[Denunci]Chapter 31

posted on 31 Aug 2009 15:57 by sarail  in Fiction
Title: Denunci, this love must betray

Chapter: 31

Fandom: KHR

Pairing: XS

Note:(หัวเราะแปลกๆ) เอาล่ะ อาทิตย์หน้าสอบ... (พูดแบบนี้.. ขาประจำน่าจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปแฮะ)

- กำลังรู้สึกแย่ที่ทำไม่ทันแคปซูล

- แต่ก็นะ..  ผมถือคติ "เปิดเพลงตามใจดีเจ" กร๊ากกกกก

  --------------------------------------------------

 

 

 

 

 

Chapter 31

 

 

Like a human can

 

 

 

 

         

            ซ่า...

 

            สายฝนพรำลงมา ณ เนินทุ่งหญ้าที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งศาสนสถานสูงใหญ่ที่ไร้ผู้พบเห็น ร่างโปร่งยืนหยุดอยู่หน้าแท่นสลักหินอ่อนสลักชื่อคนสำคัญยิ่ง อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งที่เคยอยู่เต็มที่ในหัวใจตน

 

            ฝนตกแล้วนะ เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบื้องหลัง ชายหนุ่มหันไปพบกับเพื่อนสนิท บอสแห่งคาวัลโรเน่อยู่ในสูทสีขาวพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีเดียวกันอยู่ในมือ ไกลออกไปนั้นนัยน์ตาสีฟ้าสังเกตเห็นคนขับรถของอีกฝ่ายรีบถือร่มวิ่งเข้ามา

 

            สเปลบี สควอลโล่ ถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะหันมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติของตน

 

            แกซื้อมางั้นเหรอ?

 

            อืม...แต่ถ้ารู้ว่าวันนี้นายจะมา ฉันก็คงไม่มาเป็น กขค หรอก ร่างสูงกว่าหัวเราะเบาๆ พลางก้มตัวลงวางช่อดอกไม้สีขาวนั้นกับแท่นสลักหิน เคียงข้างกับดอกไม้สีแดงที่วางอยู่ก่อนแล้ว

 

            รสนิยมดีนี่

 

            ร่างโปร่งไม่ได้ตอบอะไร นัยน์ตาคู่สวยหยุดสายตาอยู่ที่ช่อดอกไม้สีชาดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ก่อนที่เสื้อคลุมตัวหนาจะถูกอีกฝ่ายสวมคลุมไหล่ให้อย่างถือวิสาสะ

 

            กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง

 

+++++++++

 

            ทำไมนายถึงไม่เคยบอกฉัน?

 

            ทำไมนายถึงพูดมัน..ในเวลาแบบนั้น....

 

            ความจริงจากปากคนอย่างนายไม่ใช่เรื่องโกหกใช่ไหม?

 

            แซนซัส...

 

            ฉลามคลั่งเคยคิดว่า ช่วงเวลาที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตผ่านไปแล้วอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง

 

            ร่างโปร่งนั่งอยู่บนเตียงกว้างของห้องที่ว่างเปล่า เดือนกว่าแล้วที่ไร้ซึ่งสรรพเสียงของสิ่งมีชีวิต

 

            ไม่ใช่ครั้งแรก...

 

            ที่เขาปรารถนาไออุ่นจากร่างนั้นอีกสักครั้ง...

 

            แกร็ก

 

 

            ประตูเปิดออกอย่างเชื่องช้า เจ้าชายนักฆ่ายืนอยู่ตรงนั้น เด็กชายที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้จักโตทำให้ร่างโปร่งหงุดหงิดอยู่เสมอ

 

            นัยน์ตาสีใสเบื้องหลังกรอบเรือนผมสีทองจับจ้องมาที่นักล่าบนผืนทะเลเลือด

 

            สควอลโล่ มาม่อนให้เจ้าชายมาบอกว่าได้เวลาแล้ว

 

            เจ้าของเรือนผมสีเงินพยักหน้า มือเรียวปัดไล่อีกฝ่ายไปอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็เป็นคำตอบรับของเขาด้วยเช่นกัน

 

            เดี๋ยวฉันไปน่า

 

แม้ท่าทางนั้นจะเหมือนขับไสไล่สงทางอ้อม แต่เจ้าชายน้อยจะหารู้สึกรู้สาด้วยก็หาไม่ เด็กหนุ่มก้าวขามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนที่นั่งเฉยอยู่บนเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงซบร่างโปร่งที่ตั้งตัวไม่ทัน

 

เฮ้ย!?”

