[Special]::Black Bird::VIII-1

posted on 11 Sep 2009 16:11 by sarail  in Fiction

Black bird

 

 

 

 

            Black Bird: VIII

 

 

 

“มาดริดตอนเช้า...ให้ตายสิ” หนุ่มนักท่องเที่ยวสวมเชิ้ตลายทางบ่นอุบ มือเรียวถือกล้องส่องทางไกล สายลมแรงจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่แล่นดิ่งบนตึกระฟ้าทำให้เรือนผมสีกาน้ำยุ่งไม่เป็นทรง ร่างโปร่งเสยผมพลางถอดแว่นกันแดดสีเหลือบส้มที่ปิดบังใบหน้าตนไปกว่าครึ่งออกอย่างไม่ใยดี นัยน์ตาสีเทาเหลือบมองคนขับที่เหมือนรูปปั้นหินทั้งยังไม่พูดจา ดูท่าจะอาการหนักกว่าเจ้านายที่พูดน้อยต่อยหนักคนนั้นเสียอีก

 

 

 

“ท่านเลโอเน่มีคำสั่งให้ผมพาท่านกลับไม่เกิน2ทุ่มนะครับ” เสียงสั่งแทบตะโกนแข่งกับเสียงลมกรรโชก มิเกลพยักหน้าแกนๆ ร่างโปร่งไม่ชอบการเป็นผู้โดยสารพาหนะสักเท่าไหร่นัก เว้นว่าตนจะเป็นคนขับเสียเอง โดยเฉพาะในเวลาแบบนี้...

 

 

 

ร้อน..

 

 

 

...ทำไมแดดแรงขนาดนี้เนี่ย...

 

 

 

 

 

 

 

แต่พูดให้ถูก ถึงแสงวันฟ้าโปร่งจะแยงตา แต่สายลมที่บาดผิวกายตนอยู่นั้นกลับเย็นราวน้ำในตู้แช่แข็ง

 

 

 

 

 

 

 

รู้สึกไม่ค่อยดีเลยแฮะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าของเรือนผมสีเงินสลวยเดินผ่านหน้าเขาไป

 

 

 

ฉลามคลั่ง?

 

 

 

รายชื่อมนุษย์คนเดียวที่เข้าข่ายและเขาสนใจมากที่สุดอย่างน้อยก็ในตอนนี้ปรากฏขึ้นทันที

 

 

 

 

 

 

ร่างโปร่งยืนอยู่บนทางเท้าที่ผู้คนเดินพลุกพล่าน ทว่าชั่วพริบตาที่เหมือนหยุดเวลาไว้ราวกับโฆษณาจอแก้ว เรือนร่างบอบบางที่เดินทิ้งระยะห่างไปพร้อมกับเรือนผมยาวพลิ้วไสวสัมผัสใบหน้า

 

 

 

เหตุผลที่ว่าอีกฝ่ายจะมาทำอะไรแถวนี้ถือเป็นเหตุผลรอง แม้จะมีความจริงที่ว่าโลกไม่กลมขนาดนั้น แต่เขาก็อดคาใจไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มจึงย่างก้าวตามไปโดยอัตโนมัติ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

นักท่องเที่ยวกับคนเดินถนนในชุดหลากสีเดินกันคลาคล่ำ บดบังสายตาเสียยิ่งกว่าหมอกลงในคืนเดือนมืด อย่างน้อยก็ขออวยพรให้ องครักษ์ของเขาในวันนี้กลับไปถึงรังสิงโตได้โดยปลอดภัยก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าจะนับกันเรื่องความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั้น ทูตสวรรค์ตนนี้ถือว่าติดลบอย่างยิ่งยวด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางถนนเปลี่ยวร้างขึ้นเรื่อยๆแต่คนที่ใจจดใจจ่ออยู่กับอะไรบางอย่างดูท่าจะไม่ได้สังเกต

 

 

 

มิเกลใช้เวลาช่วงเช้าประมาณชั่วโมงหนึ่งในการเดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยว และอีกสามชั่วโมงสำหรับจับจ่ายข้าวของจำเป็นโดยมีบุรุษไร้เสียงเดินตามเป็นเงาและช่วยถือของจำเป็นจนร่างโปร่งอดคิดไม่ได้ว่าเขาเหมือนคุณนายเดินเที่ยวกับลิ่วล้อเป็นกระเป๋าหอบหิ้วสัมภาระ

 

 

 

แค่ฉวยโอกาสนิดหน่อยก็คลาดสายตาจากฝ่ายนั้นได้ง่ายๆ        

 

 

 

ไม่รู้ว่าองครักษ์ของพญาราชสีห์จะมีทักษะการติดตามต่ำต้อย หรือเลโอเน่จงใจส่งคนแบบนั้นมาแค่พอเป็นพิธีให้เขาหนีได้ง่ายๆ จะได้ตัดขาดให้หมดวาระกันไปสักที

 

 

 

แต่เหตุผลไหนก็ไม่สำคัญเท่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

ทางตัน

 

 

 

มิเกลหยุดค้างอยู่กับที่ เมื่อรู้สึกว่าเส้นทางที่ตนเดินตามเจ้าของเรือนผมสีเงินนั้นมากลับเป็นผนังอิฐกั้นสูงจนไม่มีทางที่ใครจะเดินผ่านไปได้ง่ายๆ... ถ้าไม่ใช่...

