[Special]::Black Bird::VII

posted on 19 Jul 2009 23:22 by sarail  in Fiction

 

Black bird

 

 

 

 

            Black Bird: VII

 

 

 

 

 

 

 

 

                ร่างสูงฮัมเพลงเบาๆขณะมือหนาเลือกของจากตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ชายหนุ่มผู้อายุไม่สอดคล้องกับใบหน้าวางวัตถุดิบลงในตะกร้า เช็ครายการอีกครั้งแล้วเดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ เจ้าของเรือนผมสีเงินในชุดลำลองดูเป็นจุดสนใจแม้ในที่ผู้คนคับคั่ง มือที่ถือตะกร้าอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานสาว

 

อุปกรณ์สื่อสารสั่นไหวอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เขาเลิกคิ้วก่อนจะรับมาตอบอย่างอารมณ์ดี แม้เนื้อความที่เอ่ยปากจะไม่เข้ากันเลยก็ตาม

                “มิเกล หนีออกจากบ้านเหรอ”

 

                ต้นสายชะงักไปชั่วครู่ พักหนึ่งจึงได้ยินเสียงตอบจากอีกฝ่าย

                / “..ผมอาจจะ...ไม่ได้กลับอีกหลายวันน่ะครับ..”/

 

                คำตอบกะท่อนกะแท่นทำให้คนฟังชะงัก ริมฝีปากที่ฉายรอยยิ้มอารมณ์ดีอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเส้นตรงบางเฉียบ

                “แล้วจะกลับเมื่อไหร่?”

 

                / “...”/

 

Trrrr….

 

ปลายสายถูกตัดไป เหลือเพียงเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ครางหึ่งอยู่ข้างศีรษะ

 

นัยน์ตาคู่คมฉายแวววาวโรจน์ ก่อนปลายนิ้วจะควบคุมสัญญาณโทรศัพท์ให้ตรวจหาคลื่นสัญญาณเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว

Andalucia, Spain

 

“ช่วยเซ็นตรงนี้ด้วยนะคะ” หญิงสาวในชุดเครื่องแบบยื่นปากกาให้ ร่างสูงละสายตาจากหน้าจอเครื่องมือสื่อสารชั่วครู่ ก่อนมือซ้ายจะตวัดปากกามองต์บลังค์ลงรายนามด้วยความเฉยชา

 

รายละเอียดสุดท้ายของปลายสายค่อยๆปรากฏบนหน้าจอสีฟ้าอย่างเชื่องช้า

 

 ‘Unavailable Area’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลโอเน่ ฟอเรสต้า ผู้ชายที่ฆ่าได้กระทั่งน้องชายสายเลือดเดียวกัน ยังไม่รวมถึงปริศนาอุบัติเหตุการตายของบอสรุ่นก่อนที่จับมือใครดมไม่ได้ พญาราชสีห์ที่กล้าต่อกรกับแซนซัส หัวหน้าของกลุ่มนักฆ่าที่เลื่องชื่อที่สุดในอิตาลี ลูกชายบุญธรรมของวองโกเล่รุ่นที่เก้า...

 

ความประทับใจเมื่อแรกพบคือเก้าสิบเก้าจุดเก้าแปด สำหรับคนที่เก็บมนุษย์ใกล้ตายข้างถนนมานอนบนเตียงตัวเองได้ ถึงจะเรียกว่ามีเมตตาธรรมแต่ดูจากประวัติแล้วจะให้ทำใจเชื่อว่าอีกฝ่ายมีจิตกรุณาคงเป็นไปได้ยาก แถมด้วยคะแนนติดลบคือจากเหตุการณ์ที่ว่าไปแล้ว ดูเหมือนว่าบอสแห่งฟอเรสต้าจะไว้ใจคนอื่นมากไปสักหน่อย แต่นั่นก็เป็นข้อขัดแย้งกับสิ่งที่เขารู้เช่นกัน

 

แต่...

 

ผู้ชายคนนั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ทำลายข้อมูลที่เขาเฝ้าติดตามวาเรีย(โดยเฉพาะฉลามคลั่ง)มาแรมปี เป็นมนุษย์คนเดียวกับที่จ่อปลายกระบอกปืนนั้นมาที่เขาเพียงเพื่อจะให้รอดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน (เป็นการช่วยที่ไม่น่าประทับใจเลยจริงๆ)

 

แล้วยังเป็นคนที่...

