[AU]Oasis: Chapter I

posted on 11 Aug 2009 21:12 by sarail  in Fiction

Title: Oasis

Fandom: KHR

Pairing: SXS

Rate: PG-13

Warning: Paralell World

Note: อยากลองแต่งมานานล่ะ...ถึงจะไม่มีใครโหวตก็เถอะ คนเขียนอยากลงอ๊ะ -3-

--------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

Oasis

 

 

 

Chapter I

 

 

 

 

มันเปลี่ยนมหาสมุทรเป็นทะเลน้ำมัน

พลิกผืนพนาให้แห้งแล้งดั่งผืนทราย

ร่ายเปลวไฟให้สูงเหนือท้องนภา

ปล่อยให้ฝุ่นควันสีดำปกคลุมทั่วแผ่นดิน

 

 

 

            พลั่ก!!

 

 

            โครม!!!!!

 

 

 

 

 

          เด็กหนุ่มถูกผลักให้ชนกับโต๊ะ ก่อนจะร่วงล้มพับลงกองกับพื้นเหมือนตุ๊กตาที่ไม่ได้ไขลาน

 

 

 

            ทั่วทั้งกายบอบช้ำ แต่กลับมีนัยน์ตาสีโลหิตคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น

 

            “แซนซัส!” เสียงกรีดก้องร้องเรียกชื่อของผู้เป็นมารดาทำให้เจ้าของเรือนผมสีดำนึกแค้นใจตนเองนัก เจ็บใจเสียยิ่งกว่าแผลทางกาย ตนเองที่ไร้พลังจนมิอาจปกป้องมารดาของตนได้...

 

            มัจจุราชเจ้าของร่างเงาสีดำที่เขาเห็นหน้าได้ไม่ชัดเจนในทุกครั้ง เพราะชายผู้นั้นมักยืนหันหลังให้กับแสงสะท้อนที่ส่องมาจนพร่าตา ภาพย้อนแสงที่จดจำได้คือบุรุษร่างใหญ่ที่มีความมืดโรยรอบตัวทุกครั้งที่ย่างก้าว

 

            ผู้ชายคนนั้น..

 

            “ไม่อยากมีลูกเป็นตัวเกะกะไม่ใช่รึไง!?” ชายฉกรรจ์หันไปกรรโชกใส่สตรีในชุดผ้าคลุมสีมอซอ ใบหน้าอ่อนวัยของผู้เป็นมารดาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ถึงกระนั้นก็ยังแฝงความเป็นห่วง

 

            “ไม่มีใครรู้อยู่แล้วต่อให้มันตาย...”

 

 


          เจ้าของชื่อแซนซัสตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายอยู่ในใจ ด้วยตระหนักดีว่าเด็กในสลัมสักคนสองคนจะหายหน้าไป ก็ไม่มีตำรวจหรือพลเมืองดีคนไหนมาสงสัยหรอก...

 

 

          โลกที่อยู่นี่มันโสมมเต็มที อาจจะดีกว่าก็ได้ถ้าเขาตายๆไป...

 

 

 

            แต่...

 

 

 

 

 

            ทำไมถึงต้องยอมตายด้วยล่ะ?

 

 

 

 

 

            เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นมา เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นเสียงของภูติพรายหรือจิตใจด้านมืดของตนเอง ทว่าเด็กชายก็หาได้ละเลยกับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนไม่

 

 

            มันเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขา..หรือใครสักคนที่มีเรื่องกับเขา...กำลังจะตาย

 

 

            แต่ในสภาพแบบนี้..ดูเหมือนจะเป็นเขา...ที่กำลังจะตายเสียมากกว่า...

 

 

 

            แกน่ะ...มีอำนาจมากกว่านั้น...

                        ใช้มันสิ...พลังของแก...

