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ชายหนุ่มที่คุมโลกมืดของผืนแผ่นดินนี้ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังคือรถยนต์สีขาวสะอาดเข้ากับสูทสีเดียวกันทำให้คนเดินทางผ่านไปมานึกตะขิดตะขวงใจของคนทั้งคู่ในชุดทางการเต็มยศแบบนี้
เสื้อสูทกับทะเลงั้นเหรอ? ไม่เข้ากันซักนิด
มิเกลปรามาสอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าชุดที่ตนใส่อยู่นั้นห่างไกลกับคำว่านักท่องเที่ยวมากนัก
“ติดไว้ก่อนไม่ได้เหรอครับ”
“นานวันดอกเบี้ยยิ่งเยอะนะ นายจะจ่ายไหวเหรอ?”
“คุณจะงกไปถึงไหนเนี่ย” ริมฝีปากได้รูปบ่นอุบก่อนจะยื่นถุงกระดาษใส่เสื้อขาวที่ซักแล้วเรียบร้อยให้พอเป็นพิธี
“หืม?”
“คืนยังไงล่ะครับ พวกเครื่องดักฟังหรืออะไรต่อมิอะไรที่ติดมานั่นก็ด้วย” ร่างโปร่งอธิบายพลางยัดเยียดใส่มืออีกฝ่าย เลโอเน่เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง อย่างที่มิเกลไม่เข้าใจกิริยานั้นสักเท่าไหร่นัก แต่ดูเหมือนไหล่หนานั้นจะสั่นอยู่น้อยๆราวกับกลั้นหัวเราะอยู่ไม่ปาน
“นายนี่นะ...” รอยยิ้มบนใบหน้าอีกฝ่ายทำให้ร่างสูงดูดีกว่าเดิมซักร้อยเท่าได้ คนมองนิ่งอึ้งไปก่อนจะสะบัดความคิดไร้สาระ ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้เขาเผลอไผลไปกับคนตรงหน้าล่ะก็ ก็คงเป็นเพราะสายตาหยิ่งทระนงแบบเดียวกับฉลามคลั่งแน่
แต่ถ้าให้เทียบกันแล้ว สควอลโล่ที่ใจร้อนเสียจนไม่น่าเป็นนักฆ่ากับมาเฟียที่ใจเย็นเสียจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่นั้นถือว่าห่างไกลกันเกินไปนัก
“แล้ว...จะให้ช่วยอะไรล่ะ?”
“เส้นทางหนีออกนอกประเทศไม่ก็ที่หลบภัย” ร่างโปร่งเจรจาพลางคำนึงถึงทางหนีทีไล่ ถ้าฟอเรสต้าคุมทั้งประเทศจริงอย่างที่ปากใครบางคนว่า แค่เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่...
ปัญหาใหญ่น่ะหรือ...ก็แค่อีกฝ่ายจะเอ่ยปากหรือไม่ก็เท่านั้น
“สำหรับนายน่ะได้ แต่กับผู้หญิงคนนั้นฉันไม่แน่ใจ” เสียงทุ้มเปรยพลางหยิบอาวุธทันที มิเกลหันขวับ ร่างโปร่งแทบลมจับเมื่อเห็นสุภาพสตรีที่มากับตนลดกระจกลงเล็งไรเฟิลสีดำสนิทไปที่คู่สนทนาของเขา
“เลโอเน่ ฟอเรสต้า!!!”
ให้ตายเถอะ!!
ร่างโปร่งกรีดร้องอยู่ในใจ
ลืมไปสนิท... แต่นี่ไม่ใช่เวลามาทำแบบนี้นะแองเจล่า!!
เพล้ง!!!
เข็มเงินทะลุผ่านหน้ารถราวกับเป็นคำเตือน หากกระสุนนัดแรกมาเมื่อไหร่คงไม่กลายเป็นว่าเปลี่ยนที่หมายศีรษะศัตรูแน่ มิเกลนิ่งอึ้งไปครู่ สติปัญญาที่ใช้ตลอดมาราวกับติดขัดไปชั่วขณะ
แองจี้ก็หาเรื่องให้เราเยอะ...
