[SF] V O I C E

posted on 25 Jul 2009 22:54 by sarail  in Fiction

title: V O I C E
type: short fic
genre: pg-13
fandom: KHR
pairing: XS

 

 

 

 

 

Voice:

 


 

 

ฉันไม่ได้ยินเสียงของนายแล้ว...


 


ร่างโปร่งนั่งกับพื้น ใบหน้าแนบท่อนแขนที่วางบนขาซึ่งชันเข่าขึ้นมา นัยน์ตาสีเงินมองอนุสรณ์สถานของความพ่ายแพ้ของเขาท่ามกลางซากปรักหักพัง ราวกับว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในเศษชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายของสถานที่แห่งนั้น

เขาเหมือนเปลวไฟสีแดงฉานที่ลุกไหม้ด้วยแรงแค้นเป็นเชื้อเพลิง อะไรที่จะทำให้ชีวิตหนึ่งน่าหลงใหลได้ขนาดนั้น?

 

 

“มันทรยศฉัน” คำพูดซ้ำๆของคนที่ตอนนี้คงพูดอะไรไม่ได้ สควอโล่หยุดหายใจไปชั่วขณะ เมื่อนัยน์ตาของเขาหลอกตัวเองว่าเห็นร่างที่ถูกแช่แข็งนั้นเคลื่อนไหวไปกับความคิดของเขา

 

 

 

เสียงของนาย เป็นยังไงกัน?

 

 

มันเต็มไปด้วยความโกรธ ห้าวหาญและคุ้มคลั่ง

 

                แต่มันเป็นแบบไหน?

 

ความคิดที่น่ากลัวแทรกเข้ามา

 

 

กี่วันแล้ว

กี่เดือนแล้ว

กี่ปีแล้ว?

 

 

 

“กลับมาซักทีเถอะ” ริมฝีปากเอ่ยเสียงแผ่ว

 

 

 

                ก่อนที่ฉัน...จะลืมกระทั่งเสียงของนาย...

 

 


 

 

                เป็นเวลาเพียงชั่วพริบตา เหมือนแค่หลับตาแล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้า

 

                ความเจ็บปวดรุมเร้าจากสีข้าง บาดแผลสีฉานมีรอยช้ำ แต่เหมือนว่าหยดเลือดหยุดไหลไปนานแล้ว

 

                ทั้งที่มันพึ่งเกิดขึ้น?

 

            “...คุณกลับมาแล้วจริงๆ” เสียงนั้นเป็นเสียงที่คุ้นเคย เหมือนกับว่าพึ่งได้ยินเมื่อวันวาน แต่มันแหบแห้งลงกว่าเดิมราวกับตื่นตระหนก

 

                ออตตาวิโอยืนอยู่ตรงนั้น สวะอีกตัวหนึ่งที่ใช้งานได้แค่เรื่องวางแผน แซนซัสพึ่งสังเกตว่าเขานอนอยู่บนเตียง...ห้องของเขา

 

                “เกิดอะไรขึ้น”

 

                เสียงห้วนทั้งยังแหบห้าว ราวกับว่าเขาไม่ได้เปล่งเสียงออกมาเป็นเวลานานมาก นัยน์ตาสีโลหิตพึ่งสังเกตว่ามือของตนมีบาดแผลสลักลึกลงไปเป็นแนวยาว ไม่ใช่แค่มือ แต่รวมไปทั้งแขนขา แทบทุกส่วนผิวหนังที่โผล่พ้นขอบเสื้อผ้า

 

                ร่างสูงของคนสนิทหยุดอยู่ปลายเตียง มีสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยปากอธิบาย

 

                เสียงนั้นสั่นระริกและหวั่นไหวราวกับพูดเรื่องต้องห้าม

 

                ขณะที่ตัวเขาเอง กลับไม่รู้สึกถึงความจงรักภักดีอย่างที่เคยคิดว่าตัวเองได้ยิน

 

อย่างที่สัมผัสได้จากเสียงของใครอีกคน

 

 

 

                “ไอ้สวะนั่นอยู่ที่ไหน”

 

 

 

 


                สควอลโล่รู้สึกเหมือนคำพูดทั้งหมดหายไป เมื่อได้สบกับนัยน์ตาคู่นั้นอีกครั้ง

 

            สัญญาณของการมีชีวิต

 

                แซนซัสไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจอะไร หรือบางทีเขาอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำว่าเรือนผมสีเงินนั้นยาวสยายถึงแผ่นหลัง ลูกน้องคนสนิทอีกหนึ่งที่เป็นดั่งแขนขา ไม่ใช่แค่ผู้ใต้บังคับบัญชา

                “มานี่” เสียงเอ่ยห้วนสั้นเป็นคำสั่ง ร่างโปร่งคล้อยตามอย่างง่ายดายราวกับไม่รับรู้ว่ามีอีกคนหนึ่งอยู่ในห้อง ออตตาวิโอยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูและไม่มีทีท่าว่าจะไปที่ไหน แซนซัสเพียงแค่ปรายสายตาไปด้วยความเฉยชา ครู่เดียวเท่านั้นที่อีกฝ่ายเดินออกไปพร้อมกับปิดประตู แต่เสียงฝีเท้ายังหยุดอยู่ไม่ไกล ราวกับคอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาของทั้งคู่

 

                ในห้องเหลือเพียงความเงียบ เตียงสี่เสาและม่านปักสีสด ห้องสีเข้มที่ปิดหน้าต่างอึมครึม กับผ้าห่มยับยู่ยี่ที่ถูกกระชากลงไปกองกับพื้น

                “ก้มลง” สควอลโล่ที่หยุดอยู่ข้างเตียงก้มศีรษะลงเล็กน้อย เส้นไหมนุ่มสลวยนั้นทิ้งตัวลงมาระใบหน้าคมสันของชายหนุ่มผมดำที่นั่งอยู่บนเตียง มือหยาบฉวยเรือนผมสีเงินนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

                “ผมของแก...”