 

 

            “แบบนั้นน่ะ ไม่เรียกว่าจูบหรอกนะ”

 

น่าหมั่นไส้เป็นบ้า...

....

 

“คุณทำอะไรน่ะ!?” ร่างโปร่งคว้าแขนคนที่ถือวิสาสะฉวยมือถือเขาไปเฉย สายตาที่ค้อนมาทำให้คนมองนึกสนุกไม่น้อย

“ถึงเขตนี้ก็ไม่มีสัญญาณแล้ว ถ้านายอยากโทรก็ใช้โทรศัพท์บ้านดีกว่านะ”

 

คำพูดสวยหรูจากปากอีกฝ่ายชวนให้มิเกลอยากชกหน้านิ่งๆนั้นสักที

 

โกหกเห็นๆ! แล้วที่คุณส่งแมสเสจไปหาน้องชายทุกชั่วโมงนั่นล่ะ!?

 

สภาพการณ์บีบคั้นให้คนชอบเถียงหยุดคำพูดไว้ในลำคอ ด้วยรู้ว่าไม้ไหนก็ใช้สู้คนตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด

 

แต่จะให้ยอมแพ้ง่ายๆ...

มันก็ไม่ใช่...

 

“งานอดิเรกของคุณเหรอครับ? มัดมือชกพาแขกมาบ้านแบบนี้”

 

“ที่ลองดูก็มีนายคนแรก ต้องถือว่าประสบความสำเร็จ”

               

รอยยิ้มฉาบฉวยบนใบหน้าร่างโปร่งค้างอยู่อย่างนั้น กับค่าตัวเลขใหม่ในใจที่ขึ้นมาแทนที่

 

...ลบห้าสิบคะแนน

 

               

               

 

                รถคันนั้นผ่านรั้วนับสิบชั้นเหมือนแกะกล่องของขวัญจากกล่องใบใหญ่ไปเจอแหวนเพชรวงเล็ก ทว่าอัญมณีที่อยู่ด้านในที่นี้ไม่ได้เล็กตามขนาดของกล่องไปด้วย คฤหาสน์หลังใหญ่ราวปราสาทปรากฏแก่สายตา ชวนให้นึกถึงบ้านหลังเก่าที่ถูกเปลวไฟเผาไหม้ไปแต่กาลก่อน

 

            ...คุณนี่รวมเรื่องทุกอย่างที่ผมเกลียดไว้เลยรึไงกัน?

               

                เลโอเน่ก้าวขาลงจากรถ เฉยชากับลูกน้องที่รี่มาเปิดประตูให้ มิเกลพึ่งสังเกตว่ารองเท้าคู่นั้นวางลงบนพรมแดงที่ทอดยาวไปสู่ประตูบานใหญ่พอๆกับรั้วทางเข้า สองข้างล้อมกรอบด้วยชายฉกรรจ์ในชุดสีขาวเช่นเดียวกัน

               

            ลายตาไปหมด

 

                มิเกลไม่รู้จะก้าวลงทางไหนได้แต่นั่งจับจดอยู่กับที่ จนรู้สึกตัวว่าประตูด้านข้างถูกเปิดออกด้วยมือคนที่พึ่งนั่งข้างๆอยู่เมื่อครู่

                “ลงมาสิ”

                คำนั้นคล้ายคำสั่งมากกว่าคำเชิญ ร่างโปร่งได้แต่แค่นหัวเราะ ก่อนจะรับมือที่ยื่นมาอย่างช่วยไม่ได้

               

               

                มือหนาโอบไหล่บางอย่างถือสิทธิ์ คนถูกลวนลามทางอ้อมสะดุ้งเฮือก ร่างโปร่งถลึงตามองอีกฝ่ายราวจะขอคำตอบ ทว่าชายหนุ่มตรงหน้าเพียงเดินนำตนผ่านพรมแดงไปอย่างเรียบเฉย

               

            บางทีถูกเจ้าตี๋จับไปอาจจะอันตรายน้อยกว่ามาหลบภัยในรังสิงโตก็ได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                อีกด้านหนึ่งของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ร่างสูงกำลังจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ชายหนุ่มถอนหายใจพลางปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้า ขณะเดียวกับที่รู้สึกถึงผ้าเช็ดหน้าผืนบางอยู่ข้างๆ

 

                “ขอบใจนะ”