บ้าเอ๊ย! เจ้างี่เง่า!! ไม่ได้หล่อนนายจะรอดจากเจ้าตี๋เรอะ!!
หุบปากซักที!!
ปัง!!!!
กระสุนนัดแรกประเดิมลงที่ข้างรองเท้าหนัง ร่างโปร่งหลุดจากอาการตีกันเองในสมอง พลันมือเรียวคว้ากระบอกปืนในอกเสื้อเล็งไปยังเป้าหมายทันที
นัยน์ตาสีเทาเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นต้นทางเม็ดกระสุน ริมฝีปากได้รูปติดขัดไปชั่วครู่
“..หวงเยว่...”
หลี่หวงเยว่เป็นเจ้าของกิจการค้ามนุษย์อยู่ที่ไชน่าทาวน์ของอเมริกา จนสุดท้ายถูกจับยัดข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ร่างผอมสูงของนายหน้าธุรกิจเนื้อสดเป็นที่โจษจัณฑ์กันไปทั่ววงการมาเฟียด้วยชื่อเล่นว่าอสรพิษแดนมังกร แต่สุดท้ายความลำบากตรากตรำในคุกต่างเมืองทำให้เจ้าตัวยอมอ่อนข้อให้มนุษย์ที่ยื่นมือเข้ามาดึงตนจากห้องขังไร้ตะวัน ชื่อของคนใจกล้าคนนั้นก็คือสการ์เล็ต บอสแห่งอควิล่านั่นเอง
หนุ่มชาวจีนที่เหมือนงูเห่าพร้อมจะแว้งกัดเค้าท์เตสชุดสีเลือดนกได้เสมอ แต่เพราะมีใครบางคนเป็นก้างขวางคออยู่อย่างเสียมิได้ มือซ้ายที่ฉลาดเป็นกรดทั้งยังเป็นมันสมองของแฟมิลี่ หากขาดคนคนนี้ก็เรียกได้ว่าสการ์เล็ตไม่ต่างอะไรไปจากยายแก่บ้าศัลยกรรมธรรมดาคนนึง จากที่เคยเมียงมองหาทางกำจัดให้พ้นทางอยู่เนืองๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ความเกลียดชังนั่นสั่งสมจนเป็นความรู้สึกอื่น…
อยากได้มา เพื่อจะได้ฆ่าด้วยมือตัวเอง...
“ถ้าถามฉันนะ มันไม่ใช่ความรักแหงๆ”
มิเกลใช้ชีวิตจนมาถึงอายุยี่สิบกว่า เพื่อจะได้นอนตายตาหลับเมื่อน้องสาวที่รักยิ่งจากไปไกล เพราะตนไม่มีอะไรจะต้องผูกพันบนโลกใบนี้ แต่เหมือนฟ้าเล่นตลกที่ส่งห่วงที่เขานึกว่าขาดไปแล้วกลับมา... ทำให้กลายเป็นว่าทุกวันชายหนุ่มได้แต่ท่องคำว่าจะตายไม่ได้ในเวลาคับขัน
หลี่หวงไม่ใช่ชายหนุ่มที่รับมือยากอะไร แต่จิตใจเวลาสู้กันซึ่งหน้าไม่ต่างกับสัตว์เดรัจฉาน
รูปแบบที่รับมือยากเมื่อมันมาเป็นฝูง...
“มาทางนี้ไม่ดีกว่าเหรอ Red Wings?” สำเนียงแปร่งหูทำให้ร่างโปร่งนึกประณามอาจารย์ของอีกฝ่ายอยู่ทุกที มือที่จับด้ามประกับปืนสีเงินเล็งไปที่ศีรษะอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด ระยะห่างไม่ถึงเมตรทำให้นึกเฉลียวใจว่าคนตรงหน้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วที่สำคัญ...