 

            มือที่กำแน่นร้อนผ่าว ราวกับว่าหยาดโลหิตในกายไหลวนเป็นน้ำเดือดไปที่ศูนย์รวมของฝ่ามือนั้น

 

“แก...ทำอะไร!!??

 

ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่เสียงนั้นกำลัง... หวาดกลัว

 

 

ความมั่นใจฉายวาบในชั่ววูบทขณะที่แสงสว่างค่อยๆแทรกตัวออกมาจากซอกนิ้ว สว่างจ้าทั้งยังร้อนผ่าวเหมือนเปลวไฟ

 

 

แซนซัสรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นฉุดตัวเขาให้ลุกจากจุดที่ล้มพับอยู่เมื่อครู่

 

 

 

“อย่าเข้ามาใกล้นะเว้ย!!!

 

 

ปัง!!!

 

กระบอกปืนลั่นไก กับในชั่วเสี้ยววินาทีที่เด็กชายรู้สึกว่าภาพรอบกายช้าลง

 

 

สัญชาติญาณของตนสั่งให้เอาชีวิตรอด!!

 

 

 

 

            ตูม!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

          เป็นครั้งแรกที่คนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายของวองโกเล่ แฟมิลี่ รุ่นที่ 9 ได้มาเหยียบย่างพื้นอิฐสีเทาของย่านเสื่อมโทรมในซอกหลืบของมหานครที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของโลก

 

 

            ความมืดมักแฝงเร้นอยู่ในที่ที่มีแสงสว่าง

 

 

            เอส. สควอโล่ ที่พึ่งรับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าของวาเรียมาหมาดๆ สวมสูทสีดำตัดกับเรือนผมสีเงินสว่าง ทั้งใบหน้า ท่าทาง กริยาที่ล้วนแล้วแต่ดูประณีตบรรจง ยากนักที่จะบอกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นถึงผู้นำรุ่นต่อไปของมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอิตาลี

 

            ร่างโปร่งยืนอยู่บนทางถนนเงียบเชียบ พร้อมด้วยผู้ติดตามสองคน ที่ฉลาดพอจะไม่พูดจาก่อนที่เจ้านายตนจะเอ่ยปาก

 

            “ที่นี่งั้นเหรอ?”

 

            “ครับ”

 

            “ดี” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมฉาบฉายบนเค้าโครงใบหน้าได้รูป สควอโล่ปลดเนคไทต์สีดำที่แสนเกะกะโยนทิ้งไป พลางกระชากกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในที่น่ารำคาญ

 

            ยามนี้...สมญา “ฉลามคลั่ง” อันเป็นที่เลื่องลือ จะฝังเขี้ยวลงบนร่างไร้วิญญาณของคนทรยศ!

 

 

 

 

 

 

 

            ทว่า...

 

 

            ตูม!!!!!!!

 

 

 

 

          แรงระเบิดรุนแรงจากอีกไม่กี่ช่วงตึกทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างชะงัก จากตึกร้างที่เหมือนไม่มีคนเมื่อครู่กลับกลายเป็นว่ามีร่างปอนๆของคนไร้ญาติหรือพวกคนที่อาศัยในสลัมแถวนี้ร่วมด้วยช่วยกันวิ่งหนีตาย หอบข้าวของเอาตัวรอดอย่างน่าสมเพช แต่ฝูงคนที่คลาคล่ำในชั่วเสี้ยววินาทีจึงทำให้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นคนแปลกหน้าสามคนที่ไม่มีสิ่งใดบนร่างกายเข้ากับสถานที่นี้เลยสักนิด

 

          ร่างโปร่งเลิกคิ้ว ก่อนจะสังเกตได้ว่าต้นตอของแสงสว่างวาบพร้อมเสียงกลิ่นรสนั้นมาจากที่หมายของตน!?