 

                “จะไปตามเขา?” เสียงหวานล่องลอยอยู่ข้างหู แทนที่ตำแหน่งซึ่งยื่นผ้าผืนนั้นมาเมื่อครู่ ผู้รับใช้พระเจ้าในอาภรณ์สีขาวรับทั้งรอยยิ้ม ยิ้มให้กับมโนภาพที่มีตนเพียงคนเดียวที่เห็น

 

                สาวน้อยในชุดขาวช้อนสายตามองเขาอย่างสงสัย ร่างโปร่งบางราวจะโปร่งแสงได้ในชั่วขณะนั้น

 

                “ไม่คิดถึงเหรอ?”

 

                “ถ้าคุณพ่ออยากให้คิด...ก็จะคิดนะคะ”

 

                “อย่าใจร้ายกับเขานักสิ มิเกลยิ่งน่าสงสารอยู่” คำพูดของเจ้าตัวดูไม่เข้ากับสีหน้าที่แย้มยิ้มเลยสักนิด ดูราวกับว่าบิดาผู้นี้เองก็เป็นหนึ่งในผู้ไม่ใส่ใจบุตรกระนั้น

 

                “คุณพ่อต่างหากที่แกล้งพี่ชาย”

 

                “ว่าพ่อได้ยังไงกัน”   ท้ายเสียงราวจะตำหนิ ทว่าชายหนุ่มเอ่ยทั้งกลั้วหัวเราะ ร่างบางที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศยกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตนเบาๆ พลางเอ่ยราวไม่แน่ใจ

 

                “พี่คงไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่ฉันก็ไม่อยากให้คนอื่นมาแกล้งเขาหรอกนะ”

 

                “เพราะงั้น เราต้องไปรับมิเกลกันนะ”

 

                “...ก็ได้ค่ะ”

               

 

 

 

 

 

                พายุลูกใหญ่กำลังจะมุ่งหน้ามาจากอิตาลี

 

                แต่สถานการณ์ที่สเปนตอนนี้...

 

            เมฆฝนตั้งเค้าเสียแล้ว...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ห้องของนาย”

ร่างโปร่งหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่ทำจากไม้สลักรูปราชสีห์ เหมือนสิงโตหัวทองที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา

 

เป็นการพาชมบ้านที่น่าประทับใจจริงๆ ถ้ามันไม่ได้เป็นความหมายโดยนัยอย่างที่เขารู้สึกได้ก็เถอะ

 

ที่ของนายอยู่ตรงนี้ ห้ามออกนอกเขตที่ฉันกำหนด อย่าทำเรื่องไร้สาระและยุ่มย่ามไปที่อื่น

 

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะวางท่าทียังไง ดูเหมือนมิเกลจะคิดคำแปลในรูปแบบอื่นไม่ออกเอาเสียเลย

 

 

 

 

 

“พาผมเดินมาทั่วแบบนี้ ไม่ยักมีห้องคุณเลยนะครับ?”

 

 

 

 

เลโอเน่เลิกคิ้ว ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยต่อ

 

 

 

 

“ก็ห้องเดียวกับนายไง”

 

 

 

 

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

เสียงกรีดร้องลั่นในใจ เทวทูตจอมวางมาดอยากแหกปากลั่นซักที แม้ใบหน้าคมคายจะฉายรอยยิ้มหวาน แต่ร่างโปร่งกลับมองเห็นเป็นรอยคมเคียวมัจจุราช...

 

 

“ไม่มีทาง...คุณล้อเล่น...”

 

 

“เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ห้องรับรองแขกไม่ว่างเพราะตอนที่ฉันชวนสควอลโล่มา...แซนซัสทำพังไปครึ่งแถบ”

 

 

คนฟังเหมือนจะอ้าปากค้าง

 

                เหตุผลดูเข้าที แค่เรื่องที่ว่าคนตรงหน้ากล้าพาฉลามคลั่งหนีจนคุณผู้ชายบ้านนั้นต้องมาตามตัวกลับก็เป็นอะไรที่น่าตกใจอยู่แล้ว แต่ปฏิบัติการทวงท้ายครัวของแซนซัสคืนนี่มันช่าง....