 

มือเรียวพยายามผลักอีกฝ่ายออก ทว่าร่างเล็กกว่ากลับกอดแน่น

 

เจ้าชาย...ไม่ผิด...เจ้าชายไม่เคยขอโทษใคร...แต่ว่า...

 

ไม่ทันจบประโยค สัมผัสเบาบางจากฝ่ามือใต้ถุงมือหนังก็ทิ้งตัวลงบนศีรษะ

 

ไม่ใช่ความผิดของแก

 

ของฉันต่างหาก...

 

 

            ทุกอย่างที่เกิด ตั้งแต่ที่ไม่ทำตามคำสั่ง ทำอะไรตามใจตัวเอง จนสุดท้าย...

 

            คนที่เจ็บปวดที่สุดคงไม่ใช่เขา แต่...

 

            ความรู้สึกผิดถาโถมเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

 

            ภาพของร่างสูงที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงขาวล้อมรอบด้วยสายระโยงรยางค์ของอุปกรณ์รั้งชีวิตไว้ทำให้ร่างโปร่งรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง

 

            ครั้งนั้นอีกฝ่ายก็มีสภาพไม่ต่างจากนี้ หากเปลี่ยนเตียงขาวเป็นกรงขัง และเปลี่ยนผืนผ้าห่มเป็นก้อนน้ำแข็ง

 

            แพทย์รายงานผลการตรวจประจำวันอยู่ข้างๆหูเขา

 

            แต่สควอลโล่ฟังมันผ่านไป เพราะมันไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

            แซนซัสหลับไปได้เดือนกว่าแล้ว

 

 

            ตั้งแต่วันนั้น...

 

 

            และไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น..

 

 

            บาดแผลภายนอกทุกอย่างได้รับการเยียวยาทั้งหมด แต่เหตุใดอีกฝ่ายจึงแปรสภาพจากราชาบัลลังก์เลือดเป็นเจ้าชายนิทราก็ไม่อาจทราบ

 

 

            จากที่เคยรอคอยอยู่ทั้งคืนวัน เปลี่ยนเป็นหนีห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

            ความผิดของฉัน...

 

 

 

            สควอลโล่จ้ะ? เสียงลุสซูเรียดังขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้รักษาการณ์ตำแหน่งหัวหน้านิ่งเงียบไปนาน เจ้าของชื่อกระพริบตาถี่ เขารู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างรื้นขึ้นมาที่ตา

 

นัยน์ตาสีฟ้าที่เคยกระจ่างใสดูซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด

 

เท่านั้นผู้พิทักษ์แห่งอรุณก็พาเจ้าชายน้อยออกไป ราวกับรู้ใจว่าร่างโปร่งต้องการอยู่กับนภาของตนเพียงลำพัง

 

ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างคนหนึ่งที่ไม่อาจรับรู้อะไร และอีกคนที่ไร้หัวใจเกินจะเอ่ยปาก

 

 

 

 

 

เธอเป็นคนที่มีความหมายมากที่สุด

ทั้งที่ไม่ใช่ผู้ร่วมสายโลหิตหรือผู้มีพระคุณยิ่ง

 

แต่ในฐานะผู้หญิงที่ไม่ใช่คนรัก

 

            ไม่ว่ายังไง...ฉันก็ไม่สามารถมอบคำนั้นให้ใครคนอื่นได้อีก

 

หากคำว่ารักนั้นหมายถึงการทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจให้ใครสักคน ฉันคงพูดได้เต็มปากว่าไม่อาจมอบคำนั้นให้เธอได้ แม้แต่คำโกหกก็ตามที

 

คำหลอกลวงไม่อาจได้มาซึ่งความจริงใจ ตัวเธอเองที่ไม่อาจมอบความจริงใจให้กับฉันก็เช่นกัน