นัยน์ตาคู่คมเหลือบมองชายเจ้าถิ่นที่ดูไม่รู้สึกรู้สา รถยนต์สีบลอนด์เงินข้างกายมีคนขับเพียงคนเดียว...
บอสแห่งฟอเรสต้าไปไหนมาไหนโดยไม่มีบอดี้การ์ด
ร่างโปร่งนึกอยู่ในใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประโยคใหม่
งี่เง่าเกินไป ไม่น่าโง่ขนาดนั้น...
ชายหนุ่มเผลอหลุดหัวเราะเบาๆออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“White Fangs ทำแต่เรื่องโง่ๆเหมือนเดิมเลยนะ” ริมฝีปากได้รูปแต้มรอยยิ้มหยัน ก่อนร่างโปร่งจะลั่นไกในบัดดล!
ปัง!!
เสียงกระสุนนัดที่สองของรอบบริเวณทำให้นักท่องเที่ยวไม่อาจวางเฉย พอดีกับที่เป้าหมายของกระสุนหลบได้หวุดหวิด มิเกลขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเวลาที่ไม่ได้เจอกันเจ้านั่นจะไปฝึกมาเพิ่ม...
ปกติน่าจะแสกกลางหน้าไปแล้วนี่นา?
ขณะเดียวกันก็ไม่กล้าคิดว่าหรือแท้จริงแล้วตนเป็นฝ่ายมือตก...
“มือตกเหรอ?”
คำพูดเอ่ยราวรู้ใจ สมกับเป็นคนที่มีงานอดิเรกเป็นการ ‘มอง’ เหยื่อของตนอยู่ตลอดเวลาก่อนจะลงมือ
“ก็แค่ เป้ามันต่ำไปหน่อยน่ะครับ” ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ
“นั่นสินะ”
แกร็ก!
!!!??
เสียงเตรียมลั่นไกดังอยู่ข้างหู เซฟตี้ล็อคถูกปลดไปตั้งแต่เมี่อไหร่ไม่ทราบ สิ่งที่นัยน์ตาสีเทาเห็นคือร่างสูงที่เป็นตัวช่วยในการละเล่นครั้งนี้ ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะพึ่งพาได้อย่างน้อยก็ในสถานการณ์คับขัน ทว่า...
มือหนาที่จ่อปากกระบอกปืนเล็งมาทางเขานี่มันหมายความว่าอะไรกัน!?
“นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!?”
มือเรียวถูกจับล็อคไพล่หลังโดยอัติโนมัติ ในเวลานี้มิเกลอยากยืมเสียงกรี๊ดของแองจี้มาใช้จริงๆ
ตัวช่วย!? หรือว่าโจ๊กเกอร์กันแน่!!??
“ตัดรากถอนโคนยังไงล่ะ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกระซิบ ก่อนจะดึงตัวร่างโปร่งให้แผ่นหลังแนบกับแผ่นอกตนจนคนไม่เคยถูกแตะเนื้อต้องตัวมากขนาดนี้มาก่อนอดร้อนๆหนาวๆไม่ได้
“แก...ไม่ใช่พวกเดียวกันเรอะ!?”
ไม่จำเป็นต้องตอบ...
กระบอกโลหะที่จ่ออยู่ที่ศีรษะร้องบอกเขาอย่างนั้น..
เจ็บใจนัก!
ชายหนุ่มกัดฟันอย่างแค้นเคือง ถ้าเขาหลุดไปได้เขาไม่ไว้หน้าแน่..เลโอเน่!
“อย่าใจร้อน...ฉันบอกว่าจะช่วยนายก็คือช่วยได้แน่”
เสียงทุ้มกระซิบข้างหู คนที่กำลังวางแผนแก้แค้นหยุดชะงักไปในทันที
จะเชื่อได้รึเปล่า?