 

 

“ช่างเถอะ...” มิเกลตัดบท พยายามไม่คิดนินทาใครบางคนที่อยู่ข้ามประเทศ ร่างโปร่งลบความคิดไร้สาระด้วยการผลักบานประตูเปิดอย่างหมดข้อโต้แย้ง แม้ในใจจะกังขาอยู่เต็มประดา

 

ก่อนหน้านี้คุณชายสเตลลาโน่ได้ไปเหยียบธรณีประตูห้องทำงานของบอสแห่งฟอเรสต้าเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะถูกอีกฝ่ายเดินนำไปอย่างไม่ใส่ใจราวกับว่าไม่ใช่ที่สำคัญ ชั่ววูบหนึ่งที่มองเห็นแสงสว่างจากหน้าต่างบานใหญ่หลังโต๊ะทำงานนั่นถึงได้เห็นว่าห้องนั้นไม่ใช่สีขาวอย่างที่อีกฝ่ายชอบ

 

น่าเสียดายที่มันไม่ใช่ กับห้องนอนของเลโอเน่

 

 

สีขาวพร่างพรายในดวงตาจนแม้แต่ความจริงที่ว่าใกล้เวลาพระอาทิตย์จะตกดินจึงถูกพับเก็บไป มิเกลถอนหายใจยาวก่อนจะก้าวขาเข้าไปอย่างเสียมิได้

เจ้าของเรือนผมสีดำกับชุดสีเดียวกันรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นจุดด่างพร้อยในสีขาวละลานตาอย่างเห็นได้ชัด

 

“ฉันตื่นเช้าหน่อยนะ ถ้านายลุกไม่ไหวก็ใช้สายในโทรไปที่ห้องทำงานก็ได้”

 

ปัญหาไม่ใช่เรื่องนั้นซักหน่อยนะครับ”

 

                ร่างโปร่งเน้นคำแรกเป็นพิเศษ พยายามไม่สนใจกับคำที่อีกฝ่ายเน้นเช่นเดียวกัน

               

            “ถ้านายว่าอย่างนั้น...”

                ประตูบานใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงลงกลอนโดยอัตโนมัติ มิเกลรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในประตูนั่นกำลังเริ่มทำงานอย่างดี

 

                เลโอเน่ถอดเสื้อสูทสีขาวที่ใส่มาทั้งวันออก ก่อนมือหนาจะปลดปมเนคไทต์ บรรยากาศรอบตัวอีกฝ่ายดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยทั้งที่สายตามองต่ำลงมา ยังคนที่ยืนหยุดอยู่ข้างเตียงซึ่งตอนนี้หยุดหายใจไปแล้ว

 

                “ก็ไม่มีปัญหา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC>>  ปัญหาใหญ่เลยล่ะมิกกี้เอ๋ย เอิ้ก

 

อนึ่ง ตอนนี้มีอีกครึ่ง แต่เอามายั่วก่อน กร๊ากกกก // เพราะงั้นVIIIน่าจะมาเร็วๆนี้ล่ะ

 

 

SARAIL

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ปัญหากำลังจะมาเยือน...^v^b

คุณป๋ากะคุณผีน้องสาวแอ๊บเลวมาก 555+

หนูจะรอดพ้นปากสิงโตมั้ย ไม่สิถึงจะรอดพ้นปากแต่คงยากที่จะรอดพ้นมือในคืนนี้ open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

คำแนะนำสำหรับมิกกี้ : ไปหาเข็มขัดพหรมจรรย์มาซะนะ open-mounthed smile

#1 By Mukkuk on 2009-07-19 23:42

แอบมาอ่าน cry

#2 By Zeren on 2009-07-20 05:02

=[]-l

อะ...อ้อยเข้าปากช้าง หนูเข้าปากสิงโต!!!!!!!!!!

มิกกี้ไว้ฉันจะสวดอวยพรไปให้นะ

ปล.........ค้างติ่งเลยค่ะ!!!!!!!!!

#3 By †Saji卐 on 2009-07-20 05:16

อ๊ากกกก!!!!!~~~~


พลาดไปแล้วสินะ มาอ่านเอาตอนนี้เลย


หึหึ มิกี้ไม่รอดๆ /โดนโบก

#4 By KuLt_LuCiFeR on 2009-07-20 22:20

แฮก...เพิ่งตามอ่านฟิคนี้ได้แค่ 2 บท

แต่ก็ขอมาแปะชื่อไว้ก่อนนะค๊า cry

#5 By เพลงดวงดาว on 2009-07-20 23:49