                “อา..ใช่ มันยาวขึ้น”

                “แกรักษาสัญญาบ้าๆนั่นด้วย?” ท้ายเสียงสูงเหมือนเป็นคำถามทั้งเหยียดหยัน สควอลโล่หน้าขึ้นสีในทันที

                “เออ ฉันมันงี่เง่า ส่วนนายก็บ้าอำนาจ พอใจรึยังล่ะ”

 

                “น่าสมเพช”

                รอยยิ้มที่หาดูได้ยากประดับที่ริมฝีปากร่างสูง คนมองที่ดูเหมือนกำลังจะผละตัวจากไปเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดอยู่กับที่ให้อีกฝ่ายหมุนพันปอยผมนั้นกับปลายนิ้วตนเอง

 

                สวะอย่างแกยังรักษาคำพูด แต่ฉันกลับรักษาสัญญาไม่ได้

 

                                                บัลลังก์วองโกเล่...

 

            แซนซัสไม่ได้พูดอะไร แต่ฉลามคลั่งกลับหยุดตัวเองไว้ราวกับใจจดใจจ่อ

 

         

 

 

 

 

 

                “สั่งมาสิ ต้องการให้ฉันทำอะไร”

                เสียงทุ้มเอ่ยทั้งความเชื่อถือและไว้วางใจ เหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่ยอมสละชีวิตทุกครั้งตามคำสั่งของอีกฝ่าย

 

                “เพื่อเป้าหมายของนาย...”

 

                พูดอีกสิ... ฉันอยากได้ยิน...

 

                อะไรก็ได้ที่เป็นน้ำเสียงของนาย คำสั่งของนาย คำพูดของนาย..

 

 

            ให้ฉันได้จดจำมันอีกครั้ง...

 

 

                เสียงของนาย... แซนซัส

 

 

 

 

FIN:::

 

- เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก Blade of Perfection Chapter 11: As Time Goes By  ของไดองซัง (ปจบ.มี12ตอน เป็นเรื่องที่จขบ.แนะนำให้แฟนXSอ่านมาก♥ )

- มะรืนนี้สอบ อ่านไปได้วิชาเดียว..งานบ้าน เหอ เหอ เหอ..

 

edit @ 25 Jul 2009 23:54:35 by SARAIL::llWynfrieda@BT

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอาอีก ขอยาวๆด้วยนะ ฮาๆๆๆ

(มาเม้นท์อย่างเกรียน)




อยากอ่านเรื่องนั้น..

#1 By dearchan on 2009-07-26 00:48

อ๊ากกกกกกกกกก บอสสสสสสสสสสสสสสสส

บอสสสสสสXหลามมมมมมม

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

น้ำลายหก แผล่บๆ

#2 By Zeren on 2009-07-26 01:45

อ่านตอนแรกมาก็แอบกรี๊ดกร๊าดมาก นานๆทีจะเห็นฟิกที่เอ่ยถึงสมัยหลังเหตุกรงนกใหม่ๆ อ๊ายยย >///<


สวะอย่างแกยังรักษาคำพูด แต่ฉันกลับรักษาสัญญาไม่ได้



บัลลังก์วองโกเล่... << ฆ่าให้ตายยังง่ายกว่าเลยบอส!!!!!!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด อ่านถึงตรงนี้แล้วกรี๊ดมากๆค่ะ เหมือนนานๆทีจะเห็นมุมมองของป๋าแซน T////T น่ารักอย่างมาดเข้ม!

สายใยXSมันสุดยอดจริงๆด้วยนั่นแหละ โฮกกก

เขินค่ะ ถ้าฟิกอิไดองเป็นส่วนให้

#3 By Daiong [ไดอง] on 2009-07-26 10:59

เมนต์ขึ้นไม่ครบ = =; เน็ตเดี้ยงค่ะ OTL

ที่จะพูดคือถ้าฟิกอิไดองเป็นส่วนให้ท่านซาผลิตฟิกXSโดนใจถึงเพียงนี้ก็ดีใจเหลือจะกล่าวแล้วค่า TwTb

#4 By Daiong [ไดอง] on 2009-07-26 11:20


เกรียนตามเมียยยย

เอาอีกกกกกก ขอยาวๆๆ ด้วยนะ อร้างงง~



ชอบฟิลนี้อย่างแรงจ๊ะน้องซา เพราะงั้น เอาอีกกกกกกกกกกก

#5 By เฟียร์ . Fiar on 2009-07-26 11:59

/วิ่งมากรี้ด

อยากอ่านต่ออ ค้างงงงติ่งง

/วิ่งกลับไปทำงานต่อ

#6 By †Saji卐 on 2009-07-26 15:08