 

 

 

 

 

 

 

วิญญาณ?

 

 

 

 

 

 

 

เพล้ง!

 

 

 

 

 

เสียงกระจกแตกจากที่ไหนสักแห่ง ร่างโปร่งสะดุ้งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะเคยล้อเลียนฉลามคลั่งเรื่องเดียวกันนี้แต่เขาก็เอ่ยปากรับประกันได้ว่าตนไม่ใช่คนมีสัมผัสที่หกแน่ๆ

 

 

 

ไม่อย่างนั้น...เขาก็ควรจะเห็น เธอสิ...

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่จริงน่า... มือเรียวไล่ไปตามรอยต่อระหว่างของขอบกำแพง ไม่มีทางเลยที่เขาหรือ เธอจะผ่านไปได้ และเขาก็เชื่อว่าตนเองไม่ได้ละสายตาไปไหน แม้ว่าจะคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ก็เถอะ...

 

 

 

 

 

 

โอเค มิเกล ใจเย็นลงซักหน่อย แล้วย้อนกลับไปอีกที

 

 

 

หยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับผิวกายที่เย็นสันหลังวาบขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทว่าเมื่อหันหลังเตรียมจะออกจากสถานที่แห่งนั้น ก็สะดุดกับแขกไม่ได้รับเชิญเสียก่อน

 

 

 

ไง พี่ชาย

 

 

 

วัยรุ่นกลุ่มเล็กๆประกอบด้วยนักเลงประมาณ 3-4คน ดูท่าทางจะเป็นพวกหนีออกจากบ้านแล้วหาเงินเที่ยว มิเกลพึ่งตระหนักได้ว่าเขาคงก้าวมาในอีสต์เอนด์ของสเปนซะแล้ว

 

 

 

ทำไมบทมันดาดๆอย่างนี้ล่ะ ร่างโปร่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของเทวทูตวาววาบเหมือนคมประกายดาบจนคนมองรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ทว่านักท่องเที่ยวท่าทางภูมิฐานแบบนี้เป็นเหยื่อชั้นดีเกินกว่าจะปล่อยไปได้ง่ายๆ

 

 

 

จะเอาเท่าไหร่

 

 

 

ท่าทีที่เหมือนจะขัดขืนของอีกฝ่ายกลับถูกกลบด้วยน้ำเสียงที่ตามมา คนฟังรู้สึกว่าปรับอารมณ์ตามคนตรงหน้าไม่ทัน

 

 

 อะไรนะ?

 

 

 

จะไถเงินไม่ใช่เหรอ ก็ถามไงว่าเอาเท่าไหร่

 

 

 

มือเรียวล้วงกระเป๋าสตางค์ดูเงินสดที่พึ่งถอนจากบัญชีมา ธนบัตรปึกใหญ่ล่อสายตากลุ่มมิจฉาชีพเสียยิ่งกว่าผิวเนียนละเอียดของอีกฝ่ายได้มากโข

 

 

 

จริงๆแล้ว...แค่ฆ่าแมลงไปซักตัวสองตัวก็คงไม่มีใครสังเกต

 

 

 

เพียงแต่ว่า...เขาไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณคนคนนั้นมากกว่านี้

 

 

 

ตอนนี้สถานะตนที่ถูกติดตามอยู่นั่นหากทำอะไรออกนอกกรอบเพียงนิดเดียวก็มีสิทธิ์ถูกตามตัวได้สบายๆ ในแง่หนึ่ง ใครมีตาคงรู้ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่หากปล่อยให้อีกฝ่ายมาจัดการเก็บกวาดเรื่องนี้ในภายหลังไม่แน่ว่ามนุษย์ที่ตีค่าผลประโยชน์ในสมองถึงระดับทศนิยมอาจจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างอีก...

 

 

 

เมื่อคืนมันไม่เกิดอะไรขึ้นก็จริง

 

 

 

แต่...

 

 

 

นอนเตียงเดียวกันกับผู้ชายคนนั้น!?

 

อีกคืน!?

 

 

 

....หรืออีกกี่คืน!!??