 

แม้ครั้งหนึ่งที่เราได้พานพบต่างเป็นแผนการของการแก้แค้น แต่ฉันไม่เสียใจเลยที่ได้สัมผัสหัวใจของเธอ

 

            ขอบคุณ...สำหรับทุกอย่าง

 

ตอนนั้นที่ฉันหลับฝันไป เป็นเธอใช่ไหมที่ดึงฉันขึ้นมา 

 

 

            ..ถ้าเธอได้ยินล่ะก็...ริมฝีปากบางเอ่ยเสียงแผ่วขณะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง มือเรียวบนผืนผ้าปูขาวที่เย็นเยียบราวกับร่างตรงหน้าขาดไออุ่นจากเปลวเพลิงสุมภายในใจ

 

            ช่วยฟังความเห็นแก่ตัวของฉันหน่อยจะได้มั้ย?

 

 

                        ต่อให้ต้องละศักดิ์ศรีหรือความทระนงตน

 

 

                                    ฉันจะไม่เสียใจเลย

 

 

 

 

 

                                                            หากได้ท้องฟ้าของฉันกลับคืนมา

 

 

 

 

+++++++++

 

 

            รักฉันมั้ย?

 

 

            รักมากที่สุด

 

 

                        มากที่สุด....

 

 

                                    โกหก!!!

 

 

            หญิงสาวนั่งอยู่กลางทุ่งดอกไม้สีขาว ร่างบางหลับตาลงราวกับรอคอยอะไรบางอย่าง จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆชัดเจนขึ้นในมโนสติ นัยน์ตาสีฟ้าใสจึงลืมตาขึ้นพบความจริงตรงหน้า

 

            เจ้าของนัยน์ตาสีโลหิตยืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบที่คุ้นเคยทว่ากลับไม่มีคราบคาวโลหิตเช่นปกติดังเครื่องประดับประจำกาย ชายหนุ่มหรี่ตาลงราวกับไม่เชื่อสายตา ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นราวกับว่าเขายังมีที่ไหนให้ไปกระนั้น

 

            “หลงทางเหรอคะ?”

 

            ในแง่หนึ่ง เขาช่างน่าอิจฉา

 

            เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมด้วยอำนาจและบารมี รายล้อมหน้าหลังด้วยบริวารที่ภักดียิ่ง

 

            แต่นภาผู้กล้าแกร่งกลับไม่เคยแยแสสิ่งที่ตนได้มาอย่างง่ายดาย เหตุใดกัน? เพราะเป็นสิ่งสำคัญจึงจงใจให้ประสบอันตรายเยี่ยงคุณค่าของมันอย่างนั้นหรือ

 

            หรือแท้จริงแล้ว ใจจริงของเขา ก็เพียงชายที่ไม่รู้จักพอ

 

            ความสงสัยค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความสนใจ ตั้งแต่เมื่อไรกันที่สายตาหยุดอยู่ที่เขาคนนั้น

 

            ดวงตาสีทะเลโลหิตล่องลอยไปยังท้องนภาสีหม่น ครึ้มไปด้วยเมฆฝน

 

            ครั้งนั้นบุรุษผู้มากับสายฝนก็ปรากฏตัว

 

            เธอรับรู้โดยทันทีว่า

 

            นั่นคือนัยน์ตาที่มีไว้มองสิ่งสำคัญยิ่งเท่านั้น

 

 

            !!!!

 

 

 

            ฝ่ามือบางวาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วหมายจะประทับรอยบนใบหน้าร่างสูง ทว่าอีกฝ่ายจับข้อมือเล็กไว้อย่างไม่สะทกสะท้าน เพียงกำลังผู้หญิงธรรมดาไม่อาจสู้รบปรบมือกับนภาสีโลหิตได้เลยสักนิด

 

            ท้องฟ้าใสที่สะท้อนอยู่หลังดวงตากลมโตหลั่งเม็ดฝนโปรยปราย

 

            ฉันเคยชอบคุณมาก ต่อให้คุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันที่เป็นคู่หมั้นก็ไม่เป็นไร... เสียงหวานตัดพ้อทั้งน้ำคำสั่นระริก นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ใจจริงของเธอได้เผยต่อผู้อื่น คนที่ทำลายชีวิตเธอ คนที่เธอแค้นนักหนา แล้วยังเป็นคนที่...