“นกน้อย...สำคัญมากใช่มั้ยถึงได้ต้องมาจับด้วยตัวเองน่ะ หลี่หวงเยว่?” เลโอเน่เว้นระยะห่างระหว่างปลายกระบอกปืนกับขมับร่างโปร่งเล็กน้อย ราวกับเป็นคำขู่ เพียงแค่ฝ่ามือหนากระตุกเบาๆ คนมองอยู่ก็แทบใจหายใจคว่ำ
“อย่า!!” เสียงค้านทันที ครู่หนึ่งที่อดีตมือซ้ายของอควิล่ามองเห็นรอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปากร่างสูง ราวกับว่า....
นัยน์ตาสีแมกไม้จับจ้องมาที่ตนราวกับเศษขยะ...
ราวกับว่า...
ฆ่าเขาได้จริงๆ...
“ฉันไม่ยิงหรอกนะ ถ้านายปล่อยให้เราทั้งคู่ไปโดยไร้รอยแผล.. แต่ถ้าไม่..”
ริมฝีปากคมกดลงแนบต้นคอขาวช้าๆ
“ฉันก็แค่ปล่อยเขา...กลับสวรรค์”
เชื่อไม่ได้!!!
“ถ้าคุณยิงล่ะก็ คุณก็ตายไปพร้อมกับผมนี่แหละ”
ริมฝีปากบางเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาที่ทำหน้าที่แทนกุญแจมือล็อคเขาอยู่ลดแรงลงไปเล็กน้อยราวกับมีปฏิกิริยากับคำพูดนั้น แต่ทว่าเพียงชั่วครู่ และช่องว่างเพียงเล็กน้อยนั้นไม่มากพอสำหรับคนไม่สันทัดภาคสนามอย่างมิเกลเสียด้วย
“อย่ายิง!!หยุด!!” ท่าทีของอสรพิษร้ายเมื่อครู่ชะงักไปในทันที เหลือเพียงคราบของชายหนุ่มที่เป็นกังวลกับชีวิตของตัวประกันมากกว่าเจ้าตัวเองจริงๆเสียอีก
“ก็ได้...”
หวงเยว่หมดสภาพในทันที
ทั้งที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมและเป็นพ่อค้าเนื้อสด แต่ในเวลาคับขันจริงๆกลับเป็นหัวหน้าที่ไม่ได้เรื่องที่สุด...
“หึ”
เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนร่างโปร่งจะถูกลากขึ้นรถที่อีกฝ่ายขับมา
...Poker Face ชัดๆ....
ร่างโปร่งปรามาสไว้ในใจ
ทางที่คราคล่ำไปด้วยฝูงชนถูกแหวกออกราวทะเลแดง ขณะที่ทันทีที่ร่างสูงละมือจากปืนที่จ่อศีรษะชายหนุ่มอยู่ มิเกลก็รีบเคลื่อนตัวห่างไปติดประตูรถ ทว่าเมื่อตนจะเปิดประตูลง รถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกจากที่จอดในทันที
“ไม่พอใจอะไรงั้นเหรอ?” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“คุณหาวิธีช่วยที่สร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้รึไงครับ!?”
ตูม!!!!
เมื่อมิเกลหันกลับไป สถานที่ซึ่งควรจะแทนที่ด้วยกลุ่มชายในชุดสีดำมากมายกลับกลายเป็นควันไฟสีฉานที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง ไม่มีทีท่าว่าจะมอดลงไปง่ายๆ!?
“คุณทำอะไรน่ะ!?”
“เห็นก็รู้ไม่ใช่เหรอ?”
ว้อย!
ฉลามคลั่ง... ผมสงสารคุณจริงๆที่มีพี่ชายแบบนี้
หน่วยองครักษ์สินะ?