 

 

 

 

 

 

แค่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองก็กระตุกรอยยิ้มสมเพชตนเองขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

 

 

 

จริงอยู่ว่าคนมีอำนาจแบบนั้นคงมีหญิงสาวมากหน้าหลายตามาให้เลือกสรรเป็นแน่ แต่เขาก็มั่นใจว่าข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์เกินเลยที่อีกฝ่ายมีให้ฉลามคลั่งไม่ใช่เรื่องโกหก เหมือนกับที่เขาเชื่อในสัญาชาติญาณตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องปลอดภัยที่จะอยู่ข้างราชสีห์ที่พร้อมจะตะปบเขาลงนรกไปด้วยกันนั่น

 

 

 

 

ท่าทีแปลกๆ...

 

 

 

 

                ไม่มีทางที่คนคนนั้นจะทำอะไรโดยไม่คาดคะเนผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้า

 

 

 

 

                        เขาเองก็ไม่บังอาจเข้าใจความคิดของบอสแห่งฟอเรสต้าเสียด้วย

 

 

 

 

ตกลงจะเอาเท่าไหร่?

 

 

 

 

พี่ชายนี่ตลกดีแฮะ ไม่โวยวายหน่อยเหรอ? น่าแปลกที่คนที่ดูเมือนจะเป็นหัวโจกเอ่ยคำนั้น ทำให้มิเกลหยุดจากความคิดที่นึกนินทาใครบางคนอยู่เมื่อครู่ นัยน์ตาสีซีดหยุดมาสบกับคู่สนทนาด้วยความสนใจ

 

 

 

เด็กหนุ่มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าอายุเกินสิบกว่า เรือนผมสีดำกับนัยน์ตาสีเขียวใสทำให้นึกถึงใครบางคน ร่างเล็กที่สุดในกลุ่มแต่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสวมฮู้ดปิดศีรษะ เสื้อผ้าหน้าผมดูอย่างไรก็ไม่ใช่เด็กสลัม ...

 

 

 

อยากอวดเพื่อนขนาดนั้นผมจะสนองให้ก็ได้ ว่าแต่พ่อแม่เธอไม่ว่าอะไรเหรอที่มาทำอะไรแบบนี้น่ะ นัยน์ตาคู่นั้น...เขารู้สึกสนใจแบบแปลกๆ...

 

 

 

มันเหมือนกับ....

 

 

 

 

 

 

 

ปัง!!

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้ย!!!???”

 

 

 

 

 

เสียงปืนลั่นพร้อมกับกระสุนที่เฉียดศีรษะร่างโปร่งไปเพียงไม่กี่มิล ราวกับคนยิงจงใจขู่เป็นคำเตือนเสียมากกว่า

 

 

คนที่ยืนอยู่ขวางหน้าเขาพากันวิ่งกระเจิดกระเจิง

 

 

 

มิเกลไม่ได้เป็นคนยิง แต่นัยน์ตาของเทวทูตเฉียบคมพอจะมองเห็นเงาของคนถือไรเฟิลอยู่บนมุมตึกฝั่งตรงกันข้าม

 

 

 

 

บ้าน่า!

 

 

 

 

เด็กคนที่คุยกับเขาอยู่ดูไม่ตกใจเท่าคนอื่นที่วิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิง สุดท้ายเมื่อร่างโปร่งรู้สึกว่าแสงแดดลอดผ่านนัยน์ตามา เงาของคนที่ยืนอยู่บนนั้นกำลังจะลั่นไกปืนอีกรอบ

 

 

 

ยืนบ้าอะไรอยู่เล่า!!?” คนอายุมากกว่ากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายวิ่งออกจากซอกตึกนั้น ก่อนเสียงโวยวายของอีกฝ่ายจะตามมาทันที

 

 

 

 

 

“!? กระสุนยิงแล้ววิ่งออกถนนเนี่ยน่ะ!!?”

 

 

 

 

 

อยู่ในรูทางตันรอให้มันมาเชือด!? คิดได้แค่นี้แสดงว่าไม่เคยเจอของจริงเลยสินะ!”

 

 

 

 

 

มะ...

 

 

 

 

หุบปากซะ! ไม่งั้นน้ำตาลในเลือดนายจะลดต่ำกว่ามาตรฐาน!”