 

            มือหนาละจากร่างตรงหน้า เอลด้าปาดน้ำตาลวกๆทว่าสายธาราที่หลั่งไหลดูจะไม่หยุดง่ายๆ เสียงสะอื้นเครือไปกับเสียงกรีดร้องของความรู้สึกที่ร่างบางไม่เคยบอกให้ใครรับรู้

 

            แล้วคุณก็ทำลายชีวิตฉัน! ฆ่าฉันทั้งเป็น!! ให้ฉันทนอยู่กับความมืดมิดมาตลอด!! แล้วยัง...ยังไม่สาแก่ใจคุณอีก!!??” มือเรียวกำแน่น ดวงตาคู่สวยขุ่นมัวด้วยความแค้นเคือง แค่หญิงสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งกลับหาญกล้าทำในสิ่งที่ใครหลายคนคงคิดจะทำเป็นสิ่งสุดท้าย ทำร้ายร่างกายหัวหน้าวาเรียแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้หลังจากวินาทีนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้น แต่คนตรงหน้าก็ละทิ้งสิ่งที่เรียกว่าชีวิตไปแล้ว จะกล้าได้ก็ไม่แปลกเพราะเธอไม่มีอะไรจะเสียอีก

 

            สควอลโล่ช่วยฉันออกมา แต่...

 

            ฉันเกลียดเขา

 

            เกลียดที่คุณให้ความสนใจกับลูกน้องคนหนึ่งมากกว่าคู่หมั้น

 

            เกลียดที่สายตาที่คุณมองเขาอย่างสิ่งสำคัญ

 

            เขาทำให้ฉันอิจฉา

 

            แต่...

 

 

 

            แต่ก็...

 

 

 

            “…รักมันมากใช่มั้ยล่ะ? ถ้อยคำนั้นเอ่ยปากกับคู่สนทนาเป็นครั้งแรก เอลด้าเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ใบหน้าของอีกฝ่ายไม่อาจแสดงอะไรไปมากกว่าความเรียบเฉยทั้งน้ำคำธรรมดาแต่กลับโหดร้ายยิ่ง

 

 

 

            ทิ่มแทงหัวใจเสียยิ่งกว่าคมหนาม

 

 

 

            ฉันเกลียดคุณที่สุด!!!”

 

 

 

            ร่างโปร่งเจ้าของรอยยิ้มฉาบฉายความมั่นใจ ชายหนุ่มที่ช่วยเธอ คนที่เธอใช้เป็นเครื่องมือให้คนตรงหน้ารู้จักคำว่าเสียใจบ้าง

 

 

           เพราะเขาทุกอย่างถึงผ่านมาได้

 

            ตั้งแต่ที่เขาไม่ลงดาบสังหารเธอ

 

 

            ทั้งที่ความจริงแล้ว...ตอนนั้น

 

 

            ที่หญิงสาวไปหยุดอยู่ขวางหน้าเขา... มันไม่อยู่ในแผน

 

 

 

 

            ถ้าผู้มอบชีวิตอันดำมืดต่อให้เธอคือนักฆ่าผู้สังหารคนมากมาย จะช่วยคลายความทุกข์โศกบนโลกนี้ให้เธอก็ยินดี

 

 

            ชีวิตฉันเป็นของคุณ จะฆ่าจะแกงยังไงก็เรื่องของคุณ

 

 

            ถ้อยคำนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก ใจจริงแล้วนั้นร่างบางปรารถนาความตาย วิงวอนร้องขอเสียจนเสียศักดิ์ศรี แต่คนคนนั้นก็หาได้ทำ หาได้หยุดแผนการที่จะทำลายเจ้านายของเขา ปล่อยให้เธอคนนั้นโลดแล่นผ่านมาแล้วผ่านไปเหมือนดอกไม้ที่กลีบหลุดริ้วใบจากต้น