แต่เล่นระเบิดหาดของอันดาลูเชียแบบนี้...ถ้าไม่ว่าใจกล้า ก็มั่นใจในตัวเองเกินไปหน่อยแล้ว
“จะไม่ถามอะไรหน่อยเหรอ?”
ร่างสูงทำลายความเงียบด้วยคำถามชวนหัว มิเกลสะบัดศีรษะเบาๆ ไล่ความคิดไร้สาระ ก่อนจะเอ่ยปาก
“ตกลงคราวนี้คิดผมเท่าไหร่ล่ะ”
“หืม?”
“ดอกเบี้ย”
“นายนี่นะ...” ท่าทางดื้อแพ่งว่าจะจ่ายให้ได้ของร่างโปร่งเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้ไม่ยาก เลโอเน่ขยับตัวไปชิดอีกฝ่ายพลางโอบไหล่คนใกล้ตัวอย่างถือสิทธิ์ “อยากจ่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“’นายนี่นะ’ ของคุณมันหมายความว่ายังไง? ”
“ก็... ทั้งที่รู้ว่าฉันทำอะไร ยังขอให้ฉันช่วย ไม่คิดว่านั่นเป็นการตอบรับเหรอมิเกล?”
รสชาติของริมฝีปากร้อนเคลือบน้ำผึ้งอาบยาพิษยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก
แค่หวนนึกถึงก็หน้าชาขึ้นมาเสียดื้อๆ..
อุตส่าห์ไม่คิดได้แล้วแท้ๆ...
ร่างโปร่งเสหน้าไปอีกทาง ประโยคที่ว่าจะเอ่ยปากย้อนกลับไปถูกกลืนหายไปในลำคอ
ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นโดยสิ้นเชิง...
“แล้วนี่เราจะไปที่ไหน”
“บ้านฉัน”
TBC> เฮือก
หลังๆรู้สึกลวกบอกไม่ถูก ความจริงอยากให้หลี่หวงมีบทมากกว่านี้นะ (ฮา) แต่ก็มีทีหลัง(??)อยู่แล้ว เพราะงั้นแค่นี้เอาความอ่อน(?)ให้เห็นไปก่อน กร๊าก
(ตอนเลโอบอกว่าบ้านเฮียแก อยู่ๆอีกคำนึงก็โผล่ขึ้นมา.. = เสร็จแน่มิกกี้!)
* White Fangs, Red Wings ชื่อเล่นในอควิล่า เดี๋ยวมีความสำคัญจะอธิบายในเรื่องทีหลัง
edit @ 19 Jul 2009 23:22:36 by SARAIL::llWynfrieda@BT

ลูกขาผิดไปแล้ว TvT
อ่านแล้วเพ้อจัง เพ้ออออออออ
มิกกี้!! มิกกี้!!! มิกกี้!!!!!!!!!(อ่านไปอ่านมาเหมือนจะลืมชื่อเต็มไปซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ)
เลโอเท่จัง =/////= ฮึ่ย ฮึ่ย ฮึ่ยยยย
"เสร็จแน่มิกกี้!"
คำนี้ทำให้นึกถึงรูปที่วาดไว้กับแม่ลู
มันให้ฟีลคล้ายๆกันนะ !!(ใช่มั้ยคะ!!!)
ตอนนี้อ่านแล้วขำเป็นพิเศษ
ประทับใจในความไม่เลือกเวลาและสถานกาณณ์ของแองจี้เอามากๆ อ่านแล้วทึ่งไปพักนึงเลยทีเดียว (อยากจะทราบว่าแองจี้มือหนักมากไหมคะ? คือเอาส้นเข็มตบสลบได้ลูกว่า สกิลฟูลมากๆ)
โอยง่วง ชีวะยังไม่เสร็จ
ช่างมัน ลูกขาะจไปลอกเพื่อน(ฮา)
#1 By ⓡⓘⓧⒶⓛ ┈━═☆ ⓃⓄⓘⓓⓔⓐ:)) on 2009-06-15 01:09