 

 

 

คนฟังอ้าปากค้างกับคำตอกกลับ ท่าทีของชายหนุ่มผู้ดีเมื่อครู่หายไปเกลี้ยง นัยน์ตาวาวโรจน์คู่นั้นเหมือนฉายประกายยาสั่งให้คนมองตายคาที่อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทีสงบนิ่งเมื่อพาเขาเลี้ยวเข้าซอกตึกอีกที่หนึ่ง

 

 

 

...ดูเธอไม่ตกใจเลยนะ แต่ก็เอาตัวรอดไม่เป็นเลย เป็นคุณชายบ้านไหนล่ะ เสียงทุ้มเอ่ยอย่างยุแหย่ ทว่าคนข้างตัวไม่ตอบ หอบหายใจเหมือนไม่เคยผ่านภาคสนาม

 

 

 

ทั้งที่คู่สนทนาเองก็อ่อนปวกเปียกพอกัน แต่เรื่องฝีปากจิกกัดคงชนะขาด

 

 

 

เมื่อกี้คงทำให้เธอกลัวสินะ...โทษที เวลาเครียดๆผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้น่ะ มิเกลหัวเราะเบาๆ แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะยังไม่แคลงใจ

 

 

 

 

 

พลันสังเกตว่าเรือนผมสีดำไร้ประกายนั่นยุ่งเหยิงจนผิดรูปทรง มือเรียวจึงทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องทันที

 

 

 

 

 

จะทำอะไรน่ะ!!??”

 

 

 

 

 

กลุ่มเส้นไหมสีดำสนิทค่อยๆเลื่อนหลุดมาตามแรงดึงของฝ่ามือ เสียงอุทานเมื่อครู่เงียบไปเมื่อสบกับนัยน์ตาของคนตรงหน้า ดวงตาที่แฝงความรู้สึกหลากหลายเหลือเกินแม้ในการพบปะกันสั้นๆ

 

 

 

 

 

ทว่าสิ่งที่มิเกลจับจ้องอยู่ไม่ใช่วิกผมที่หลุดมาตามฝ่ามือ แต่เป็นสีแท้ของเรือนผมสีทองสว่างที่เขาเห็นชัดประจักษ์ตาแม้ในเงามืดของถนนอีสต์เอนด์แห่งสเปน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นัยน์ตาสีแมกไม้ฉายประกายวาววาบ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขารู้แล้วว่าเด็กคนนี้เป็นลูกบ้านไหน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                
::: TBC > 2 *อุ๊บ * - ลูกบ้านไหนล่ะ กร๊ากกกกกกกกกก
 
 
 
 
 
ยังไม่หายจิตตก แต่ก็อาการดีขึ้นแล้ว..
 
ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจในเอนทรี่ที่ผ่านๆมาฮะ...
 
รู้สึกตัวเองอารมณ์รุนแรงพิกล OTL
 
SARAIL :: 
 
ปล. ท่านมุกฮะ อย่าแย้งผมเรื่องอายุนะ กร๊ากกกกกกก//

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฉะ.......ฉิบ

เฮ้ยย~~ ผมทองตาเขียวมันมีถมป้ายยยย~~

= =;

ไม่ใช่หร๊อกกก

#1 By †Saji卐 on 2009-09-11 19:37

อึ้ก!!!!


ท่านซาจะเล่นอะไรล่ะนี่


ผม....ตา....


โอะๆ คงไม่ใช่.....หรอกนะ?


ตลกร้ายใช่มั้ยฮะ?/เกาะขา

#2 By KuLt_LuCiFeR on 2009-09-11 21:30

#1 Sajiซัง - ตั้งแต่มาเขียนเรื่องนี้ ผมว่าคนผมทองมันมีเยอะเกินไปแล้วฮะ กร๊ากกกกกกก

ไม่ใช่อะไรน้า (ฮา)

#2 Kult_LuCiFeRซัง - ตลกร้ายก็ขำได้นะ (อุ๊บ) open-mounthed smile

อย่าเกาะฮะ จักจี้ - -+

#3 By sarail on 2009-09-11 21:48

นึกไม่ถึงว่า xxx จะโผล่มาไวเกินคาด ตอนแรกนึกว่า xxx จะโผล่มาช้ากว่านี้ซะอีก เพราะความสัมพันธ์ของเลโอเน่กับมิคกี้ยังไปไม่ถึงไหนเลย

แต่ตอนนี้ xxx โผล่ซะแล้ว คนๆนั้นจะทำยงไงต่อไปกันน้า เคระๆๆๆๆ

#4 By Mukkuk on 2009-09-12 21:47

^

ท่านมุขค่ะ!!!!!!!!!!!

xxx นี้มัน!!!!!!!!~~~~~~~

อาร๊ายยยยยยยยยย

#5 By †Saji卐 on 2009-09-12 22:10

ไม่ขอไรมากนะน้องน้อย
เรื่องนี้ขอไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่คิดมาก
ขอหวาน เลิฟ ล่าม ดาร์ก โมเอ้ พิศาล


แต่ก็นะ..พูดไปงั้นแหล่ะ (เพื่อ?)
รออ่านตอนหน้า

#6 By dearchan on 2009-09-12 23:07