 

 

            มือนั้นที่ช่วยให้เธอรอดทั้งที่ไม่อยากได้ชีวิตอยู่ต่อ มอบความมืดมิดให้ทั้งที่ไม่เคยร้องขอ กลับเป็นมือเดียวกับที่โอบอุ้มเธอจากกองไฟและซากศพ เป็นมือที่จับมือเธอพาก้าวเดิน

 

            เป็นมือเดียวกับที่คลุมเสื้อตัวหนาบนไหล่บาง ปกป้องเธอจากอันตรายทั้งที่ไม่รู้ความจริง

 

            ถึงจะอยู่ในโลกโสมม แต่เขากลับเป็นน้ำฝนที่แจ่มจรัส

 

 

            เพราะ..เพราะฉันเป็นผู้หญิงงั้นเหรอ.. ทำไมฉันถึงอ่อนแอขนาดนี้... เพราะเขาสงสารเหรอฉันถึงได้หวั่นไหว.. แล้วฉันผิดมากใช่มั้ยที่รู้สึกแบบนี้!”

 

 

            ร่างบางหายใจติดขัด ตัดพ้อทั้งหลั่งน้ำตาอย่างลืมอาย ไม่เกรงกลัวว่าใครจะนินทา ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยให้ใครรับรู้ระบายออกจนหมด มือบางยกขึ้นปิดบังใบหน้าที่หลั่งสายธาราแห่งความพ่ายแพ้

 

            เหมือนผู้หญิงหลากใจ เพียงแค่ใครมอบความอ่อนโยนให้ก็หวั่นไหว

 

            เธอไม่อยากเป็นคนแบบนั้น...

 

 

            แต่..

 

 

            ทำไม...

 

 

 

            ไม่ใช่

 

 

            เสียงที่เงียบฟังไปนานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ที่นัยน์ตาคู่คมสบกับดวงตาดั่งแก้วใสที่จมในทะเล ริมฝีปากนุ่มเผยอเล็กน้อยเหมือนจะเอื้อนเอ่ย แต่เสียงในลำคอกลับขาดหายไป

 

           

           เพราะเป็นมนุษย์ต่างหาก

 

นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างกับคำตอบที่ได้รับ น้ำตาหยุดไหลพร้อมกับถ้อยคำที่ตนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพูด หรือ...ไม่น่าจะมีวันที่เขาพูดแบบนั้น

 

            บรรยากาศรอบตัวราวกับว่าโลกนี้มีเพียงคนแต่สองคน

 

            ความเงียบทำให้ร่างบางเข้าใจอะไรบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น

 

            คุณรู้แต่แรกแล้ว?

 

            เจ้าของนัยน์ตาสีโลหิตไม่ตอบรับ ทว่าชายหนุ่มทอดสายตาต่ำลง จากที่เคยมองอยู่ ณ ที่สูงขึ้นไป

 

            เอลด้าเข้าใจว่านั่นคือคำตอบของเขา

 

            เป็นความเมตตา...ที่ไม่สมควรเลยนะ

 

 

            ให้ได้ตายด้วยน้ำมือคนที่รัก

            ให้ได้สัมผัสความสุขในช่วงเวลาสุดท้าย

 

 

            มีหรือที่แซนซัสจะไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ทำไมร่างสูงจะไม่รู้ว่าคนแบบไหนที่จะทำให้ฉลามคลั่งสนใจได้ แผนการที่ดูเหมือนแยบยลทว่ากลับเต็มไปด้วยจุดอ่อนซึ่งเล่นตลกกับจิตใจคนกลับผ่านมาอย่างง่ายดาย จะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่ใช่ฝีมือใครบางคนปล่อยให้มันล่วงเลยไป

 

 

            ...แซนซัสเองอาจจะอยากรู้ก็ได้ ว่าสควอลโล่ทำได้จริงอย่างปากพูดรึเปล่า...