 

           

 

 

 

 

 

            เป็นครั้งแรก...ที่แซนซัสได้ยืนอยู่สูงกว่าผู้ชายคนนี้

            ร่างสูงใหญ่นั้นนอนดิ้นพรวดอยู่กับพื้น กว่าครึ่งของร่างกายถูกมลายหายไปในเปลวเพลิงสว่างจ้า นัยน์ตาสีโลหิตของแซนซัสเริ่มพิจารณาเค้าโครงของมัจจุราชที่มาพร้อมกับเคียวปลิดวิญญาณซึ่งเขาเคยหวาดผวานักหนา ก็เป็นแค่ชายธรรมดาที่สูงตามมาตรฐานชนชาติอิตาลี ทั้งยังไม่มีเค้าโครงของความน่าหวาดหวั่นเมื่อซากตรงหน้าเป็นเพียงเนื้อไหม้กลิ่นฉุน

 

แซนซัสไม่ประทับใจเท่าไหร่นักกับผลงานของ มัน

 

แต่เด็กชายตระหนักได้ด้วยตนเอง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเขาเป็นผู้ลงมือกระทำ....

 

 

 

ซากของสิ่งก่อสร้างค่อยๆร่วงลงมาจากเพดาน

 

 

 

แซนซัสรีบวิ่งไปที่ทางออกซึ่งเป็นรูกว้างเพราะแรงจากอะไรบางอย่างที่เขาทำไปเมื่อครู่ อะไรที่เหมือนกับเปลวไฟแสนสวยงามแต่กลับร้อนจนเลือดในกายเดือดพล่าน

 

 

แสงสว่างจากช่องโหว่บนพื้นกำแพงราวกับเป็นภาพท้องฟ้าที่ใฝ่ฝันมาชั่วชีวิต

 

 

 

ก่อนที่สีขาวนั้นจะถูกทาบทับด้วยเงาสีดำเฉกทุกครั้ง

 

 

 

           

!!!!???

 

 

 

 

ทว่าครั้งนี้หาใช่เงาของชายผู้ที่ตนพึ่งสังหารไปไม่

 

 

 

แต่เป็น...

 

 

 

 

“เฮ้ย! นี่ฝีมือแกเหรอวะ?”

 

 

            ประโยคนั้นคล้ายจะชื่นชมปนความประหลาดใจ แซนซัสหยุดอยู่กับที่เมื่อภาพของปิศาจร้ายในมโนภาพยังไม่สลัดออกจากนัยน์ตา

 

 

 

            ทว่าเมื่อร่างที่อยู่ตรงนั้นก้าวเท้าเข้ามา เขาจึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

 

 

 

            เทวดาชุดดำ

           

 

 

 

          “น่าสนใจดีนี่” เสียงนั้นยังดังขึ้นอีก เสี้ยวใบหน้าได้รูปนั้นหาใช่คนคุ้นเคย แต่ทว่า..

 

 

 

 

            เสียงนั่น...

 

 

 

 

 

            “ชื่ออะไร?”

 

 

          เจ้าของเรือนผมสีเงินเอ่ยปากพลางสาวเท้ามาหยุดอยู่ที่ระยะไม่ห่างกันมากนัก ความสูงที่มากกว่าของอีกฝ่ายบ่งบอกถึงอายุที่ลดหลั่นกันไป คนตรงหน้าหากหาใช่ทูตสวรรค์แต่เป็นมนุษย์เดินดินคงไม่แคล้วอายุสักยี่สิบปี

 

 

          นัยน์ตาสีฟ้าใสราวกับผืนนภาที่มองทะลุได้ทุกอย่าง แม้แต่จิตใจที่สับสนของตนในขณะนี้...