 

 

            ช่วยฆ่าฉันที

 

 

            ครั้งนั้นก็ไม่ใช่หรือ คนที่ตอบรับคำขอของเธอ ความต้องการที่จะให้ความตายของตนมีความหมาย หาใช่ให้ความอ่อนแอของร่างกายมานำพา

 

            อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้เป็นที่สุดของใครสักคน

 

            เขา...คนที่ทำตามความปรารถนาครั้งสุดท้ายที่ยังมีชีวิตของเธอ...

 

 

            ฉันเกลียดคุณ...คุณที่ได้สิ่งที่คุณต้องการง่ายๆโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย คุณที่เขาคนนั้นรักมากไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม คุณที่...จนถึงขนาดนี้…”

 

 

            เสียงหวานเอ่ย ทว่าไม่มีถ้อยคำตัดพ้อเช่นเมื่อครู่

 

            แต่คุณก็เป็นคนเดียวกับที่เขา...รักมากที่สุด...

 

            เขาเป็นคนที่ดึงฉันขึ้นมาจากความมืดมิด แต่ คุณเป็นท้องฟ้าสีดำที่แสงสว่างจะส่องประกายได้ชัดแจ้งมากที่สุด...

 

            เพราะอย่างนั้น...

 

            รอยยิ้มนุ่มนวลทั้งถ้อยคำอ่อนหวานเลือนหายไป

 

 

ไม่ใช่ในส่วนของฉัน แต่ฉันขอร้องคุณอีกซักครั้ง ให้ความสำคัญกับเขาให้เท่ากับที่คุณคิดว่าเขาสำคัญ ให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณบ้าง เพียงแค่คำพูดธรรมดา...ก็ทำให้คนเรามีความสุขได้แล้วนะคะ

 

 

            แม้ว่าบางครั้งเพียงแค่คำพูดอาจไม่พอเพียง

 

            แต่ แค่คำพูดเมื่อครู่นั้นกลับทำให้เธอตาสว่าง

 

            ขอบคุณ......

 

 

            และ...

 

 

            แสงสว่างฉายบาดตา ดั่งอาทิตย์ไร้สีอัสดงกลางหมู่เมฆ

 

            ครู่หนึ่งที่หยุดหายใจ ร่างตรงหน้าสลายไปดั่งกลีบดอกไม้ต้องลม

 

 

            ลาก่อนค่ะ

 

 

 

+++++++++

 

 

 

            นัยน์ตาสีโลหิตลืมตาขึ้น ผนังสีขาวและกลิ่นยาฆ่าเชื้อทำให้ตนรับรู้ได้ทันที่ว่าสถานที่นี้หาใช่ห้องนอนที่คุ้นเคยไม่ ทว่าเมื่อนัยน์ตาคู่คมกวาดสายตามองรอบกาย สิ่งที่สะดุดสายตาเขามากที่สุดคือเรือนผมสีเงินของร่างที่นอนฟุบหน้าอยู่ข้างเตียง

 

            เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของร่างที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่เจอร่างตรงหน้าผอมลงก็จริง แต่ครั้งนี้กลับดูซีดเซียวลงไปราวกับอดหลับอดนอนมาหลายคืน

 

            แม้คนบนเตียงจะเคลื่อนไหวขนาดนี้ร่างโปร่งกลับยังไม่ตื่น ดูเหมือนว่าความสามารถเรื่องการป้องกันตัวของนักฆ่าหนุ่มจะเหลือติดลบ หรืออาจเพราะชายหนุ่มไม่ใช่ศัตรูก็เป็นได้

 

            ร่างสูงรู้สึกเหมือนแขนไม่มีแรงเอาเสียเลย ซึ่งนั่นเป็นปกติของคนที่นอนพับกับเตียงมาเกือบเดือน แต่ชายหนุ่มยังเหลือแรงพอที่จะยันกายขึ้นนั่งพิงกับหมอนใบโตที่หัวเตียง

 

            ใบหน้าได้รูปหลับตาพริ้ม ถอนหายใจเป็นจังหวะเสียงแผ่วเบา เรือนผมสีเงินที่เคยถูกตนตัดสั้นไปตอนนี้เริ่มยาวระบ่า เวลาผ่านไปเท่าไหร่กันแต่เขากลับรู้สึกเหมือนครั้งนั้น...

 

            ครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับร่างนี้ที่ผมยาวถึงกลางหลัง

 

            ตอนที่เขา...

 

            รู้สึกว่า...

 

 

 

            บางทีการเชื่อในใครสักคนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

 

 

            แต่แล้ว

 

 

 

            “ทำไมต้องฆ่าล่ะ...แซนซัส!!

 

 

            ....ผิดหวังอีกครั้ง...

 

 

            ทั้งที่คิดว่าจะเข้าใจ ทั้งที่คิดว่ามีมันคนเดียวที่ยังไงก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...

 

 

            ฝ่ามือหนาเกลี่ยเรือนผมนุ่ม สัมผัสแตกต่างไปจากที่กระทำในความฝัน ไม่ใช่แค่เพราะคนที่ได้รับความรู้สึกนั้นแตกต่างกัน แต่เพราะความรู้สึกของผู้กระทำนั้นเปลี่ยนไปด้วย

 

 

            เพราะเป็นมนุษย์ยังไงล่ะ...

 

 

            เหนือสิ่งอื่นใด....

 

 

            “อือ...” ร่างโปร่งพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาสีฟ้าใสกระพริบช้าๆก่อนจะลืมตาขึ้นมองความจริงตรงหน้า

 

            คนไข้ที่เขามาเฝ้ากลับเป็นฝ่ายตื่นก่อน

 

            “หลับสบายเลยสินะแก?”

 

            ฉลามคลั่งเหมือนจะเอ่ยปากตอบ ก่อนร่างโปร่งจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอก

 

มือหนาหยุดค้างอยู่ที่เดิม จากที่เอื้อมไปหมายจะคว้าเรือนผมอีกฝ่ายไว้ทว่ากลับไม่เป็นเช่นเมื่อก่อน

 

            เหตุใดคนตรงหน้าถึงได้รีบรุดออกไปอย่างนั้น?

 

 

 

 

            ตั้งใจหลบหน้าเขางั้นเหรอ?

 

 

            เขาไม่เคยรอใคร และไม่มีวันรอด้วย!

 

 

            “ไอ้สวะ!!!

 

 

            เสียงเข้มตวาดกร้าว คนที่หยุดอยู่หน้าประตูชะงักค้างอยู่กับที่

 

 

            “อะไรล่ะ”

 

 

            “จะไปไหน”

 

 

            “ตามหมอ” ร่างโปร่งว่าอย่างหงุดหงิดขณะมือจับอยู่ที่ลูกบิดประตู ร่างสูงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป...

 

            “มานี่” เสียงสั่งเอ่ยเฉียบขาด สควอลโล่ก้าวขากลับมาหยุดอยู่ข้างเตียง

 

            “จะเอาอะไรล่ะบอส?” เสียงตอบยียวนทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ไอ้สวะนี่มันเป็นอะไรของมัน

 

 

 

            “จูบ”

 

 

            ชายหนุ่มเอ่ย พลางคิดว่าอีกฝ่ายต้องมีปฏิกิริยาต่อต้านเป็นแน่

 

 

            ทว่าเพียงชั่วเสี้ยววินาที กลีบปากบางก็สัมผัสที่ริมฝีปาก

 

 

 

            ร่างสูงชะงักค้างอยู่กับที่

 

 

 

            “ฉันไปตามหมอล่ะ”

 

 

            รอยยิ้มมาดมั่นที่เห็นอยู่บ่อยครั้งวาดบนใบหน้าสว่างไสว

 

 

 

 

            เกิดอะไร..ขึ้นกับแก...

 

 

 

 

 

 

 

 

T B C > > > เร็วๆนี้ (เพราะมันช่วงสอบยังไงล่ะ!! TT[]TT!!!!)

 

จบโซนเอลด้าสมบูรณ์แบบ อา.. คิดถึงเธอจัง ชอบเธอจัง เธอที่น่ารัก อ่อนหวาน แล้วยังกล้า(พยายาม)จะตบบอส (กร๊ากกกกกกกกกก) เป็นผู้หญิงในฝันเลยนะ มาดมั่น ตั้งใจ แต่ก็เพีัยบพร้อม

...แต่สงสัยจะอับโชคเรื่องผู้ชาย... OTL OTL OTL ขอโทษนะเอลด้า เขียนตอนนี้แล้วกลับมาเป็นที่รักของคนเขียนเหมือนเดิมนะ TTwTT

 

แต่.. ตัวละครในเรื่องนี้ทรยศความรู้สึกตัวเองกันทุกคนเลยนะ..