 

 





          “...แซนซัส”

 

         

 

 

 

 

            น่าสนใจ

            ฉลามคลั่งประเมินเด็กชายท่าทางปอนๆแต่งตัวซอมซ่อแต่กลับมีแววตาของนักฆ่าอยู่เต็มเปี่ยมไว้สูงค่านัก

 

            “ท่านสควอโล่” เสียงของผู้ติดตามกระซิบอยู่ใกล้ๆ ร่างโปร่งสะบัดมือเป็นเชิงไล่อีกฝ่ายอย่างรำคาญใจ ก่อนจะเอ่ยปากอย่างไม่แยแส ความคิดดีๆฉายวาบเหมือนรอยยิ้มบนใบหน้า

 

 

            ในเมื่อคนที่เขาจะฆ่าตายด้วยมือเด็กนี่...

 

           

          “มากับฉันสิ ...แซนซัส”

 

 

 

 

 

          นั่นเป็นเสียงเดียวกับ...ถ้อยคำที่พร่ำกระซิบอยู่ข้างหูเขา...

 

            เสียง...ของเทวทูตที่เชื้อเชิญเข้าสู่ประตูสวรรค์..

 

 

 

 

หรือเบื้องหลังบานประตูนั้นคือทะเลเลือดกันแน่...

 

 

 

 

 

 

 TBC> ChapterII

 

 

 

 
sarail said: จิ้นให้ฉลามในตอนนี้อายุซัก17-20 ส่วนแซนซัสซัก 9-12 อุ๊บ.. -///-

 

ส่วนตัวชอบเรื่องนี้ ถ้าคนอ่านชอบด้วยคนเขียนจะดีใจฮะ อ๊าย//

 

ปล. อัพ Black Bird แล้ว อยู่ด้านข้าง =A= ;;

แล้วก็ Denunci ตอนล่า คนโหวตแต่ยังไม่ได้เม้นต์เม้นต์ซะ (เริ่มบังคับ อุ๊บ...) 

 

SARAIL :: ถ้าถามว่าเรื่องนี้คู่ไหน ให้ย้อนกลับไปที่หัวบล็อก

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้เมนต์แรก *_* (รึเปล่า?)

อ่านแล้วแอบอ๊ายยย หลามมาดผู้นำ!! (ว่าแล้วก็ขำ XDDD )

“มากับฉันสิ ...แซนซัส” << กรี๊ดให้กับประโยคนี้ เอาอิไดองไปดีกว่ามั้ยหลาม *โดนถีบ*

เบื้องหล้วประตูนั้นต้องเป็นทะเลเลือดแหงมๆ!! T///T ป๋าแซนวัยเด็กหนุ่มก็เท่อยู่ดีล่ะ (น่ารัก ซึนไปอีกแบบนี้ เอิ๊กกก)

#1 By Daiong [ไดอง] on 2009-08-12 15:30

สมการ น่ากลัวดีแท้


หลามเมะสินะ ใช่มั้ยท่านซา?



อ๊า~~~ถึงจะแค่นิดหน่อย และถึงจะกลับไปเคะอีก มันก็โออยู่ดี 55+


หลามโผล่มาแบบแมนมาก ได้ฟิลเท่ห์โฮกกก!!


ส่วนป๋าแซน ก็ฟิลแบบเคะอาภัพ เจ็บช้ำ ได้แต่เก็บไว้ในใจ/โดนโบก

#2 By KuLt_LuCiFeR on 2009-08-12 16:59

โฮกกกก~~~

โลกพลิกกลับตาลปัตwink หลามอยู่เหนือบอสไปซะแล้วcry

แซนซัสน้อย จิ้นแล้วเกิดอาการ -////-
อย่าไปกะฉลามเลย มาอยู่กะพี่สาว(???) ดีกว่านา //จ๊ากซ์ โดนเพลิงพิโรธโจมตี.....sad smile

#3 By เพลงดวงดาว on 2009-08-14 22:25

เคยจิ้นบอสแบบนี้เหมือนกัน น่าร้ากกกกกกก แต่พี่จิ้นเป็น 2X แหะ โฮะๆๆ ว่าแล้วก็อยากวาดโด

รออ่านตอนต่อละเน้อ~

#4 By เฟียร์ . Fiar on 2009-08-19 15:45