กัดฟันส่งคนที่รักให้ชายอื่น(?)ทั้งน้ำตาจะเจ็บปวดแค่ไหนนะ เอ.. แต่เธอเองก็สาววาย? ..

Denunci = Betray ตอนตั้งชื่อนีั้ไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ แต่พอผูกเรื่องแปลกๆต่อยอดจากที่คิดว่าเป็นตอนสั้นๆขึ้นมาได้แล้วก็ขำ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ( ไว้ตอนสุดท้ายจะเปิดกลับไปดูว่าเขียนมานานเท่าไหร่แล้วหนอ)

 

// อาจจะดูเป็นเด็กไม่ดี แต่ใกล้จบแล้ว ขอคอมเม้นต์ยาวหน่อยได้มั้ยฮะ (ขำ)

 

• จริงๆไม่ติงนัง เหลืออีก 2 ตอน (ตอนสุดท้ายคือตอนหน้า ถ้ามันไม่บ้าแบ่งพาร์ตมา กับอีกตอนคือส่งท้าย อ๊าย~~)

• คราวนี้คงขายแต่ทางไปร เพราะขี้เกียจไปงาน = = อย่างน้อยก็ภายในปีนี้ล่ะนะ...//

 

SARAIL

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"คุณที่...จนถึงขนาดนี้..." <-- หมายความว่าไงจ๊ะ เอลด้า....../หลบตรีน


สมเป็นป๋า ฟื้นมาก็ จูบบบบ!!!! 55+


เข้าใจความเจ็บปวดของเอลด้าแล้วแฮะ.....


ท่านซาใจร้าย ตัดฉับเลยอ่ะ... อย่ามา endif แถวนี้น๊า!! ถ้ายังไง แถม else มาด้วยสิฮร้า/โดนโบก


ขายทางไปรฯอย่างเดียว O[]O โนววววว!!!


จะได้นอนเป็นศพทันทีที่หนังสือมาถึงบ้านแน่ๆ เจ้าค่ะ!!

#1 By KuLt_LuCiFeR on 2009-08-31 16:46

........อ่าส....>< อร้างงงง ป๋าอะ ฟื้นมาก็จูบเลยนะ ซาจัง....

อย่าตัดตอนแบบไร้เยื่อใยนะค่ะ! T-T
[กลับมาจากสภาพกันดาลไร้คอม]

"เฮ้ยยยยยยย"

เอลด้่าาา เธอ เธอ!!~~~ ม่ายยย

//กรีดร้อง

ชีชั่งน่ารักทำไมมาด่วน.....

บสออึนขึ้นเยอะเลยแฮะหลังจากตื่นมา...หวานน้ำตาลหกครึ่งกระปุก..

"อยากอ่านดีสนีย์ต่อ TwT'' "

#3 By †Saji卐 on 2009-09-01 19:53


มาตามอ่าน (ฮา) เพิ่งเห็น = =

ป๋าเมพพพพพ เมพมากกกกกกกกกก เมพขิงๆๆๆๆๆๆๆคนเชี่ยไรทำไร ทำตัวได้หล่อเยี่ยงนี้!!!!!!!! โมเอ้ ขิงๆ

เอลด้า ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป (ฮา) อ่านจบแล้วลืมด้านบนไปหมดเลยฮา โอ้ยยยย ป๋าแย่งซีนทุกสิ่งอย่างงงง XD อร้างงงๆๆๆๆ


ชอบตอนช่วงสุดท้ายน่ะเธอ ป๋าด้านชนะเลิศศศศศศศศศศศศศศศ ความด้านไร้ลิมิตชนะเลิศศศศศศศศ เมะราชาโมเอ้ อร้าง~

รอตอนต่อจ้า~

#4 By เฟียร์ . Fiar on 2009-09-02 22:59